ติดลบทะลุแสนล้าน กองทุนฯวิกฤตเล็งลดอุ้มน้ำมัน

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการรับมือวิกฤตการณ์ราคาพลังงานแพง ว่า จะยังไม่กู้เงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ล่าสุดจะติดลบเกิน 1 แสนล้านบาท เพราะยังไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้ของประชาชน โดยต้องเรียนว่าหากระยะยาวสถานการณ์ยังยืดเยื้อจนกระทบต่อไทยอย่างมาก และกองทุนน้ำมันฯหยิบยกทุกเครื่องมือมาบริหารราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศหมดแล้ว คงต้องให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจถึงแนวการกู้เงิน เพราะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ศึกษาไว้ เพื่อรองรับภาวะวิกฤตราคาพลังงาน
“หากส่งสัญญาณไม่ดีว่าจะมีการกู้เงินวันนี้ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ ต้องเรียนว่าเวลานี้แนวทางดังกล่าวยังไม่จำเป็น ขอเน้นย้ำว่าจะไม่กู้เงินหากไม่สิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแท้จริง เพราะทุกครั้งที่กู้จะมีเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นภาระระยะยาว หากเลือกได้จะไม่กู้เงินอย่างเด็ดขาด และหันมาส่งเสริมพลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ แม้มีค่าใช้จ่ายสูง แต่เม็ดเงินจะกระจายอยู่กับเกษตรกรในประเทศ” นายพงศ์พล กล่าว
นายพงศ์พล กล่าวว่า ส่วนการบริหารราคาน้ำมัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้ทบทวนการคาดการณ์ภายใต้สมมติฐานใหม่ และจัดทำแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2569-2572 ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา สาระสำคัญ ประกอบด้วย 1.กำหนดเงื่อนไขวิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง แยกบัญชีฐานะกองทุนฯระหว่างกลุ่มน้ำมันและ LPG ชัดเจน พร้อมกำหนดกรอบความต่างระดับราคาระหว่างเบนซินและดีเซล เพื่อเลือกรูปแบบการอุดหนุนที่ตรงเป้าหมายที่สุด
2.วางกรอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับเป็นแนวทางชดเชยเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ 3.วางระบบบริหารสภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตที่อาจยืดเยื้อ พร้อมกำหนดแนวทางกู้เงินเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องให้กองทุนฯสามารถตรึงราคา บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ และ 4.ทบทวนนโยบายอุดหนุนน้ำมันชีวภาพ จากเดิมที่ยกเลิกการอุดหนุน แต่จากวิกฤตการณ์พลังงาน และความจำเป็นในการลดพึ่งพาการนำเข้าพลังงานต่างประเทศ รัฐบาลจึงทบทวนให้กลับมาอุดหนุนน้ำมันชีวภาพอีกครั้ง
ด้านนางไพลิน ฟุ้งเกียรติ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนฯยังเหลือเงินอยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท แม้ล่าสุดสถานะของกองทุนฯจะติดลบ แต่ยังมีกระแสเงินที่ไหลเข้า โดยต้องทำความเข้าใจว่ากระแสเงินมีการเข้าและออกเร็ว หากสถานการณ์พลิกกลับด้านไวก็จะเก็บเงินเข้ากองทุนฯเพื่อลดสถานะที่ติดลบได้ เรียกว่าเป็การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow)
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ล่าสุดกองทุนฯติดลบเกิน 1 แสนล้านบาท โดยมาตรการหลังจากนี้คงต้องรอความชัดเจนจากนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ว่าจะดำเนินการอย่างไร เบื้องต้นคาดว่าคงต้องทยอยลดการอุดหนุนราคาน้ำมันในประเทศ หรือปรับลดการชดเชย (Exit) เพื่อตรึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ และลดการไหลออกของเงินกองทุนฯ โดยล่าสุดยังอุดหนุนอยู่ที่ 375 ล้านบาท จากที่เคยอุดหนุน 700 ล้านบาท การลดเงินอุดหนุนถือเป็นแนวทางเบื้องต้นที่ดำเนินการได้ในขณะนี้ โดยหากสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลกลดลง คงไม่กระทบกับราคาขายปลีกในประเทศ แต่หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้น อาจจะกระทบราคาในประเทศบ้าง แต่กระทรวงพลังงานจะพยายามไม่ให้มันกระทบมากเท่าที่จะทำได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

