เถียงกันวุ่น! 'ศุภชัย' เปิดฉากเดินเกมขวางสอบ 'ไอเดียร์-สามี' จวก'โรม'ไม่ขอมติที่ประชุม

เถียงวุ่นร่วมครึ่งชั่วโมง! ’ศุภชัย‘ นำเปิดฉากเดินเกมขวาง ‘โรม’ สอบ ‘ไอเดียร์-สามี’ ใน ’กมธ.กฎหมายฯ‘ ซัดใช้อำนาจประธานตามอำเภอใจ ผิดข้อบังคับ ยังไม่ขอมติจากที่ประชุม ด้าน ’รังสิมันต์‘ ลั่นข้อท้วงติงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ขอเอาไว้วาระอื่น
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม หลังนายรังสิมันต์ ได้แจ้งวาระการประชุม เรื่องการศึกษานโยบายทางกฎหมายเชิงรุกและติดตามการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีการเสนอสินบนเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการติดตามควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งได้เชิญ นายกฯ โดยนายกฯได้มอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาชี้แจงแทน
นอกจากนี้ยังเชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และสามี เข้ามาชี้แจงในกมธ. ทั้งนี้กรรมาธิการไม่ได้รับแจ้งว่า น.ส.สุชาดาและสามีจะเข้ามาชี้แจงหรือไม่

และก่อนเข้าวาระการประชุม นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ได้ยกมือประท้วงและระบุว่า ตนได้ส่งหนังสือ ถึงคณะกรรมธิการทุกคน กรณีแสดงความเห็นด้วยและทักท้วงการดำเนินงานของประธานกรรมาธิการ การกฎหมายฯ ซึ่งมีบางเรื่องที่ตนคิดว่า กมธ.พิจารณาไม่เป็นไปตามข้อบังคับ และระเบียบวาระ โดยไม่มีการขอมติจากที่ประชุม เพราะในกมธ. ประกอบด้วย หลายพรรคการเมือง แต่ประเด็นคือการดำเนินการ ประธานจะมีอำนาจหน้าที่พิเศษมากกว่าทุกคนในบางประเด็น บางเรื่องทำโดยภาระการณ์ เป็นเรื่องที่ประธานไม่พึงกระทำ ประเทศนี้เป็นประเทศที่ ปกครองตามอำเภอใจ ของคนเป็นประธาน แต่มันต้องมีมติเห็นพ้องต้องกัน เช่นกรณีเรื่อง เงินสินบน 40 ล้าน ยังไม่มีการขอมติ ว่าจะรับเรื่องหรือไม่ แต่ท่านก็ดำเนินการ ตนอยากให้เรื่องกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ให้ประธานทำหน้าที่ด้วยความสง่างาม รวมถึงกรณีของน.ส.สุชาดา
ทำให้นายรังสิมันต์ ขอให้นายศุภชัย พูดสรุปอยู่ในประเด็น แต่นายศุภชัยยังคงพูดสวนต่อว่า อีกกรณีคือการแถลงข่าวหรือการแสดงความคิดเห็น โดยทำให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องของกมธ, ทั้งๆที่ความจริง อาจเป็นเรื่องของนายรังสิมันต์ บางครั้งทำให้ถูกมองว่าเป็นมติของกมธ. จนมีผลกระทบ ถึงการถูกร้องจริยธรรม ทั้งที่จริงควรร้องแค่นายรังสิมันต์ คนเดียว

นายรังสิมันต์ จึงขอให้นายศุภชัย พูดสรุปอีกครั้งเพื่อที่จะได้เข้าสู่วาระการประชุม แต่นายศุภชัย ยังคนพูดสวนและกล่าวว่า นี่คือท่าน ไม่เปิดโอกาสให้ผมพูด เรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบของท่าน ไม่ยอมให้พูด ทำให้นายรังสิมันต์ ปิดไมค์ของนายศุภชัย พร้อมกล่าวว่า ตนได้ให้เวลานายศุภชัยพูด หลายนาทีแล้ว ก่อนจะอนุญาตให้นายศุภชัยพูดต่อ
จากนั้นนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. ได้สนับสนุนข้อท้วงติงของนายศุภชัย เช่นเดียวกัน สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย คนอื่นๆ ที่สนับสนุนคำโต้แย้งของนายศุภชัย
ก่อนที่นายรังสิมันต์ได้พยายามจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม แต่นายศุภชัย ยัง ทักทวงว่าประธานไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบวาระได้ เพราะการไม่ชอบด้วยข้อบังคับ และได้ขอมติจากที่ประชุม แต่นายรังสิมันต์ ก็พยายามจะนำที่ประชุมเข้าสู่วาระ จึงเกิดการโต้เถียงกันต่อ นายรังสิมันต์ ได้กล่าวว่าขอให้ที่ประชุมอยู่ในความสงบ แต่ศุภชัย กล่าวว่า ใช้สันติวิธีอยู่แล้ว

นายรังสิมันต์ จึงพยายามอธิบายว่าในกรณี ที่นายศุภชัยส่งหนังสือไม่เห็นด้วย จะมีการพูดคุยขอมติกันอย่างไร จะพูดกันในวาระอื่น
นายศุภชัย จึงกล่าวว่า สิ่งที่ตนต้องการคืออยากให้มีบรรทัดฐาน เพราะตนไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาวาระในวันนี้ เพราะยังไม่มีการขอมติจากที่ประชุม ว่าจะรับหรือไม่รับเรื่องนี้ไว้พิจารณา แต่ถ้าท่านประธานที่เคารพจะดำเนินการต่อตนก็ไม่ว่าเพราะเป็นสิทธิ์ของท่านประธานที่เคารพเห็นสมควร
นายรังสิมันต์ จึงได้วินิจฉัยว่า ตนถือว่าข้อทักท้วงของกมธ.ทุกคนเป็นข้อทักท้วงที่มีความสำคัญต่อการพิจารณา และจะมีการหารือในวาระอื่น จากนั้นนายรังสิมันต์ได้เข้าสู่วาระการประชุมทันที ซึ่งการถกเถียงกันใช้เวลาเกือบ 30 นาที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

