รายงานพิเศษ : เปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นมิตรต่อโลก! สอวช.ชวนองค์กรไทยปฏิวัติมื้ออาหาร ดัน ‘Plant-Based 30%’ ใน 1 ปี

ในปัจจุบัน เทรนด์การบริโภคอาหารแห่งอนาคต โดยเฉพาะโปรตีนและอาหารจากพืชกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เล็งเห็นว่าภาคองค์กรและสถานที่ทำงานคือจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยสร้าง “อุปสงค์” (Demand) ในตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้ร่วมมือกับเครือข่าย Plant-Rich Leaders เชิญชวนให้องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม ร่วมปรับเปลี่ยนเมนูอาหารในการประชุม การจัดเลี้ยง หรือกิจกรรมภายในองค์กร ให้มีทางเลือกจากพืชเพิ่มขึ้น
ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า อาหารเป็นจุดเชื่อมระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม การปรับระบบอาหารจึงไม่อาจเกิดจากผู้ผลิตได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยภาคบริการและภาคการบริโภคร่วมด้วย โดยองค์กรสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งที่จัดซื้อ จำหน่าย และให้บริการในแต่ละวัน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบในท้องถิ่น การลดขยะอาหาร ไปจนถึงการเพิ่มธัญพืช ผัก ผลไม้ ถั่ว และโปรตีนจากพืชในเมนูให้หลากหลายและน่ารับประทานมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค
สำหรับโครงการ Plant 30% Leaders Club สอวช. ได้ร่วมกับภาคีจัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ ปรับเปลี่ยนสัดส่วนอาหารในเมนู รายการสินค้า หรือการจัดซื้อจัดเลี้ยงในองค์กร ให้มีองค์ประกอบจากพืชเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมการยกระดับสุขภาวะของประชาชน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาลและร้านค้าเป็นอย่างดี โดยองค์กรสมาชิกที่เข้าร่วมสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับรูปแบบธุรกิจของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเมนูและสินค้า การเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบหรือโปรตีนจากพืช หรือการปรับนโยบายจัดซื้อและจัดเลี้ยง โดยตั้งเป้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า 30% ภายใน 1 ปี พร้อมติดตามผลจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในเมนู ผลิตภัณฑ์ และการจัดซื้อ

“Plant-Rich ไม่ได้หมายถึงการบังคับให้ทุกคนเป็นมังสวิรัติหรือเลิกบริโภคเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่คือการเพิ่มสัดส่วน ความหลากหลาย คุณภาพ และความน่ารับประทานของอาหารจากพืช เพื่อให้ผู้บริโภคมองเห็น เข้าถึง และเลือกได้ง่ายขึ้น เป้าหมาย 30% จึงไม่ใช่เพดาน แต่เป็นก้าวแรกที่ชัดเจน ที่สามารถนำไปปฏิบัติและติดตามความก้าวหน้าได้ โดยมี Plant 30% Leaders Club ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้องค์กรสมาชิกประกาศเจตนารมณ์ แลกเปลี่ยนวิธีดำเนินงาน เรียนรู้จากกรณีจริง สื่อสารความสำเร็จ และสร้างความร่วมมือหรือจับคู่ธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนเป้าหมาย 30% ให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริโภคมองเห็นและสัมผัสได้” ดร.สิริพร กล่าวและว่า ผู้ประกอบการและองค์กรมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสิ่งที่ผู้บริโภคมองเห็นและตัดสินใจเลือก หากผู้นำกลุ่มแรกแสดงให้เห็นว่าทางเลือก Plant-Rich สามารถทำได้จริง ทั้งในด้านรสชาติ ราคา และการดำเนินธุรกิจ จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างแรงจูงใจให้องค์กรอื่นดำเนินการตาม ขณะเดียวกัน ความต้องการเมนู Plant-Rich ยังส่งสัญญาณไปตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบและส่วนประกอบอาหาร ผู้ประกอบการอาหารแปรรูป เชฟ ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล ไปจนถึงธุรกิจท่องเที่ยวและสุขภาพ
การขับเคลื่อนดังกล่าวจึงเป็นทั้งวาระด้านสุขภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย โดยช่วยสร้างตลาดให้วัตถุดิบโปรตีนสูงและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ เช่น ไข่ผำ ถั่ว และเห็ด ต่อยอดสู่อาหารและส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูง ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมอาหารอนาคตของไทย เป็น 500,000 ล้านบาทภายในปี 2570

“วันนี้เราไม่ได้มาร่วมกันเพียงเพื่อมอบรางวัล แต่เรากำลังสร้างกลุ่มผู้นำที่จะพิสูจน์ว่า อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ดีต่อธุรกิจ และดีต่อโลก สามารถอร่อย เข้าถึงง่าย และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ สอวช. ขอเชิญชวนหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมเครือข่าย และสนับสนุนร่วมกันทำให้ทางเลือก Plant-Rich กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน” ดร.สิริพร กล่าวทิ้งท้าย
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://futuretable.in.th/ และติดตามข้อมูลโครงการ Plant 30% Leaders Club ได้ที่ https://plantrich.futuretable.in.th/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

