ยศชนัน ชู 7 นวัตกรรมฝีมือคนไทย ดัน วช.-อว. ลุยสู้ภัยน้ำท่วม เตือน-กู้-ฟื้นฟู ครอบคลุมถึงสัตว์เลี้ยง มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนกว่า 2.5 หมื่นครัวเรือน

7 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงเดินหน้าแก้วิกฤตอุทกภัย ผนึกกำลังสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำ "7 นวัตกรรมไทยสู้ภัยน้ำท่วม" ลงพื้นที่จริง ชูจุดเด่นการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า การกู้ชีพเร่งด่วน ไปจนถึงการฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด โดยมุ่งขยายผลการช่วยเหลือและดูแลประชาชนไม่ต่ำกว่า 23,000 - 25,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า การแถลงข่าววันนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะทั้ง 7 ผลงานวิจัยได้ลงพื้นที่จริงและช่วยเหลือประชาชนไปแล้ว ซึ่งการนำนวัตกรรมของคนไทยไปใช้งานจริงจะช่วยให้เราเห็นข้อติดขัดเพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น ต้องขอขอบคุณทีมงานหลังบ้านนักวิจัยที่ร่วมปิดทองหลังพระมาโดยตลอด อย่างตอนที่ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ก็ได้เห็นประสิทธิภาพของทีมโดรนกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที วันนี้เราจึงมาเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อขยายผลการช่วยเหลือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
สำหรับผลงานวิจัยทั้ง 7 ชิ้น เกิดจากการผนึกกำลังของสถาบันอุดมศึกษาที่ดึงเอางานวิจัยออกจากห้องทดลองมาเป็น "เกราะคุ้มกันภัย" ให้แก่พี่น้องประชาชนใน 3 ระยะสำคัญ ได้แก่
1. ระยะเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ - เตือนภัยล่วงหน้า แม่นยำถึงมือชุมชน ระบบ Flood Boy และ Flood Eye (โดย ม.แม่ฟ้าหลวง และ ม.เชียงใหม่)
นวัตกรรมเซนเซอร์วัดระดับน้ำเรียลไทม์พลังงานแสงอาทิตย์ สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับหมู่บ้าน พร้อมยิงสัญญาณแจ้งเตือนภัยตรงเข้าแอปพลิเคชัน LINE ของผู้นำชุมชนและผู้ใหญ่บ้านทันที ปัจจุบันนำร่องติดตั้งแล้ว 35 จุดใน 4 จังหวัดภาคเหนือ และเตรียมขยายผลเพิ่มเป็น 6 จังหวัด คาดว่าจะช่วยแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือได้ทันท่วงที ครอบคลุมกว่า 15,000 ครัวเรือน
2. ระยะเผชิญเหตุ - กู้ภัยเร่งด่วน ไม่ทิ้งใคร (และสัตว์เลี้ยง) ไว้ข้างหลัง ฝูงโดรนกู้ภัยสู้ภัยน้ำท่วม (โดย สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ)
โดรนปฏิบัติการกู้ภัยทางอากาศที่ทำงานประสานกันเป็นคู่ ลำแรกติดตั้งกล้องจับความร้อนเพื่อค้นหาผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนอีกลำทำหน้าที่ลำเลียงเสบียง ยา และน้ำดื่ม รองรับน้ำหนักสูงสุด 50 กิโลกรัม บินเจาะเข้าพื้นที่ที่ถูกตัดขาด นำร่องลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง (ตั้งเป้าช่วยเหลือ 1,000 ครัวเรือน)
ชุดนวัตกรรมออกซิเจนกระป๋องพกพาฉุกเฉิน (โดย ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)
อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินน้ำหนักเบา หวังผลอุดช่องโหว่ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหอบหืดและโรคหัวใจในพื้นที่น้ำท่วมขัง ถูกตัดไฟ และรถพยาบาลเข้าไม่ถึง ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตกะทันหัน (ตั้งเป้าช่วยเหลือ 50 ครัวเรือน)
ชุดยังชีพสัตว์เลี้ยงฉุกเฉิน Gatti Bag / Gatti Box (โดย ม.ศรีนครินทรวิโรฒ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
กระเป๋าและกล่องยังชีพน้ำหนักเบาเพียง 3 - 4 กิโลกรัม อัดแน่นด้วยเสบียง น้ำดื่ม ทรายแมวรักษ์โลก และคอกพับได้ เพียงพอสำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยงในศูนย์อพยพได้นาน 7 วัน ตอบโจทย์วิถีการกู้ภัยที่ไม่ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ข้างหลัง (ตั้งเป้าช่วยเหลือ 1,000 ครัวเรือน)
3. ระยะหลังน้ำลด - ฟื้นฟูเยียวยา คืนคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ชุดเฟอร์นิเจอร์โรงเรียนพลาสติกรีไซเคิล (โดย ม.ราชภัฏเชียงใหม่)
โต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องเล่นสนามที่ทนทานต่อน้ำท่วมขัง ไม่บวม ไม่ขึ้นรา แม้โดนน้ำท่วมซ้ำก็สามารถฉีดล้างแล้วนำกลับมาใช้ต่อได้ทันที นำร่องมอบให้โรงเรียนในพื้นที่ กทม. 3–5 แห่ง ช่วยเหลือนักเรียนและบุคลากรได้กว่า 2,000 - 3,500 คน
สเปรย์คอปเปอร์นาโนกำจัดและป้องกันเชื้อรา AGENT 29 (โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
นวัตกรรมฉีดพ่นยับยั้งและป้องกันเชื้อราหลังน้ำลด ใช้ได้ทั้งบนพื้นผิวไม้ ผนังบ้าน พรม และเบาะรถยนต์ คืนสุขอนามัยและความปลอดภัยให้แก่บ้านเรือน (ตั้งเป้าเข้าถึงกว่า 1,000 ครัวเรือน และ 150 หน่วยงาน)
จุลินทรีย์ฟื้นฟูดินเกษตรหลังน้ำท่วม Clear Soil (โดย ม.ธรรมศาสตร์)
ตัวช่วยสำคัญของเกษตรกรในการสลายสารตกค้างและโลหะหนัก คืนความสมบูรณ์ให้ดินสามารถกลับมาเพาะปลูกได้ภายใน 1 เดือน ปัจจุบันลุยส่งมอบลงพื้นที่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.สงขลา แล้ว (ตั้งเป้าช่วยเหลือ 2,000 ครัวเรือน)
ศ.ดร.ยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงแนวทางการขยายผลและการรับมือภัยพิบัติว่า ขณะนี้มวลน้ำจากทางเหนือเริ่มทยอยลงมา เราจึงยังต้องเฝ้าระวังทั้งในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเรื่องดินและเชื้อรา
งานวิจัยทั้งหมดผ่านการตีพิมพ์ทางวิชาการแล้ว หากภาคเอกชนเข้ามาร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Licensing) ก็จะช่วยขยายผลผลิตนวัตกรรมออกสู่สังคมได้ในวงกว้าง ทาง อว. จะนำงานวิจัยลงสู่พื้นที่จริงอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนหรือหน่วยงานใดสนใจ สามารถติดต่อมาที่ วช. ได้ทันที เราพร้อมส่งมอบ ทำงาน และปรับปรุงไปพร้อมกัน เพื่อเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤตครับ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวสรุป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

