ครบรอบ 3 ปี แห่งการนำเสนอแนวคิดวัฒนธรรมสีจิ้นผิง

ผู้เขียน ดร.กฤตติกา เศวตอมรกุล ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร - รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
วันที่ 7-8 ตุลาคม 2026 ถือเป็นวาระครบรอบ 3 ปีเต็มของการเสนอ "แนวคิดวัฒนธรรมสีจิ้นผิง" (Xi Jinping Thought on Culture) นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในการประชุมระดับชาติว่าด้วยงานด้านการสื่อสารและวัฒนธรรม ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนตุลาคม 2023
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เคยเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของอารยธรรมและการพัฒนาชาติไว้อย่างคมคายว่า "วัฒนธรรม คือ จิตวิญญาณของชาติ และเป็นรากฐานที่รองรับการคงอยู่และพัฒนาของประเทศ หากปราศจากความมั่นใจในตนเองทางวัฒนธรรมและความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณ ย่อมไม่มีทางที่จะเกิดการฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของชาติจีนได้"
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงกรอบอุดมการณ์ในตำราการเมือง แต่ถูกขับเคลื่อนจนกลายเป็น "ยุทธศาสตร์ความมั่นคงและเศรษฐกิจยุคใหม่" ที่หลอมรวมประวัติศาสตร์พันปีเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัล ปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจ พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ และการสถาปนา Soft Power ของจีนบนเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม
หลักการ "สองการผสาน" การผสานรากเหง้าดั้งเดิมกับความทันสมัย
หัวใจสำคัญของแนวคิดวัฒนธรรมสีจิ้นผิงคือ "สองการผสาน" (Two Integrations) ได้แก่ การผสานหลักการพื้นฐานของลัทธิมาร์กซเข้ากับ สถานการณ์จริงของจีน และการผสานเข้ากับ วัฒนธรรมดั้งเดิมอันดีงามของจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี กระบวนการนี้นำไปสู่การสร้าง "ความทันสมัยที่มีลักษณะเฉพาะของจีน" (Chinese Path to Modernization) ที่ไม่หลุดออกจากรากเหง้าอารยธรรมเดิม แต่ยกระดับด้วยเทคโนโลยียุคใหม่
สงวนรักษาคลังปัญญาของชาติ การจัดตั้ง "หอจดหมายเหตุและวัฒนธรรมแห่งชาติจีน" เพื่อรวบรวม อนุรักษ์ และปฏิสังขรณ์เอกสารโบราณ คัมภีร์ และมรดกทางปัญญากว่า 25 ล้านชิ้น
นวัตกรรมมรดกดิจิทัล (Digital Heritage & AI) โครงการ Digital Dunhuang (ถ้ำม่อเกา) และ Digital Forbidden City ถูกยกระดับด้วย Generative AI, AR และแบบจำลอง 3D ความละเอียดสูง มีผู้เข้าชมเสมือนจริงทั่วโลกทะลุ 100 ล้านครั้ง
ข้อกำหนด "7 ด้านที่ต้องยึดมั่น" สร้างความมั่นคงภายใน และส่งออก Soft Power ดิจิทัล
รอบ "7 ด้านที่ต้องยึดมั่น" (Seven Keep-tos) เป็นเข็มทิศชี้นำในการสร้างความสมานฉันท์ในประเทศ พร้อมขยาย Soft Power สู่สากล
เสริมสร้างความมั่นคงทางอุดมการณ์และความสามัคคีภายใน การนำของพรรคร่วมกับการบริหารจัดการพื้นที่สื่อดิจิทัล ช่วยบ่มเพาะ "ค่านิยมหลักของสังคมนิยม" ในหมู่ประชาชน ผ่านการจัดตั้งศูนย์บริการอารยธรรมยุคใหม่กว่า 500,000 แห่งทั่วประเทศ
สื่อสาร Soft Power ผ่านป๊อปคัลเจอร์และดิจิทัล การส่งออกวัฒนธรรมผ่านสื่อบันเทิงดิจิทัลยุคใหม่ เช่น เกมระดับ AAA อย่าง Black Myth: Wukong ที่ถ่ายทอดสถาปัตยกรรมและศิลปะโบราณสู่สายตาชาวโลก รวมไปถึงซีรีส์สั้นดิจิทัลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
เปิดเมืองด้วยนโยบาย Visa-Free หรือการยกเว้นการตรวจลงตรา และแคมเปญ "China Travel" การต้อนรับนักท่องเที่ยวและ คอนเทนต์ครีเอเตอร์จากทั่วโลกให้เดินทางมาสัมผัสวัฒนธรรมและความปลอดภัยในจีนด้วยตนเอง ช่วยสร้างภาพลักษณ์จีนที่เป็นมิตร น่าเชื่อถือ และทรงคุณค่าทางอารยธรรม
มรดกทางวัฒนธรรมในฐานะพลังขับเคลื่อนการพัฒนา
การเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการส่งเสริม "ความมั่นใจในตนเองทางวัฒนธรรม" ของประชาชน การแปลง "ทุนทางวัฒนธรรม" ให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่ (New Growth Driver) ควบคู่ไปกับการสร้าง "ความมั่นใจในตนเองทางวัฒนธรรม" (Cultural Confidence) เกิดผลลัพธ์ชัดเจนดังนี้
มิติการพัฒนารายได้อุตสาหกรรมวัฒนธรรม พบว่า จีนมีรายได้จากการดำเนินงานของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องเติบโตแตะ 20.83 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 3.06 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ)
มิติการพัฒนาการลงทุน R&D ด้านวัฒนธรรม พบว่า สถานประกอบการขนาดใหญ่มีการลงทุนด้าน R&D วัฒนธรรมสูงถึง 1.82 แสนล้านหยวน (+12.1% YoY)
มิติการพัฒนากระแสนิยมจีน (Guochao 2.0) พบว่า คนรุ่นใหม่นิยมใช้สินค้าอัตลักษณ์จีน งานดีไซน์ประยุกต์ และการสวมใส่ชุดฮั่นฝูในชีวิตประจำวัน คาดมูลค่าตลาดทะลุ 3 ล้านล้านหยวน ในปี 2028
และมิติการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรม พบว่า การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และมรดกโลกขยายตัวแตะ 8.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยกระจายรายได้และสร้างงานสู่ชุมชน
ผู้เขียนเห็นว่า ในโอกาสครบรอบ 3 ปี แนวคิดวัฒนธรรมสีจิ้นผิงได้พิสูจน์ให้เห็นว่า วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มิใช่เพียงเรื่องของอดีต แต่เป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความสมานฉันท์ในสังคม และเป็นเครื่องมือในการสถาปนาบทบาทของจีนในฐานะมหาอำนาจทางอารยธรรมที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ การนำมรดกทางปัญญามาผสานกับนวัตกรรมดิจิทัลได้เปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นกลไกเศรษฐกิจจริงที่สร้างมูลค่ามหาศาล ขณะเดียวกันก็ช่วยปลูกฝังความภาคภูมิใจและ "ความมั่นใจในตนเองทางวัฒนธรรม" ให้แก่คนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้จีนแสดง Soft Power ที่เป็นมิตร น่าเชื่อถือ และทรงคุณค่าบนเวทีโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

