‘GIT’คลอดมาตรฐานใหม่ ‘ทองรูปพรรณไทย’ขั้นต่ำต้อง96.5%

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า GIT ได้จัดทำมาตรฐานสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ หรือ GIT Standard สินค้าใหม่ คือ ทองรูปพรรณไทย โดยกำหนดมาตรฐานไว้ที่ 96.5% ไม่รวมส่วนที่เป็นน้ำประสานทอง เพื่อให้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ร้านทองและผู้ประกอบการจะต้องยึดมาตรฐานนี้ เพราะปัจจุบันทองรูปพรรณถูกผลิตและจำหน่ายในหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย ทำให้มีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน เพื่อควบคุมคุณภาพ ความบริสุทธิ์ และความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ เพื่อดูแลผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม และมีความมั่นใจในการซื้อทองรูปพรรณเพื่อการลงทุน
ทั้งนี้ปัจจุบันการซื้อขายทองรูปพรรณยังมีปัญหากรณีผู้บริโภคซื้อสินค้าจากร้านหนึ่ง แต่ไม่สามารถไปขายที่ร้านอื่นได้ เพราะบางร้านไม่รับซื้อ ต้องกลับไปขายที่ร้านเดิมที่ซื้อมา ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมาตรฐานทองคำ เนื่องจากบางร้านอาจจะผลิตทองรูปพรรณออกมาต่ำกว่า 96.5% โดยมาตรฐานขั้นต่ำที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนดไว้ คือ 92.5% แต่ถ้ากำหนดมาตรฐานทองคำไว้ขั้นต่ำที่ 96.5% ทุกรายที่ผลิตทองรูปพรรณ ก็ต้องยึดตามมาตรฐานนี้
ในขณะเดียวกัน GIT ยังได้จัดทำมาตรฐานการตรวจสอบและประเมินการปรับปรุงความสะอาดมรกต เนื่องจากมรกตมีสีเขียวเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์ ความหายากโดยธรรมชาติ และเป็นอัญมณีที่มักมีรอยแตกและมลทินภายใน ทำให้ดูไม่ใสหรือค่อนข้างขุ่น จึงต้องมีการปรับปรุงความสะอาดโดยการเติมสารที่ดัชนีหักเหแสงใกล้เคียงมรกตลงในรอยแตก เพื่อทำให้มรกตมีความใสสะอาดและสวยงามขึ้น ซึ่งสารที่ใช้ เช่น น้ำมัน เรซิน เป็นต้น จึงต้องมีการกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบและประเมินการปรับปรุงความสะอาดของมรกต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยการตรวจสอบนั้น จะตรวจสอบตั้งแต่วิธีพื้นฐาน การตรวจสอบความงามธรรมชาติ การตรวจสอบการปรับปรุงความสะอาดของมรกต เพราะล้วนแต่มีผลต่อราคาซื้อขาย
นอกจากนี้ได้มีการกำหนดมาตรฐานศัพท์อัญมณีที่จะนำมาใช้เป็นชื่อทางการค้า ชื่อชนิด ชื่อประเภท และชื่อกลุ่มของอัญมณี รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ของอัญมณี ที่อธิบายรายละเอียด และขยายความคำศัพท์นั้นๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เช่น กรณีเป็นอัญมณีปรับปรุงคุณภาพและต้องการเรียกชื่อ ให้ใช้ชื่อวิธีการปรับปรุงคุณภาพต่อท้ายชื่ออัญมณีนั้นๆ เช่น มุกย้อม ปะการังย้อม ทับทิมเผา เพชรอาบรังสี เป็นต้น
นายสุเมธ กล่าวว่า GIT ยังมีแผนผลักดันให้ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ก้าวสู่มาตรฐาน Responsible Jewellery Council (RJC) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญของโลก และมาตรฐานเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของโลหะมีค่า เพื่อรับประกันว่าโลหะมีค่าที่นำมาผลิตเป็นเครื่องประดับ มาจากเหมืองที่ถูกกฎหมาย ปราศจากความขัดแย้ง เพราะหากไทยผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ ก็จะทำให้สินค้าไทยเป็นที่ต้องการและเป็นที่ยอมรับของตลาด ส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกได้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

