ฉะเชิงเทราท่วมวิกฤต น้ำทะลักข้ามแม่น้ำบางปะกง ท่วมคลองเขื่อน ชายวัย 72 ยอมนอนเฝ้าบ้านลำพัง

น้ำท่วมฉะเชิงเทรายังวิกฤต น้ำจากฝั่งบางกระเจ็ดบางคล้า ข้ามแม่น้ำบางปะกง เข้าท่วมพื้นที่ อ.คลองเขื่อน สูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรในขณะนี้ ขณะที่ชายวัย 72 ปี ยอมอยู่เฝ้าบ้านเพียงลำพัง พายเรือออกไปอาบน้ำนอกบ้าน ก่อนกลับมานอนหน้าบ้านเฝ้าสิ่งของที่ขนขึ้นรถกระบะหนีน้ำ เผยนาข้าวกว่า 100 ไร่ จมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงวิกฤต หลายพื้นที่ยังมีปริมาณน้ำท่วมสูงและได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางคล้า และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ขณะที่ล่าสุด น้ำจากฝั่งตำบลหัวไทร ตำบลบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า ได้ไหลข้ามแม่น้ำบางปะกงเข้ามายังพื้นที่ฝั่งอำเภอคลองเขื่อน ซึ่งมีแม่น้ำบางปะกงกั้นกลางเพียงสายเดียว ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณ หมู่ 2 ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่ามวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เป็นวงกว้างจนถึงบริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน ระดับน้ำบริเวณบ้านเรือนประชาชนสูง ประมาณ 80 เซนติเมตรถึง 1 เมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้า-ออก ก่อนนำเรือมาจอดบริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน แล้วจึงเดินทางต่อด้วยรถหรือเดินเท้า

หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือ นายมณเฑียร คฤาธรรม อายุ 72 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งพาผู้สื่อข่าวเดินลุยน้ำเข้าไปสำรวจภายในบ้าน พร้อมเปิดเผยว่า น้ำท่วมบริเวณบ้านมานานประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว และระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้สมาชิกในครอบครัวของตนเองได้อพยพออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว เหลือเพียงตนเองที่ตัดสินใจอยู่เฝ้าบ้าน เนื่องจากภายในบ้านยังมีทรัพย์สินและข้าวของจำนวนมาก บางส่วนสามารถยกขึ้นไว้ในที่สูงได้ ขณะที่สิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ถูกนำใส่ถุงดำแล้วขนขึ้นไปไว้บนรถกระบะ ซึ่งจอดอยู่บนถนนที่น้ำยังไม่ท่วม เพื่อป้องกันความเสียหาย โดยในช่วงกลางคืน ตนเองจะมานอนที่เตียงบริเวณหน้าบ้าน โดยกางมุ้งนอนเฝ้าทั้งสิ่งของที่อยู่บนรถกระบะและทรัพย์สินภายในบ้าน ท่ามกลางระดับน้ำที่ยังคงท่วมสูง
ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ ตู้เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้อัดภายในบ้าน ซึ่งถูกน้ำแช่มาเป็นเวลานาน เริ่มมีอาการพอง บิดงอ และได้รับความเสียหายบางแล้ว

นายมณเฑียร เปิดเผยว่า ชีวิตประจำวันต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก แม้กระทั่งการอาบน้ำก็ต้องอาบเพียงวันละ 1 ครั้ง โดยใช้วิธีพายเรือออกไปบริเวณด้านหลังบ้าน ซึ่งมีแท่นไม้ที่ยังพ้นระดับน้ำ จากนั้นนำถังน้ำดื่มที่บรรจุอยู่ในถังขนาด ใหญ่ไปใช้สำหรับชำระล้างร่างกาย ก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าพายเรือกลับเข้ามาที่บ้าน แล้วไปนอนบริเวณหน้าบ้าน เพื่อเฝ้าทรัพย์สินตลอดทั้งคืน
นายมณเฑียร ยอมรับว่า การใช้ชีวิตในช่วงน้ำท่วมเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ยังพยายามให้กำลังใจเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยก่อนหน้านี้มีเพื่อนบ้านรายหนึ่งมานั่งพูดคุยกันแล้วนั่งร้องไห้ หลังทรัพย์สินและข้าวของได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ตนเองก็ได้แต่ปลอบใจเพื่อนบ้านว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นภัยธรรมชาติ และทุกคนต้องพยายามทำใจและผ่านพ้นไปให้ได้ เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะนาข้าวที่มีประมาณ 100 ไร่ ขณะนี้ถูกน้ำท่วมจนจมหายไปหมดแล้ว และแม้จะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมและเฝ้าบ้านเพียงลำพัง นายมณเฑียร ยังบอกอีกว่า สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดในเวลานี้คือ อยากให้น้ำลดลงโดยเร็ว เพื่อให้ชาวบ้านได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




