คอลัมน์ : กฎ กติกา ธุรกิจ

ปริศนาน้ำท่วม กทม. ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569
น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ช่วงปลายเดือน กันยายน 2569 ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อนยิ่งกว่าเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 เสียอีก
สาเหตุที่สำคัญคือ ประชาชนไม่ได้รับคำแจ้งเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจน และเชื่อถือได้ ก่อนหน้าช่วงเกิดน้ำท่วม ผู้ที่มีตำแหน่งใหญ่โตในรัฐบาลได้ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลเอาอยู่ และยืนยันว่า จะไม่เกิดมหาอุทกภัย แต่การณ์กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่
ในกรุงเทพมหานคร หลายพื้นที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากมีเหตุน้ำท่วมสูง ได้มีคำถามเกิดขึ้นคาใจหลายประการ เช่น เมื่อฝนหยุดตกแล้ว เพราะเหตุใดน้ำที่ท่วมขังอยู่จึงลดลงช้ามาก หรือแทบไม่ลดเลย มีเหตุผลหรือสาเหตุใดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ?
พื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก เขตลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี และคลองสามวา ได้เกิดประเด็นร้อนที่ถูกจุดชนวนขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่า “โครงการแก้มลิงรับน้ำตามแนวพระราชดำริหายไปไหน?”
จึงเป็นเหตุให้ขุดคุ้ยความเป็นมาในอดีต และเกิดดราม่าขึ้น โดยเฉพาะในกรณีของ แก้มลิงคลองลำหม้อแตกที่คนเข้าใจผิดว่าเป็น แก้มลิงบึงคู้บอน หรือแก้มลิงบางชัน ที่เป็นข่าวว่า ผู้ว่าฯกทม. ได้สั่งชะลอหรือยกเลิกโครงการ เนื่องจากงบเวนคืนพุ่งสูงขึ้น ไม่คุ้มกัน ทั้งที่เป็นคนละแก้มลิงกัน
กรณีแก้มลิงคลองลำหม้อแตก อยู่ในโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่ แขวงออเงิน เขตสายไหม คาบเกี่ยวติดต่อกับเขตบางเขน ในอดีตผู้ว่าฯ กทม. เคยทำงานในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง บริษัท อสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งซึ่งมีที่ดินอยู่บริเวณนั้น ได้เคยทำหนังสือคัดค้านแนวเวนคืนที่ดินของโครงการแก้มลิงคลองลำหม้อแตก เนื่องจากทับซ้อนกับที่ดินที่บริษัทซื้อไว้เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย
ณ วันนี้ บุคคลที่เคยทำหนังสือคัดค้าน ได้กลายมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ซึ่งมีหน้าที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยตรง จึงทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่า มีประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ?
กรณีแก้มลิงบึงคู้บอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการพระราชดำริ และถือว่าเป็นโครงการใหญ่ ที่จะแก้ไขและชะลอปัญหาน้ำท่วม ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 130 ไร่
โครงการนี้มีดราม่าอยู่ตรงที่ ผู้บริหารของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีที่ดิน 20 ไร่อยู่ในเขตที่จะทำแก้มลิง เคยเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. มาก่อน แม้มีประกาศ พระราชกฤษฎีกาแนวเวนคืนที่ดินที่จะทำโครงการนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งนั้น ยังเดินหน้าก่อสร้างโครงการ โดยอ้างว่าเป็นบ้านตัวอย่างและเป็นคลับเฮ้าส์ ประจวบเหมาะกับกรุงเทพมหานครแถลงข่าวว่า การดำเนินการโครงการนี้ ทั้งเวนคืนและก่อสร้าง ใช้เงินสูงถึง 1.1 หมื่น ล้านบาท ซึ่งสูงเกินไปไม่คุ้มค่า แต่จะดำเนินการอย่างอื่นแทน
ต่อมาได้มีการเปิดเผยว่า งบประมาณเวนคืนที่ดิน เพื่อทำแก้มลิงบึงคู้บอน ใช้เงินเพียงแค่ 324 ล้านบาท การก่อสร้างใดๆ ไม่ว่าจะเป็นของประชาชน หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ภายหลังที่ได้ประกาศแนวเวนคืนที่ดินแล้ว ไม่เป็นเหตุให้มีมูลค่าเพิ่ม ที่จะได้รับเงินค่าเวนคืนสูงขึ้น เพราะถือว่า ได้รับทราบแนวเวนคืนที่ดินแล้ว
พื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ในคันกันน้ำพระราชดำริ ต้องการพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง ประมาณ 13 ล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องภายใน 3 ชั่วโมง
แผนการทำแก้มลิงเพิ่มอีก 6 แห่ง ได้แก่ คลองลำหม้อแตก, คลองพระยาสุเรนทร์,คลองคู้บอน, คลองบางชัน, และคลองสามวา 1-2
นอกจากดราม่าเรื่องแก้มลิงแล้ว ประชาชนยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการ และการวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายของอดีตผู้ว่าฯกทม. คนก่อน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าอุโมงค์ระบายน้ำทำงานได้ 100% จริงหรือไม่? หรือทำงานได้เพียงแค่ 30-50% เท่านั้น หรืออย่างไร?
เมื่อฝนตกและมีน้ำขังไม่สามารถระบายได้ถึง 3-5 วัน ถือเป็นข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดจึงไม่สามารถระบายน้ำได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประตูระบายน้ำสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ ประตูระบายน้ำพระโขนงซึ่งเชื่อมโยงกับคลอง จะไหลมารวมกันบริเวณบึงพระราม 9 ซึ่งเป็นจุดด้านของปากอุโมงค์ยักษ์ลอดใต้ดินไประบายออกแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อออกสู่ทะเลต่อไป
การขุดลอกท่อ และคูคลองต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อรองรับการระบายน้ำเมื่อเกิดฝนตกอย่างหนัก เป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการหรือไม่ เนื่องจากบริเวณน้ำท่วมหลายพื้นที่มีขยะขนาดใหญ่อุดตันช่องระบายน้ำอยู่ และกรุงเทพมหานครไม่เคยแถลงออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ได้ดำเนินการลอกท่อ คูคลอง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมไว้ล่วงหน้าแล้ว
ทุกวันนี้ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร และในอีกจังหวัดอื่นๆ ยังเป็นการแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วนเฉพาะหน้า ไม่ได้เป็นการวางแผนการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ล่วงหน้าระยะยาว หากเปรียบเทียบกับหลายเมืองในโลก ที่มีพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และแก้ปัญหาได้จริงสำเร็จแล้ว เช่น กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์
หากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดใดก็ตามยังเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเช่นนี้ ประชาชนคงประสบปัญหาน้ำท่วมไม่มีวันสิ้นสุด
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
Twitter : @RujiraBunnag

