สั่งเด้งนอภ.บ้างสร้าง เซ่นน้ำท่วม หนูอัดยับในวงประชุม ซัดน่าอับอาย-สั่งสอบวินัย

สั่งเด้งนอภ.บ้างสร้าง
เซ่นน้ำท่วม
หนูอัดยับในวงประชุม
ซัดน่าอับอาย-สั่งสอบวินัย
ปภ.ส่งเรือผลักดันน้ำ80ลำ
เดินหน้ากู้ปราจีน-แปดริ้ว
บ้านสร้าง/บางคล้าวิกฤต
“อนุทิน”เดือดสวดยับกลางวง บกปภ.ช.“นายอำเภอบ้านสร้าง”น่าอับอาย ไม่ตั้งใจทำงาน หลังผู้ว่าฯปราจีนบุรี ทำหนังสือขอย้าย บอกเศร้า มีคนแบบนี้ในระบบปกครอง สั่งสอบวินัย ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทำงานแย่จริง รับราชการไม่ได้ กำชับเร่งช่วย“ปราจีนฯ-แปดริ้ว” อธิบดีปค.สั่ง ย้าย“นอภ.บ้านสร้าง”ไปช่วยราชการวิทยาลัยการปกครอง‘ ศูนย์ JICCย้ำเฝ้าระวัง“ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี”และภาคใต้ รับฝนเพิ่ม10-12ต.ค. ส่วนน้ำท่วมกทม.เริ่มคลี่คลาย ‘ชัชชาติ’ยังเฝ้าระวังฝน สั่งพร่องน้ำคลองรองรับประชุมWorld Bank ขณะ3ถนนสายหลัก ลาดกระบัง ยังท่วมสูง อธิบดี ปภ.สั่งระดมเรือผลักดันน้ำ 80 ตัว ปักหลักปากแม่น้ำบางปะกง เร่งระบายน้ำลงทะเล กู้พื้นที่ ฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี ขณะที่ อ.บ้านสร้าง และ อ.บางคล้า ยังอ่วมน้ำท่วมสูง
เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้าร่วมประชุม
นายกฯกำชับเร่งช่วยปราจีนฯ-แปดริ้ว
โดยนายกฯกล่าวว่าประชุมวันนี้ ขอเริ่มเร็วกว่าที่นัดหมายเล็กน้อยเนื่องจากตนจะต้องเดินไปราชการที่ประเทศสิงคโปร์และวันพรุ่งนี้ช่วงเช้าตนเดินทางออกจากสิงคโปร์ ขณะที่เรากำลังประชุมพอดีอาจจะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามาประชุมวันนี้เป็นการประชุมต่อเนื่องวันที่ 8ซึ่งสถานการณ์ก็ถือว่าปรับระดับขึ้นมาอยู่ในโอกาสเป็นปกติมากขึ้นในทุกพื้น ที่ยกเว้นบางจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์ไม่สามารถระบายน้ำ ยังเกิดสภาวะน้ำท่วมขังอยู่และในพื้นที่เหล่านั้นทางคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานราชการต่างๆได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษลงไปบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ให้เกิดความช่วยเหลือกับประชาชนมากที่สุดเช่น จ.ปราจีนบุรีถือว่าได้รับผลกระทบมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมีจ.ฉะเชิงเทราและพื้นที่ในเขตปริมณฑลอีกหลายจังหวัด ข้อมูลทั้งหมดได้รับการหารือแลกเปลี่ยนกัน ให้การเข้าไปดำเนินการในพื้นที่สามารถทำได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน
กำชับผวจ.ภาคใต้เตรียมรับมือเต็มที่
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันช่วงนี้ ยังมีปริมาณฝนที่เริ่มเข้าภาคใต้แล้ว ขอให้ผวจ.ในพื้นที่ภาคใต้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เราได้หารือไว้มาก่อนหน้านี้แล้วในทุกๆเรื่องทั้งเรื่องทรัพยากรเรื่อง เรื่องวัตถุดิบ อาหาร เส้นทางคมนาคมขนส่ง ต้องเรียนผวจ. ที่อยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงให้ทราบ ว่าจากสิ่งที่มันเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้วที่หาดใหญ่ในช่วงวันสองวันแรก การเตรียมอาหารวัตถุดิบเป็นสิ่งที่สำคัญมาก รวมถึงน้ำดื่มนั้น ขณะที่พวกเราไปก็ไม่สามารถที่จะหาร้านอาหารได้ แม้แต่ร้านเดียวอันนี้เป็นประสบการณ์ที่ดี แล้วต้องแย่งกันกินไข่ต้มไข่เจียวในวันที่เกิดเหตุแรกๆ ซึ่งนึกไม่ถึงว่าร้านอาหารเป็นพันเป็นหมื่นที่เราเห็น แม้แต่หาบเร่แผงลอย ถ้ามันมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมีภัยพิบัติเกิดขึ้น ซัพพลายเชนด้านอาหารไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบร้านค้าอาหารทั่วไปมันหายวับไปจริงๆ ถูกกักตุน ถูกซื้อจนหมด และไม่สามารถนำเข้ามาจากพื้นที่อื่นได้เนื่องจากในกรณีที่หาดใหญ่เส้นทางสัญจรที่เดินทางเข้าหาดใหญ่ถูกตัดขาด ฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
ย้ำกระจายช่วยเหลือปชช.ให้ทั่วถึง
นายกฯกล่าวอีกว่าหากมีปัญหาในบ้านน้ำท่วม เราจะสามารถจัดหาศูนย์พักพิงได้ ถ้าเข้ามาแล้วไม่มีอาหารไม่มีน้ำดื่มอันนี้จะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากในส่วนถุงยังชีพ ขอเน้นย้ำอีกครั้งกรณีที่จะไปแจก ต้องเน้นของที่เขาสามารถเปิดแล้วรับประทานได้เลย ขอช่วยดูสิ่งของที่จะใส่ไว้ในถุงยังชีพ ก็ขอให้เน้นในเรื่องของอาหารสำเร็จให้มากที่สุด
นายกฯกล่าวด้วยว่าการช่วยเหลือเหล่านี้ต้องมีกำหนดเข้าเร็วแล้วก็ออกเร็ว ไม่ใช่แจกไปจนสภาพการเป็นปกติแล้วทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ยังแจกอยู่ไม่ได้ งบประมาณมีจำกัดแล้ว การช่วยเหลือยังต้องกระจายไปยังทุกพื้นที่อื่นๆอีกมากมาย ขอให้ปภ.และผวจ. ในฐานะที่ต้องบริหารจัดการและมีหน่วยกาชาดอยู่ด้วย อาจจะมีการประสานร่วมมือผู้มีจิตศรัทธาต่างๆขอมอบเป็นแนวทางในการดำเนินการให้เป็นไปตามนี้เพื่อที่จะได้กระจายความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง
ชี้บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพที่สุด
นายกฯกล่าวด้วยว่า แผนการระบายน้ำต่างๆต้องถูกนำขึ้นมา ปรับปรุงแก้ไข ให้เกิดความสะดวกสูงสุดในการที่จะระบายน้ำออกไป ใครที่จะต้องดูแลในเรื่องนี้ก็ขอให้แชร์ข้อมูลทั้งทาง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมืองและจังหวัด เพื่อให้การวางแผนและบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด แล้วก็เป็นปัญหาเดียวกันกับทุกๆครั้งที่เรามีอุปสรรคในการดำเนินการ มีปัญหาเฉพาะกิจต่างๆไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างจังหวัดเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งผวจ.ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะเขตของท่านอย่างเดียวท่านต้องแชร์ข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียง และถ้าเป็นไปได้ในระดับกระทรวงก็ต้องเป็นผู้ประสานข้อมูลเหล่านั้น เพื่อทำให้การวางแผน ระบายน้ำระหว่างจังหวัดมีประสิทธิภาพก็สามารถที่จะระบายน้ำข้ามพื้นที่ได้ และนำไปสู่การระบายลงสู่แหล่งรับน้ำ ทั้งในผืนแผ่นดินหรือที่ไปทะเล
ขอเน้นย้ำผู้อำนวยการจังหวัดทุกจังหวัด จัดการประชุมทุกวันในฐานะที่ท่านเป็นผู้บัญชาการศาลาการในพื้นที่อยู่แล้วการประชุมระดับย่อยจะต้องมีเป็นทอดๆไประหว่างวัน และมาสรุปในที่ประชุมใหญ่วันนี้ทุกวัน
สวดยับนอภ.บ้านสร้างกลางวงบกปภ.ช.
นายกฯกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ข่าวที่ไม่ได้เรื่องมาเรื่องหนึ่ง ผวจ.ปราจีนบุรีทำหนังสือถึงรมว.มหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ให้ย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ออกจากพื้นที่ เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือ ตนไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่ทางอธิบดีกรมการปกครอง รายงานว่าดำเนินการตรวจสอบแล้ว เป็นความจริงว่าไม่กระตือรือร้น ไม่ทำงานด้วยความทุ่มเท ไม่ตั้งใจ เมื่อส่งของไปก็บอกว่าเดี๋ยวยังไม่ทำ ขอทำพรุ่งนี้เช้าเรื่องการอพยพชาวบ้าน ก็ไม่ประสานงานเต็มที่ จนเป็นเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหนังสือขึ้นมาอย่างเป็นทางการ
ซัดน่าอับอายไม่ตั้งใจทำงาน
“อันนี้เป็นสิ่งที่น่าอับอาย น่าละอายอย่างมาก ที่เรามีคนแบบนี้อยู่ในระบบราชการของเราก็ถือว่าเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คนและเป็นอำเภอที่ถือว่า ณ วันนี้เป็นแชมป์ประเทศไทยอำเภอที่ลำบากที่สุด ผมไม่เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและการแต่งตั้งให้เขาไปอยู่ที่นั่นแต่งตั้งเมื่อไหร่ แต่งตั้งอย่างไรเพราะฉะนั้นเรื่องนี้สำหรับกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นเรื่องน่าอับอายว่า เรามีคนเช่นนี้ยังอยู่ในระบบการปกครองของกระทรวง กว่าผู้ว่าราชการจะเขียนหนังสือแบบนี้มาคงจะคิดแล้วคิดอีก แล้วลงรายชื่อด้วยตัวเองทราบว่าอธิบดีกรมการปกครอง ดำเนินการเรียกเข้ามาประจำโรงเรียนนายอำเภอแล้ว”นายกฯย้ำ
สั่งสอบวินัย-ทัศนคติ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
นายกฯระบุอีกว่า”ขอให้ดำเนินการสอบสวนทั้งวินัย และดูทัศนคติว่ามันเกิดอะไรขึ้นสถานการณ์รุนแรงขนาดนี้ แล้วถ้าเขาใส่ใจมากกว่านี้อำเภอบ้านสร้างจะมีสถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ไหม ให้ทำประเมินออกมาให้เรียบร้อยให้ละเอียด ผมมองว่าคนแบบนี้ ถ้าแย่อย่างนั้นจริง รับราชการไม่ได้ ต้องไม่ให้อยู่ในระบบราชการของเรา เพราะสร้างความเดือดร้อนสร้างความเสียหาย ให้กลับบ้านเมืองอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชน ขอให้รักษาการผู้ว่าปราจีนบุรีทำรายงานชี้แจงด้วยว่าทำไมท่านถึงทำจดหมายเช่นนี้มาแล้วแจ้งด้วยว่าขณะนี้ท่านได้แก้ไขสถานการณ์ไปอย่างไร ขอให้อธิบดีกรมการปกครองดำเนินการอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาการโดยตรง และนายอำเภอคนนี้ เป็นมาตั้ง 5 ปีแล้ว ต้องรู้จักสถานที่ต้องคาดการณ์พื้นที่ได้ดี แต่ก็ยังปล่อยให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ฉะนั้น ต้องดำเนินการไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต้องให้เห็นว่าหน้าที่ในการดูแลประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตั้งแต่ประชุมกันมา 7-8 วัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเศร้าใจที่สุด ที่มีคนประเภทอย่างนี้และยังอยู่ในระบบการปกครองของเรา ขอให้เร่งดำเนินการอย่าให้มีคนอย่างนี้อีกในช่วงที่เรากำลังเผชิญกับสภาวะอุทกภัยอยู่” นายกฯกล่าว
อธิบดีปค.สั่งเด้งย้าย‘นภอ.บ้านสร้าง’
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 2871/2569 เรื่อง ให้ข้าราชการช่วยราชการ โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงให้ข้าราชการ ราย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ ตำแหน่ง นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ณ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
JICCเฝ้าระวังฝน4จว.ตะวันตก-ใต้
เวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย(JICC)ว่าจุดที่น้ำเริ่มลดลงได้แก่จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ระดับน้ำจะค่อยๆลดลงอย่างช้าๆ ในส่วนของ จ.ชลบุรีที่ อ.พนัสนิคมสถานการณ์เริ่มดีขึ้น จุดที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ภาคตะวันตกของประเทศ ใน จ.ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี เนื่องจากจะมีปริมาณฝนเข้ามาเติมระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค.นี้ ส่วน จ.ปทุมธานี การระบายน้ำออกค่อนข้างช้า เนื่องจากมีน้ำมาจาก อ.องครักษ์ จ.นครนายก และในจุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องอีกจุด คือ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ปราจีนบุรี ในแม่น้ำแม่กลอง ยังต้องเฝ้าระวังที่ จ.ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีปริมาณฝนเข้ามาเติมการระบายน้ำของเขื่อน ในส่วนแม่น้ำบางปะกง ช่วงนี้น้ำทะเลหนุนสูง การระบายน้ำออกได้อย่างล่าช้า ยังต้องเฝ้าระวังใน จ.ฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี
ส่วนฝนที่ตกในวันที่ 7 ต.ค.จะตกมากในช่วงภาคใต้ ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ส่วนวันที่ 9 ต.ค.ฝนจะตกในช่วงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ขณะที่วันที่ 10 ต.ค. ฝนจะตกทั่วทุกภาค แต่จะตกหนักในตอนล่าง ภาคใต้ ภาคตะวันตก และริมทะเล จ.ระยอง ส่วนวันที่ 11 ต.ค. ฝนตกภาคตะวันตก และวันที่ 12 ต.ค. ฝนจะตกช่วงภาคใต้ฝั่งตะวันตก และวันที่ 13 ต.ค.จำนวนฝนจะเริ่มน้อยลง
ส่วนของน้ำเหนือวันนี้วัดปริมาณน้ำจาก จ.นครสวรรค์ ได้ที่ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะลดระดับการระบายอยู่ที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงบ่ายวันที่ 7 ต.ค.โดยจะทยอยลดระดับการระบาย ชั่วโมงละ 20ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
“ชัชชาติ”เผยน้ำท่วมกทม.เริ่มคลี่คลาย
ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.2ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯว่าขณะนี้สถานการณ์หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย คลองสายหลักปริมาณน้ำยังเต็มอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝน น้ำเติมเข้ามา อย่างเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ฝนตกน้ำเติมเข้ามาคลองแสนแสบ 60มม.ทำให้มีบางจุดน้ำกลับเอ่อท่วมอีกจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บางที่ยังไม่ต้องเอาของที่ยกขึ้นไว้ลงหรือยังเก็บอุปกรณ์ที่ป้องกันไว้ก่อน
พร่องน้ำคลองรับประชุมWorld Bank
ส่วนคลองประเวศบุรีรมย์ น้ำยังลงค่อนข้างช้า เพราะมีน้ำเติมจากฝากตะวันออกค่อนข้างเยอะทั้งมวลน้ำจากลาดกระบังรวมทั้งทางแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ต้องใช้เวลา ภาพรวมสถานการณ์ค่อนข้างเปราะบาง โดยปกติแล้ว หากฝนตก 60-70 มม.รับได้สบาย ปัจจุบันน้ำเต็มพื้นที่ หากฝนตก60มม. จะทำให้น้ำเอ่อขึ้นมาได้เร็วกว่า จึงต้องเฝ้าระวังต่อ ควบคู่ไปกับติดตามการพยากรณ์อากาศให้ดีด้วย จากกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ อาจมีฝนตก ช่วงวันที่ 10-13 ต.ค.นี้ประกอบมีการประชุม World Bank คงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะนี้ต้องเร่งพร่องน้ำในคลอง เพื่อให้คลองมีน้ำน้อยที่สุดรวมทั้งติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำพร้อมใช้งานเพิ่มเติม
สำหรับน้ำเหนือ คลองเปรมประชากร ค่อนข้างดี หลังไม่มีฝนเติม แต่คลองลาดพร้าวมีน้ำจากรังสิต มาทางคลองสอง ต้องช่วยเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อช่วยปทุมธานีจึงต้องเร่งระบายน้ำ มีเครื่องผลักดันน้ำจากหลายหน่วยงาน มาดันน้ำ ที่อุโมงค์ลงคลองแสนแสบ ส่วนน้ำทางตะวันออก ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เข้าอุโมงค์บึงหนองบอนแล้ว
กทม.ชี้3ถนนหลักลาดกระบังท่วมสูง
นายปริญญา จันทคุปต์ ผอ.ส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. แถลงศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัยว่าสถานการณ์น้ำท่วมสายหลักของ กทม.โดยช่วงเช้าที่ผ่านมามีฝนกระจายทั่วทุกพื้นที่ของ กทม.ถนนสายหลักที่ยังมีน้ำท่วมสูงและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ถนนฉลองกรุง ช่วงบริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณแยกเมืองมีน และถนนลาดกระบัง บริเวณแยกจระเข้น้อย สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ คาดการณ์น้ำขึ้นสูงสุดในเวลา 17.15น.ซึ่งระดับน้ำอยู่ที่ 1.88เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง คันซึ่งยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำโดยเฉลี่ยของ กทม.ที่อยู่ที่เมตรกว่าๆยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไว้วางใจ
ลุยเร่งกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้าฯ
นายปริญญา กล่าวว่าสำหรับปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้าและเคหะลาดกระบัง เนื่องจากวันที่ 6 ต.ค. ยังมีฝนตกหนักในพื้นที่ทำให้ซอยย่อยบางแห่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ คงมีน้ำขังประมาณ 20เซนติเมตร กทม.จะระบายน้ำที่ท่วมขังให้ออกโดยเร็ว สถานการณ์น้ำในพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูงและสายไหม กทม.เร่งสูบระบายน้ำเพื่อควบคุมระดับน้ำในคลองท่วมพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนพื้นที่สายไหม-ออเงินเร่งเปิดประตูระบายน้ำ รับน้ำจากพื้นที่ จ.ปทุมธานีเพื่อให้ระบายออกได้โดยเร็ว สำหรับการกำจัดขยะชิ้นใหญ่ กทม.เร่งจัดการอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนในพื้นที่พบเห็นว่ายังมีขยะตกค้างสามารถแจ้งสำนักงานเขตในพื้นที่หรือแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ได้เพื่อให้ กทม.เข้าจัดเก็บขยะ
ปภ.เร่งระบายลุ่มน้ำบางปะกง
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะกินระยะเวลายาวนานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นเดือนอยากทราบว่าสรุปแล้วจะระบายน้ำได้เมื่อใดว่า ถ้าไม่มีการบริหารจัดการใดๆเลยผลักน้ำกันไป กันมา ความกังวลนั้นก็จะนำไปสู่ประเด็น แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกรัฐมนตรีได้กำชับและสั่งการให้แก้ปัญหานี้ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน ดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ได้ประชุมเร่งระบายน้ำ ในลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯและพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหมและรัฐมนตรีหลายคนเข้ามาประชุม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการการผลักดันน้ำ
สั่งระดมเรือผลักดันน้ำ 80 ตัว
นายนิรัตน์ กล่าวว่าขณะนี้ดำเนินการรวบรวมเรือผลักดันน้ำที่สามารถหาได้ เข้าไปติดตั้งที่ปากแม่น้ำบางปะกงให้มากที่สุดเพื่อให้เกิดพลังในการผลักดันน้ำที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการระบายอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากพยายามใช้เรือผลักดันน้ำออกจาก จ.ฉะเชิงเทรา ที่รับน้ำจาก จ.ปราจีนบุรี และจ.สระแก้วมาด้วย การผลักจากต้นน้ำ จ.นครนายกอย่างเดียว เกิดประสิทธิภาพไม่มากเท่าที่ควรเพราะน้ำจะไหลมาที่จ.ฉะเชิงเทราและยังมีมวลน้ำจาก จ.ปราจีนบุรีมาสมทบอีก
“ในทางวิศวกรรมการระบายน้ำ ต้องผลักน้ำที่ปากแม่น้ำให้ออกเร็วที่สุดซึ่งในที่ประชุมเห็นตรงกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำจากจังหวัดนครนายกหรือจังหวัดปราจีนบุรี ก็ต้องผลักดันให้ไหลสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วที่สุดทั้งนี้จุดที่มีศักยภาพที่เหมาะสมที่จะเอาเครื่องผลักดันน้ำออกมาวันนี้ที่ตั้งได้เลย40-50ตัว น่าจะเพิ่มเป็น 80 ตัว จะเดินหน้าผลักดันให้สัมพันธ์กับน้ำขึ้นและน้ำลง ซึ่งน่าจะทำได้เร็วไม่นานตามที่ชาวบ้านกังวล”นายนิรัตน์ย้ำ
ยันเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์รับน้ำเหนือได้
ทางด้านนายธวัชชัย ไตรวารี ผอ.ส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) กรณีการบริหารจัดการน้ำ ว่าจากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน เช่น จ.เชียงใหม่ และน่าน เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ สามารถรองรับน้ำได้ทั้งหมด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง ส่วนการระบายน้ำท้ายเขื่อน มีการระบายให้น้อยที่สุด เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตรของประชาชน
เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายน้ำ2,400
นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา สถานี C2 จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,915 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ลดลงมาจากวันที่ 6 ตุลาคม แนวโน้มสถานการณ์ดีขึ้น โดยได้บริหารจัดการด้วยการทำสมดุลน้ำจากด้านเหนือ นอกจากนี้ได้ลดการระบายของทางตอนล่างเขื่อน จาก 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที เหลือ 2,400 ลบ.ม.ต่อวินาที และลดปริมาณน้ำที่ออกทางแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน และคลองชัยนาท-ป่าสัก ดังนั้นแนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มดีขึ้น การลดการระบายน้ำทำให้พื้นที่ท้ายน้ำลดลง
พร่องน้ำเขื่อนแม่กลองรับฝน
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า สำหรับภาคตะวันตก ฝั่งลุ่มน้ำแม่กลอง กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าจะมีฝนเยอะ จึงเตรียมความพร้อมในการพร่องน้ำหน้าเขื่อนแม่กลอง เพื่อรองรับน้ำฝน แต่เนื่องจากคืนวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำล้นตลิ่งที่ อ.ไทรโยค บางจุด ส่วนน้ำที่ผ่านเขื่อนแม่กลอง ได้เพิ่มการระบายเป็น 1,100 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ เช่น จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร มีน้ำเพิ่มขึ้น 40-50 เซนติเมตร แต่คาดว่าปริมาณน้ำที่มาเติม จะไม่ส่งผลกระทบเหมือนช่วงที่ผ่านมา
เขื่อนเพชรยังรองรับน้ำได้อีก
นายธวัชชัย กล่าวว่า ในส่วนภาคใต้ ได้ควบคุมการระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเพชร ซึ่งมีศักยภาพรองรับน้ำได้ 320 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้อยู่ที่ 160 ลบ.ม.ต่อวินาที อยู่ในระดับครึ่งหนึ่ง โดยจะระบายน้ำท้ายเขื่อนเพชร ไปตัวเมืองเพชรบุรี 75 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งสามารถรองรับได้ 150 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ยังไม่มีผลกระทบ
ชี้ภาคตะวันออกยังน่าเป็นห่วง
“พื้นที่ซึ่งต้องเฝ้าระวัง คือภาคตะวันออก ส่วนพื้นที่ตอนบนฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นที่ซึ่งน้ำจากแม่น้ำนครนายก และแม่น้ำปราจีนบุรี มารวมกัน ในส่วนแม่น้ำนครนายกตอนบน สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่พื้นที่ตอนล่าง ยังทรงตัวเล็กน้อย เพราะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเล และน้ำจากปราจีนบุรี” นายธวัชชัย กล่าวและว่า ลำน้ำปราจีนบุรี ตั้งแต่ จ.สระแก้ว สถานการณ์น้ำลดลงต่อเนื่อง แต่ยังกระทบตัวเมือง แม้ว่าน้ำมีแนวโน้มลดลง แต่จะลดอย่างช้าๆ อาจกระทบกับ จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ อ.บางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม และเมือง ทำให้ระดับน้ำทรงตัวถึงสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากน้ำทะเลหนุน
กรมชลฯปรับเกณฑ์ระบายน้ำ
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 1,915 ลบ.ม.ต่อวินาที มีแนวโน้มลดลงและแม่น้ำสะแกกรังที่สถานี Ct.19 จ.อุทัยธานี 52 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลงเช่นกัน ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +16.38 เมตร รทก.จึงเริ่มทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,400 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมปรับลดการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาให้เหมาะสม เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อน และติดตามปริมาณน้ำเหนือและฝน
ใช้ทุ่งบางระกำช่วยหน่วงน้ำ
สำหรับพื้นที่ตอนบนของลุ่มเจ้าพระยา ยังใช้ทุ่งบางระกำ ช่วยหน่วงน้ำในลุ่มน้ำยม เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และบริหารปริมาณน้ำในระบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ส่วนเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำในอ่าง 215.59 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 96 ของความจุอ่าง ระดับน้ำอยู่ที่ 108.63 เมตร รทก.ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำนครนายก บริเวณสะพานเขานางบวช ยังต่ำกว่าตลิ่ง 2.90 เมตร พร้อมบริหารพื้นที่อ่างฯ เพื่อรองรับฝนที่อาจเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 10–14 ตุลาคมนี้
เร่งระบายน้ำพื้นที่ปทุมธานี
ขณะที่กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำ ใน จ.ปทุมธานี โดยเฉพาะเทศบาลนครรังสิต เพิ่มเครื่อง Hydro Flow บริเวณสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ 3 เครื่อง และประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำกึ่งถาวร ปากคลองรังสิต 2 เครื่อง เพื่อเร่งลดระดับน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ และระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใน จ.นนทบุรี และเคลื่อนย้ายเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าเสริมในจุดที่ยังมีความเสี่ยง นอกจากนี้ได้เร่งระบายน้ำภาคตะวันออก จากแม่น้ำปราจีนบุรี และแม่น้ำนครนายก ลงสู่แม่น้ำบางปะกง พร้อมสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ 28 เครื่อง เพื่อเร่งการระบายน้ำออก
พื้นที่บ้านสร้างยังอ่วมหนัก
ส่วน นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ระบุว่าระดับน้ำท่วมใน อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่หลายจุดยังมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ รวมถึงพื้นที่ อ.บ้านสร้าง ระดับน้ำยังท่วมสูง บางจุดสูง 2–3 เมตร เนื่องจากรับน้ำจาก จ.นครนายก และ อ.เมืองปราจีนบุรี
บางคล้ายังสาหัสรับน้ำพื้นที่อื่น
ที่ จ.ฉะเชิงเทรา สถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง โดยเฉพาะ อ.บางคล้า และ อ.บางน้ำเปรี้ยว ที่ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ส่วนพื้นที่ อ.เมือง น้ำเอ่อท่วมถนนสายสำคัญอย่างฉับพลัน ระดับน้ำสูง 20-35 เซนติเมตร ส่งผลให้รถยนต์และจักรยานยนต์สัญจรไปได้อย่างยากลำบาก ซึ่งสาเหตุหลักเป็นเพราะน้ำจาก อ.บางคล้า พนมสารคาม และบางน้ำเปรี้ยว ไหลสู่แม่น้ำบางปะกง ประกอบกับภาวะน้ำทะเลหนุน ทำให้ระบายลงสู่อ่าวไทยไม่ได้ จึงเอ่อท่วมพื้นที่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
ชาวบ้านและร้านค้าในพื้นที่ดังกล่าว ต่างนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวป้องกันน้ำ
ส่วนเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ มาติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำ ขณะที่โรงพยาบาลพุทธโสธรได้ปิดช่องทางเข้า 1 ช่องทาง พร้อมตั้งแนวคันกั้นน้ำและเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบการให้บริการผู้ป่วย หากระดับน้ำทะเลลดลง และไม่มีฝนตกซ้ำ คาดว่าระดับน้ำขังในตัวเมืองจะค่อยๆ ลดลง แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
คลองรังสิตฯน้ำลดลงต่อเนื่อง
ส่วนที่ จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ และพื้นที่ใกล้เคียง หลังจากมีฝนตกหนักในวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำหลายจุดเพิ่มสูงขึ้น แต่ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ สถานการณ์น้ำลดระดับลงแล้ว ที่ริมเขื่อนสะพานแดง และถนนเลียบคลองรังสิตฯ พบว่าระดับน้ำลดลงอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทศบาลนครรังสิต ใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เร่งระบายน้ำ
ชุมชนเสนาวิลล่า91น้ำเริ่มเน่า
สำหรับพื้นที่ซึ่งยังมีปัญหาน้ำท่วมขัง เป็นบริเวณนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมทั้งน้ำที่ท่วมขังนานเริ่มส่งกลิ่นเหม็น และระดับน้ำยังสูง การเดินทางเข้าออกชุมชนต่างๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะจุดที่วิกฤตที่สุด คือชุมชนเสนาวิลล่า 91 (ซอยรังสิต-นครนายก 21) ถนนภายในชุมชนมีน้ำท่วมขังสูงตลอดระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร น้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา รวมระยะเวลานานกว่า 11 วันแล้ว ส่วนบริเวณโค้งมิตรภาพ หน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ระดับน้ำลดลงบ้าง แต่ยังท่วมสูงในบางจุด
รบ.เปิดให้ใช้M6ลดผลกระทบ
วันเดียวกัน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้อำนวยความสะดวกและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน–นครราชสีมา ช่วงบางปะอิน–หินกอง ทั้งขาไปและขากลับ เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2569 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

