ศิลปกรรมศาสตร์ DPU ถ่ายทอดองค์ความรู้แฟชั่นแก่ YUEDPAO

ศิลปกรรมศาสตร์ DPU ถ่ายทอดองค์ความรู้แฟชั่นแก่ YUEDPAO เสริมศักยภาพบุคลากรด้านผ้า การผลิต และ Storytelling รองรับการขยายไลน์สินค้า
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดอบรมหลักสูตร Product Development, Textile Knowledge & Storytelling เพื่อเสริมความรู้และทักษะให้แก่บุคลากรของ บริษัท เริ่มใหม่ จำกัด หรือ แบรนด์ YUEDPAO ตั้งแต่เรื่องผ้าและวัสดุ Pattern เทคนิคการตัดเย็บ และเทคนิคการพิมพ์ ไปจนถึงการสื่อสารและการเล่าเรื่องสินค้า รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยมี ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ คณาจารย์ ตลอดจนบุคลากรจาก YUEDPAO หลายส่วนงานเข้าร่วม อาทิ ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายคอนเทนต์ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์
หลักสูตรดังกล่าวจัดอบรมจำนวน 2 รุ่น โดยรุ่นที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และรุ่นที่ 2 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 การอบรมแต่ละรุ่นแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าเป็นเนื้อหาด้าน Textile & Material, Pattern, Fit & Construction และเทคนิคการพิมพ์บนผ้า โดยมี อาจารย์ปรัชญา พิระตระกูล หัวหน้าหลักสูตรศิลปะและการออกแบบสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นวิทยากร ส่วนช่วงบ่ายเป็นเนื้อหาด้าน Product Communication และ Product Storytelling การค้นหาคุณค่าของผลิตภัณฑ์ การกำหนด Key Message และการพัฒนาเรื่องราวเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค โดยมี ดร.สเตเฟนนี่ ไพลิน ทีล อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอกการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และครูอโนมา บังวัด ครูปฏิบัติการและฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นวิทยากร
อาจารย์ปรัชญา พิระตระกูล หัวหน้าหลักสูตรศิลปะและการออกแบบสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้สืบเนื่องจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ร่วมกับ YUEDPAO จัดโครงการประกวดวาดภาพศิลปกรรมดิจิทัล ซึ่ง YUEDPAO เข้ามาสนับสนุนการประกวด พร้อมนำผลงานของผู้ชนะไปต่อยอดเป็นคอลเลกชันเสื้อพิเศษ จากการทำงานร่วมกันทำให้ทางแบรนด์ได้เห็นผลงานของนักศึกษา รวมถึงองค์ความรู้และศักยภาพของคณาจารย์ ก่อนพัฒนาความร่วมมือมาสู่การออกแบบหลักสูตรอบรมสำหรับบุคลากรของบริษัท
ทั้งนี้ YUEDPAO มีแนวทางขยายผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เน้นเสื้อยืด ไปสู่เสื้อผ้าที่มีความหลากหลายและมีมิติด้านแฟชั่นมากขึ้น ทั้งเสื้อเชิ้ต กางเกง เสื้อผ้าลำลอง และผลิตภัณฑ์ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน การขยายไลน์สินค้าจึงต้องอาศัยความเข้าใจด้านวัสดุ สิ่งทอ และกระบวนการผลิตที่มากขึ้น เพื่อให้บุคลากรสามารถเลือกใช้วัสดุและพัฒนาผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสม
อาจารย์ปรัชญา กล่าวว่า การบรรยายช่วงเช้า ได้ให้ความสำคัญกับพื้นฐานเรื่องผ้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ตั้งแต่ประเภทและคุณสมบัติของผ้า น้ำหนักของผ้า ไปจนถึงการเลือกใช้ให้เหมาะกับรูปแบบสินค้า ฤดูกาล และฟังก์ชันการใช้งาน เพราะผ้าที่เหมาะกับเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต กางเกง หรือเสื้อแจ็กเก็ตมีโครงสร้างและคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกวัสดุอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงมีผลต่อรูปทรง การสวมใส่ ตลอดจนคุณภาพของผลิตภัณฑ์เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง
นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังได้เรียนรู้เรื่องเทคนิคการพิมพ์บนผ้า เนื่องจากเนื้อผ้าแต่ละประเภทมีข้อจำกัดและเหมาะกับกระบวนการพิมพ์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะผ้าผสมระหว่างเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ หากเลือกเทคนิคการพิมพ์ไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อความคงทนของลวดลาย คุณภาพของสินค้า รวมถึงวิธีการดูแลรักษาหลังการใช้งาน ความเข้าใจในส่วนนี้จึงมีประโยชน์ทั้งต่อฝ่ายออกแบบและบุคลากรที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า เพราะสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง
“พื้นฐานเรื่องผ้าเป็นสิ่งที่คนทำงานด้านเสื้อผ้าต้องเข้าใจ เพราะผ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อจำกัดแตกต่างกัน หากแบรนด์ต้องการขยายจากเสื้อยืดไปสู่เสื้อเชิ้ต กางเกง หรือแจ็กเก็ต ก็จำเป็นต้องรู้ว่าควรเลือกวัสดุแบบใดให้เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท การเข้าใจตั้งแต่วัสดุไปจนถึงกระบวนการผลิตจะช่วยให้แนวคิดด้านการออกแบบสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จริงได้อย่างมีคุณภาพ” อาจารย์ปรัชญา กล่าว
อาจารย์ปรัชญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานร่วมกับภาคธุรกิจยังช่วยให้คณะได้เห็นโจทย์และความต้องการของอุตสาหกรรมแฟชั่นในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด ซึ่งสามารถนำประสบการณ์กลับมาต่อยอดการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเสริมทักษะด้าน Pattern และการตัดเย็บ เพื่อให้นักศึกษาไม่ได้มีเพียงความสามารถด้านการออกแบบ แต่เข้าใจกระบวนการผลิตและสามารถพัฒนาแนวคิดของตนเองให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ YUEDPAO ยังมีโอกาสพัฒนาต่อไปในรูปแบบการนำโจทย์จริงจากแบรนด์มาให้นักศึกษาเรียนรู้และทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือคอลเลกชันในอนาคต
ด้าน ดร.สเตเฟนนี่ ไพลิน ทีล อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอกการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การอบรมช่วงบ่ายเน้นเรื่อง Product Communication และ Product Storytelling เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจว่า การสื่อสารสินค้านอกจากต้องเข้าใจเรื่องคุณสมบัติหรือข้อดีของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังต้องค้นหาให้ได้ว่าสินค้านั้นช่วยแก้ปัญหา ตอบโจทย์การใช้ชีวิต หรือสร้างคุณค่าอะไรให้กับผู้บริโภค แล้วนำสาระเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นเรื่องราวที่เข้าใจง่ายและเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
“ยกตัวอย่างการพัฒนากระเป๋าสำหรับคนทำงานในเมือง ซึ่งเริ่มจากการมองเห็นปัญหาว่า ผู้ใช้ต้องพกของจำนวนมาก อาจมีอาการปวดไหล่ หาของในกระเป๋าได้ยาก ขณะที่กระเป๋าที่เน้นการจัดเก็บบางแบบอาจมีรูปทรงที่ไม่สวยหรือมีราคาสูง เมื่อมองเห็นปัญหาเหล่านี้ ผู้พัฒนาสินค้าจึงสามารถนำไปต่อยอดเป็นทั้งแนวคิดของผลิตภัณฑ์และเรื่องราวที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องเล่ากระบวนการคิดทุกขั้นตอน แต่เลือกสื่อสารเฉพาะสารสำคัญที่ผู้บริโภคเข้าใจและเห็นคุณค่าได้ทันที” ดร.สเตเฟนนี่ กล่าว
ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีลักษณะและกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน วิธีการสื่อสารจึงไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมดได้ ผู้พัฒนาสินค้าต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจผู้บริโภคก่อนว่าเขาต้องการอะไร กำลังเผชิญกับปัญหาใด และอะไรคือเหตุผลสำคัญที่จะทำให้ตัดสินใจเลือกสินค้า จากนั้นจึงคัดเลือกข้อมูลจากกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาสื่อสารให้กระชับ โดยไม่จำเป็นต้องนำรายละเอียดเบื้องหลังทุกขั้นตอนมาบอกกับลูกค้า
ในการอบรมยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมวิเคราะห์คุณค่าของสินค้าตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก ประโยชน์และฟังก์ชันการใช้งาน ไปจนถึงคุณค่าทางความรู้สึก เช่น ความมั่นใจ การสะท้อนตัวตน หรือประสบการณ์ที่ผู้ใช้ได้รับจากสินค้า พร้อมปรับมุมมองจากฝั่งผู้ผลิตมาสู่มุมมองของผู้บริโภคมากขึ้น เพราะคำว่า “ใส่สบาย” เป็นคุณสมบัติที่หลายแบรนด์ใช้สื่อสารเหมือนกัน สิ่งที่ต้องค้นหาต่อคือ Brand Positioning หรือจุดยืนที่ทำให้แบรนด์แตกต่างและมีความหมายต่อกลุ่มเป้าหมาย
ดร.สเตเฟนนี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดนี้สามารถนำกลับมาต่อยอดกับการเรียนการสอนของนักศึกษา DPU ได้โดยตรง โดยให้นักศึกษาเริ่มจากคำถามว่า “เรากำลังออกแบบให้ใคร และกำลังแก้ปัญหาอะไรให้เขา” เพราะนักออกแบบต้องเข้าใจผู้ใช้และมองเห็นปัญหาก่อนนำความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาเป็นทางออก ซึ่งจะช่วยให้งานออกแบบไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของตลาดได้จริง
ผู้สนใจหลักสูตรและกิจกรรมของ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สามารถติดตามข้อมูลและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-fine-and-applied-arts
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




