คณะกก.จรรยาบรรณสภาฯเตรียมสอบนัดแรกปลายเดือนนี้ ปมส.ก.เสียบบัตรแทนกัน

ประธานสภากทม. เผยตั้งกรรมการจรรยาบรรณ สอบปมส.ก.เสียบบัตรแทนกัน ประชุมนัดแรกปลายเดือนนี้ ชี้ เป็นครั้งแรก! วางบรรทัดฐานสภาฯ
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 69 น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ก.เสียบบัตรแทนกันว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในคณะกรรมการจรรยาบรรณเรียบร้อยแล้ว โดยตนในฐานะประธานสภาฯ จะเป็นผู้กำหนดให้รองประธานสภาฯ เป็นประธานคณะกรรมการ จึงได้มอบหมายให้นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานสภาฯ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เป็นประธานคณะกรรมการ
ส่วนผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการ ตามข้อบังคับจรรยาบรรณสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะตั้ง ส.ก. ที่เป็นประธานคณะกรรมการทั้ง 14 คณะของสภา กทม. มานั่งเป็นคณะกรรมการดังกล่าว
ทั้งนี้ การนัดประชุมจะค่อนข้างยาก เนื่องจากแต่ละคนมีภารกิจในคณะกรรมการสภาฯ ที่ตนเองเป็นประธานอยู่ ล่าสุด นายนริสสร ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ จะมีการนัดประชุมในช่วงปลายเดือนนี้ โดยระหว่างนี้ทราบว่าได้ขอให้นายนายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.เขตยานนาวา และ ว่าที่ร้อยตรี ไซราม ประกายกิจ ส.ก.เขตสาทร ส่งหนังสือชี้แจงมาก่อนถึงเรื่องราวที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะได้เปิดประชุมครั้งแรก
กรอบระยะเวลาตามข้อบังคับจรรยาบรรณกำหนดไว้ 60 วัน หากยังไม่ได้ข้อสรุปก็สามารถต่อเวลาได้อีก 3 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน
สำหรับผลที่ออกมา ต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า การที่เรื่องเข้าสู่คณะกรรมการชุดนี้ก็แสดงว่าเรื่องราวมีมูล ส่วนผลที่ออกมาจะมีได้ 2 ทาง คือ ความผิดไม่ร้ายแรง ซึ่งจะนำไปสู่การว่ากล่าวตักเตือนในสภากรุงเทพมหานคร และความผิดร้ายแรง ซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนที่เพื่อนสมาชิก ส.ก. สามารถรวบรวมชื่อเกินครึ่งหนึ่งของสภา หรือ 25 ท่าน เสนอญัตติให้ถอดถอนได้
เมื่อมีการเสนอญัตติให้ถอดถอน จะต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภากรุงเทพมหานครในการโหวตถอดถอน และหากโหวตถอดถอนแล้ว ก็จะสิ้นสภาพการเป็น ส.ก.
คณะแรกที่เข้าไปดำเนินการคือคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มี 3 ท่าน ซึ่งเป็นการเลือกของสมาชิกในสภา โดยกรรมการทั้ง 3 ท่านมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าเรื่องนี้มีมูล ขณะที่ตนเองในฐานะประธานสภาฯ ก็มีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับผลที่ออกมา ซึ่งตนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ จึงนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการจริยธรรมต่อไป“
“เรื่องนี้เราให้ความสำคัญมาก ส่วนตัวคิดว่าในระยะเวลากว่า 10 ปี หรือระยะเวลาที่เรามีสภากรุงเทพมหานครมา ยังไม่เคยใช้คณะกรรมการจริยธรรมตามข้อบังคับเลย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก และจะเป็นการวางบรรทัดฐานให้กับสภากรุงเทพมหานครต่อไปด้วย” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคประชาชน น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า พรรคเองก็ไม่ได้มีอะไร ผิดก็ผิด ถูกก็ว่ากันไปตามนั้น พรรคมองว่าเป็นเรื่องของสภากรุงเทพมหานคร
เมื่อถามอีกว่า พรรคประชาชนเองเคยไม่โอเคกับพฤติกรรมของ ส.ส. ในสภาใหญ่ที่เคยมีพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน คือการเสียบบัตรแทนกัน มองว่าจะต้องมีการพิจารณาในส่วนของพรรคด้วยหรือไม่ น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็มีการคุยกันว่า เราควรจะนำเข้าสู่กรรมการวินัยหรือไม่ แต่เรื่องนี้เมื่อเกิดขึ้นในสภากทม. แล้ว หลายอย่างก็ยังค่อนข้างคลุมเครือ ดังนั้น ในเมื่อสภากทม. เองมีกระบวนการสอบข้อเท็จจริง และมีอำนาจในการเรียกหาหลักฐาน หรือให้พยานมาชี้แจงต่าง ๆ ก็ให้เป็นหน้าที่ของสภา กทม. จะตรงไปตรงมามากที่สุด หากเกิดนำไปสู่การถอดถอนจริง จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ก็คิดว่าต้องเป็นเช่นนั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


