G.O.A.T.: บทสุดท้าย'เมสซี่'ปิดฉากทัพ'ฟ้าขาว'

ลิโอเนล เมสซี่ ปิดฉากเส้นทางทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างสมบูรณ์แบบ หลังยิง 1 ประตู พร้อมทำ 2 แอสซิสต์ในเกมส่งท้าย ก่อนพาทัพ “ฟ้าขาว” เอาชนะ เบนิน 3-0 ท่ามกลางบรรยากาศสุดซึ้งที่สนาม เอสตาดิโอ โมนูเมนตัล ประเทศ อาร์เจนติน่า เมื่อเช้าวันพุธที่ 7 ต.ค.
เมสซี่ ตัดสินใจประกาศอำลาทีมชาติหลังจบฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด โดยก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าถึงเวลาแล้ว แต่สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาพยายามโน้มน้าวให้เขากลับมาลงสนามอีกครั้ง เพื่อมอบเกมอำลาที่คู่ควรกับตำนานของชาติ
บรรยากาศแห่งการอำลาเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเกม เมื่อมีภาพ เมสซี่ ร้องไห้บนรถบัสทีมชาติระหว่างเดินทางผ่านฝูงชนที่ออกมาต้อนรับ ก่อนที่น้ำตาจะไหลอีกครั้งทั้งจากตัวเขาและ ลิโอเนล สกาโลนี่ ในช่วงเพลงชาติ โดย เมสซี่ มีลูกชายทั้งสามคนอย่าง ติอาโก้, มาเตโอ และซีโร่ ร่วมอยู่ในพิธีด้วย
เกมนี้มีแฟนบอลกว่า 85,000 คนเข้ามาจับจองตั๋วเกมดังกล่าวจนสนามขายหมดภายในเวลาเพียง 90 นาที และตั๋วบางส่วนถูกนำไปขายต่อในราคาสูงกว่า 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 84,000 บาท) ขณะที่อดีตนักเตะจากทีมชุดแชมป์โลกปี 1978, 1986 และ 2022 รวมถึงครอบครัว ต่างเข้าร่วมพิธีอำลาในค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์

ดาวเตะวัย 39 ปี ลงสนามให้ทีมชาติอาร์เจนตินาเป็นนัดที่ 208 และเป็นเกมสุดท้ายในสีเสื้อทัพฟ้าขาว ก่อนอำลาทีมชาติอย่างเป็นทางการหลังรับใช้ชาติยาวนานถึง 21 ปี โดยเกมอุ่นเครื่องกับ เบนิน ที่กรุงบัวโนสไอเรส ถูกเรียกว่าเป็น “แทงโก้ครั้งสุดท้าย” ของตำนานหมายเลข 10
แมตช์ดังกล่าวเป็นไปตามบทที่แฟนบอลต้องการ เมื่อ เมสซี่ ทำประตูส่งท้ายได้สำเร็จในนาที 71 จากจังหวะสังหารจุดโทษด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเสียบเพดานตาข่าย ก่อนสนามเอสตาดิโอ โมนูเมนตัล ที่มีแฟนบอลเต็มความจุจะพร้อมใจกันตะโกนชื่อ “เมสซี่” ดังกึกก้อง
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังมีส่วนสำคัญกับอีก 2 ประตูของอาร์เจนตินา โดยเปิดเตะมุมให้ นิโกลัส โอตาเมนดี้ โหม่งขึ้นนำในนาที 48 ก่อนจ่ายบอลให้ นิโก้ ปาซ ปั่นโค้งเข้าไปอย่างสวยงาม ส่งผลให้เจ้าถิ่นเอาชนะ เบนิน 3-0

หลังสิ้นเสียงนกหวีด เมสซี่กล่าวกับแฟนบอลทั้งสนามด้วยน้ำเสียงสุดซึ้งว่า เขาอยากกลับมาที่นี่ตลอดไป เพราะการได้เล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาคือสิ่งที่สวยงามที่สุดที่นักฟุตบอลคนหนึ่งจะได้รับ
“ผมอยากกลับมาที่นี่ตลอดไป เพราะการเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาคือสิ่งที่สวยงามที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ สวยงามที่สุดจริงๆ”
จากนั้นท้องฟ้าเหนือสนามโมนูเมนตัลถูกเติมเต็มด้วยการแสดงโดรนที่ถ่ายทอดภาพช่วงเวลาสำคัญในอาชีพของเมสซี่ โดยมีภาพการชูถ้วยฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์เป็นไฮไลต์สำคัญ ท่ามกลางเสียงปรบมือและน้ำตาของแฟนบอล รวมถึงเพื่อนร่วมทีม
สนามแห่งนี้ยังถือเป็นสถานที่ที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเมสซี่ เพราะเขาทำประตูให้ทีมชาติที่นี่มากที่สุดถึง 19 ลูก และเป็นสนามที่อาร์เจนตินากลับมาฉลองแชมป์ฟุตบอลโลกต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน หลังคว้าแชมป์โลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986

“ผมมีหนึ่งในวันที่มีความสุขที่สุดในอาชีพที่นี่ วันที่เรากลับมาลงเล่นเกมแรกหลังฟุตบอลโลก ผมจะไม่มีวันลืมสิ่งที่ผมได้เห็นในวันนั้น มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผม”
เมสซี่ยังกล่าวถึงช่วงเวลาที่เขาต้องบอกลาทีมชาติด้วยอารมณ์ว่า นี่คือวันที่เศร้าที่สุดในอาชีพของเขา พร้อมยอมรับว่าจะคิดถึงการสวมเสื้อทีมชาติและการลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลอาร์เจนตินา
“ตอนนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผมต้องเผชิญกับวันที่เศร้าที่สุดในอาชีพ นั่นคือการบอกลาทีมชาติ ผมจะคิดถึงพวกคุณ ผมจะคิดถึงการปกป้องสีเสื้อของทีมชาติ แต่จากนี้ผมจะอยู่ตรงนั้นเคียงข้างพวกคุณ คอยสนับสนุนนักเตะเหล่านี้และทุกคนที่จะเข้ามาหลังจากนี้ เราจะเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ”

ขณะที่ สกาโลนี่ กล่าวถึงลูกทีมคนสำคัญหลังเกมว่า แม้ทีมชาติจะมีนักเตะรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาและสามารถสร้างทีมที่ยอดเยี่ยมได้ แต่สิ่งที่เมสซี่สร้างขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทดแทนได้
“เราสามารถสร้างทีมที่ยอดเยี่ยมกับนักเตะรุ่นใหม่ได้ แต่ผมไม่เคยเห็นออร่าแบบที่เขามีจากใครมาก่อนในชีวิต การมีตัวตนของเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เราจะหาหนทางใหม่ต่อไป แต่ความรู้สึกนั้นจะหายไป การได้ทำงานร่วมกับเขาเป็นประสบการณ์ที่เหลือเชื่อ และตอนนี้เราต้องเดินหน้าต่อโดยไม่มีเขา”

สำหรับ เมสซี่ ปิดฉากเส้นทางทีมชาติด้วยสถิติ 208 นัด 146 ประตู กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดและนักเตะที่ลงสนามมากที่สุดตลอดกาลของอาร์เจนตินา พร้อมคว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัยในปี 2021 และ 2024 รวมถึงฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งเป็นความสำเร็จสูงสุดในอาชีพทีมชาติของเขา
นอกจากนี้เจ้าตัวยังเป็นนักเตะที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 21 ลูก จากการลงเล่น 6 สมัย ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คู่ปรับตลอดกาลของเขา โดยปัจจุบันมีเพียง โรนัลโด้ ที่ลงเล่นทีมชาติชายมากกว่าเมสซี่ ด้วยจำนวน 234 นัด และยิงได้ 146 ประตู
หลังจากนี้ เมสซี่ จะเดินหน้าต่อในระดับสโมสรกับ อินเตอร์ ไมอามี่ ขณะที่เส้นทาง 21 ปีกับทีมชาติอาร์เจนตินาได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ ทิ้งไว้เพียงสถิติ แชมป์ และความทรงจำของหมายเลข 10
ที่แฟนบอล “ฟ้าขาว” จะไม่มีวันลืม
กาลอป


