รัฐบาลเย้ยญัตติซักฟอก บันเทิงธิปไตย ไม่ให้ราคาฝ่ายค้าน ‘ภท.’มึนข้อกล่าวหา เท้งขอถล่ม5วันรวด

รัฐบาลเย้ยญัตติซักฟอก
บันเทิงธิปไตย
ไม่ให้ราคาฝ่ายค้าน
‘ภท.’มึนข้อกล่าวหา
เท้งขอถล่ม5วันรวด
“ปกรณ์” ไม่กังวลติด 1 ใน 18 รัฐมนตรี ฝ่ายค้านซักฟอก เย้ยข้อกล่าวหาเลื่อนลอย-ไม่ชัดเจน มั่นใจตอบได้เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ด้าน “ภราดร” ซัด “บันเทิงธิปไตย” เย้ยฉายหนังซ้ำ ลั่นแบ่งเวลาให้เป็นธรรม มั่นใจชี้แจงได้ ต้องยึดข้อบังคับเคร่งครัด อย่าทำคนนอกเสียหาย ขณะที่ ‘วรศิษฎ์’ มึน อ่านข้อกล่าวหาแล้วยังงง เหตุเขียนกว้างไม่เจาะจง คาดพุ่งเป้าปมสอบท้องถิ่น มั่นใจทำงานตรงไปตรงมา ‘เท้ง’โต้รัฐบาล รอดูเนื้อหาก่อนแซะ‘บันเทิงธิปไตย’มั่นใจมีใบเสร็จฟัน ยันคำในญัตติไม่ลิเก แจงไม่แบ่งเวลาให้ ‘กล้าธรรม’
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พรรคฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา151 โดยมีชื่อติด1ใน18 รัฐมนตรี ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจข้อกล่าวหาถือเป็นเรื่องปกติ แต่ข้อกล่าวหาควรจะมีอะไรบ้างที่เราพอสามารถชี้แจงได้ว่าเป็นเรื่องใด ประเด็นใด แต่หากเป็นข้อกล่าวหาลอยๆก็ไม่รู้จะตอบอะไร อย่างตนยังคิดว่าจะเอาอะไรไปตอบ เพราะเมื่ออ่านจากข้อกล่าวหาของตนแล้วไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบเหมือนกัน ทั้งนี้ ตามระบอบประชาธิปไตย เราว่ากันด้วยเหตุผลที่ควรจะชัดเจนกว่านี้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกล่าวหาลอยๆ และเวลาชี้แจงหรืออภิปราย ตนมองว่า ชาวบ้านจะไม่ได้อะไร แต่สิ่งที่เราต้องการจากระบอบประชาธิปไตย คือเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือการกล่าวหา ซึ่งนี่คือความรู้สึกของตน เพราะเวลาดูการประชุมสภาของสิงคโปร์หรือออสเตรเลีย ก็ไม่เห็นว่าเขาจะเลื่อนลอยขนาดนี้
‘ปกรณ์’เย้ยข้อกล่าวหาเลื่อนลอย
เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมรับผลประโยชน์ทับซ้อนเอื้อประโยชน์พวกพ้อง นายปกรณ์ กล่าวว่า เขาต้องอธิบายว่าผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร เอื้อพวกพ้องอย่างไร หากมาลอยๆเช่นนี้ตนสามารถพูดได้ ถ้าผู้กล่าวหาเอื้อพวกพ้องพูดลอยๆได้หรือไม่ แล้วจะตอบกันอย่างไร เช่นการใช้อำนาจบางอย่างกล่าวให้ใครไปชี้แจงเป็นการทำลายตน และเอื้อพวกพ้องจะพูดลอยๆอย่างนี้ได้หรือไม่ มันก็ไม่ถูก
เป็นนั่งร้านประเทศ-ไม่ใช่รัฐบาล
เมื่อถามว่า การมาดูงานด้านกฎหมาย อาจเอื้อช่องกฎหมายให้พรรคภูมิใจไทย นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ไม่ให้รัฐบาลทำอะไรผิดกฎหมาย และนายกฯ ย้ำกับตนอย่างนี้ ฉะนั้นอะไรที่ผิดกฎหมายตนก็จะบอกกับเขาว่าไม่ทำ หรือทำไม่ได้ อย่างนี้ตนเป็นนั่งร้านให้รัฐบาล หรือเป็นนั่งร้านให้ประเทศ
เมื่อถามย้ำว่า ตกลงแล้วเป็นนั่งร้านให้ใคร นายปกรณ์ กล่าวว่า ถ้าหากบอกว่าตนเป็นนั่งร้าน ตนเป็นนั่งร้านให้ประเทศ เมื่อมีใครทำผิดนายกฯก็ส่งตนไปดู แล้วจะบอกว่าตนรู้จักคนนั้นคนนี้ ซึ่งรู้จักหมดทุกคน แต่การกล่าวหาใครในเรื่องทั้งทางแพ่งและอาญา ทางวินัยทางปกครองควรต้องมีหลักฐาน เพราะถ้ามีหลักฐานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปว่ากันมา และค่อยไปไล่ตามสอบกัน อย่างกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น เราก็ส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป) หรือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีการไล่ตามกันทุกเดือนว่า มีความคืบหน้าอย่างไร ตนไม่ได้อยู่พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่พรรคภูมิใจไทย คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่เชิญตนก็มา ซึ่งตนต้องทำงานของตน
กินอิ่นนอนหลับเพราะไม่ได้ทำผิด
ก่อนย้ำว่า ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่หากทางพรรคภูมิใจไทย เชิญไปให้ความรู้ หรือสอบถามเรื่องประเด็นปัญหาก็ต้องอธิบายให้เขาฟัง แต่ก็ไม่ได้ไปบ่อย ก่อนยืนยันว่า ไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใดที่มีรายชื่อเป็น1ใน18รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังคงกินอิ่มนอนหลับสบาย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และตนบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าเมื่อไหร่ภารกิจจบตนก็จะไปเอง
‘พิพัฒน์’พร้อมตอบเกี่ยวกับงาน
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีมีรายชื่อเป็น 1 ใน18บุคคล ที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้บริหารกระทรวงขนาดใหญ่ โดยกระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมรับการตรวจสอบและซักถาม จาก สส.ฝ่ายค้าน ทั้งในประเด็นการดำเนินงานของกระทรวงว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ และมีความโปร่งใสเพียงใด ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าฝ่ายค้านจะหยิบยกประเด็นใดขึ้นมาอภิปรายเชื่อว่าต้องมีประเด็นเกี่ยวกับกระทรวงคมนาคมอย่างแน่นอน เนื่องจากตนมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มบุคคลที่จะถูกอภิปราย ตนพร้อมชี้แจงต่อฝ่ายค้านตลอดเวลา หากมีข้อสงสัยหรือประเด็นใดที่ต้องการทราบ ก็สามารถสอบถามได้ โดยจะตอบทุกประเด็นที่มีข้อเท็จจริงและมีข้อมูลรองรับ แต่หากเป็นข้อกล่าวหาหรือคำถามที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็อาจไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่มีข้อมูลที่จะนำมาชี้แจงในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง
การอภิปรายก็คือการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลต่อการถูกอภิปรายหรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตทางการเมือง การถูกอภิปรายถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบ ฝ่ายค้านย่อมต้องตรวจสอบว่า รัฐบาลและผู้บริหารแต่ละกระทรวง ได้ดำเนินงานอะไรให้ประชาชนและผลงานที่เกิดขึ้นคุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้รับจากภาษีประชาชนหรือไม่ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่และการเข้าร่วมประชุมต่างๆว่า คุ้มค่ากับเบี้ยประชุมที่ได้รับในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนและตลอดทั้งปีหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องตอบคำถามให้ได้ พร้อมรับการตรวจสอบและไม่เคยหลีกเลี่ยงปัญหา โดยขอให้ฝ่ายค้านนำข้อเท็จจริงมาซักถาม จะชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาและจะตอบเฉพาะประเด็นที่มีข้อเท็จจริงรองรับเท่านั้น
‘ภราดร’จี้ยึดข้อบังคับเคร่งครัด
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีตอบชี้แจงทุกข้อกล่าวหาได้ ถือเป็นอาวุธของฝ่ายค้านที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้สส.ได้เคร่งครัดคือ ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติก็อย่าพูดถึงไปในทางที่จะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย ขอให้ทำตามข้อบังคับ
เอกสิทธิ์สส.ในการลงคะแนน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านระบุว่า ต้องการกินรวบประเทศถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามญัตติ และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หน้าที่ของฝ่ายค้านคือมีหน้าที่กล่าวหารัฐบาล ในส่วนของรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา รัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะชี้แจง สุดท้ายการลงมติเป็นเรื่องของ สส.แต่ละคน เมื่อฟังข้อกล่าวหาแล้ว จะเชื่อตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน หรือจะเชื่อคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ก็ลงมติกัน ถือเป็นเรื่องปกติ และตามปกติธรรมเนียมของมาตรา151ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่เบา เขาก็ต้องกล่าวหาอย่างรุนแรงไว้ก่อน แต่จะไปหาเหตุผลประกอบหรือหาหลักฐานประกอบข้อกล่าวหานั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณากัน
ซัด’บันเทิงธิปไตย’-เย้ยหว่านแห
เมื่อถามว่า คำรุนแรงในญัตติของฝ่ายค้านเหมือนต้องการระบายและด่ารัฐบาลโดยตรง นายภราดร กล่าวว่า ก็ดี บันเทิงธิปไตย เป็นแบบไหนก็ลองถามนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าดู ก็ประมาณนั้น เมื่อถามว่า 18คน ถือว่ามากเกินไปหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถึงได้บอกว่ามันบันเทิงธิปไตย
เอกสิทธิ์สส.แต่ละคนลงคะแนน
เมื่อถามอีกว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวนมากแบบนี้ เหมือนเป็นการหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนใดคนหนึ่ง ทำให้มองได้ว่าอาจจะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา เมื่อถามว่า มั่นใจเสียงสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า อย่าไปพูดว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย คิดว่า การตัดสินใจของ สส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ทุกคนต้องฟังข้อกล่าวหา และต้องฟังคำชี้แจงของรัฐบาล อยู่ที่ สส.เมื่อฟังสองฝ่ายแล้วจะตัดสินใจแบบไหนก็อยู่ที่ตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยื่นญัตติของฝ่ายค้านครั้งนี้ ไม่มี สส.ของพรรคกล้าธรรมลงชื่อด้วย รัฐบาลอาจอุ่นใจที่ได้เสียงของพรรคกล้าธรรมมาช่วยหนุนรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถึงอย่างไรสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาล และต้องดูว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานเป็นไปตามข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น สส.ไม่ว่าพรรคไหนมีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติด้วยตัวเองอยู่แล้ว
ต้องแบ่งเวลาชี้แจงอย่างเป็นธรรม
เมื่อถามว่า ครั้งนี้เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง อย่างเช่น นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทั้งหมดดำเนินตามข้อบังคับ เมื่อถามถึงจำนวนวันที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะขอเวลา 5วัน นายภราดร กล่าวว่า ดูตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติอยู่ที่ 3-4วัน เพราะเราต้องมีการแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี18คน ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย คุณอภิปรายเขา แน่นอนฝ่ายกล่าวหาต้องใช้เวลาเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีผู้ถูกอภิปรายถึง 18คน ต้องแบ่งเวลาให้อย่างเป็นธรรมให้กับผู้ถูกอภิปรายด้วย เมื่อถามว่า มีการเก็งข้อสอบหรือไม่ว่าจะถูกอภิปรายในประเด็นใด นายภราดร กล่าวว่า “หนังซ้ำนี่” เมื่อถามว่า มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ที่พุ่งเป้า
‘วรศิษฎ์’มึนอ่านข้อกล่าวหาแล้วยังงง
ขณะที่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีชื่อเป็นหนึ่งใน 18รัฐมนตรีที่ถูกเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า หลังอ่านข้อกล่าวหาแล้วยังรู้สึกงงว่า เป็นเรื่องอะไร เนื่องจากข้อกล่าวหามีลักษณะเขียนในภาพกว้างและไม่ได้ระบุประเด็นอย่างเจาะจง แต่ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาและพร้อมชี้แจง เพราะที่ผ่านมาได้ทำงานด้วยความตรงไปตรงมา พร้อมมั่นใจในสิ่งที่ตนเองได้ดำเนินการ หากมีประเด็นใดที่ฝ่ายค้านเห็นว่าทำไม่ถูกต้อง ก็พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง
มั่นใจตอบข้อกล่าวหาฝ่ายค้านได้
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่จะถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ นายวรศิษย์ กล่าวว่า มั่นใจ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดของข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน เพราะเป็นการเขียนในลักษณะกว้าง ๆ และรวบรวมประเด็นเข้าด้วยกัน โดยไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วนกรณีฝ่ายค้านอาจหยิบคดีฮั้ว สว. มาอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่นั้น นายวรศิษย์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่เมื่อพิจารณาจากข้อกล่าวหาที่ปรากฏ คาดว่าน่าจะมุ่งไปที่ประเด็นการสอบท้องถิ่นมากกว่า โดยย้ำว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และเมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้ว ก็ได้เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา ทำให้กระบวนการต่าง ๆ สามารถขับเคลื่อนและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
ถามระโมบโลภมากหมายถึงอะไร
สำหรับถ้อยคำในข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ระโมบโลภมาก ขาดความยับยั้งในความชั่ว มองว่าอย่างไรนายวรศิษย์ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า ต้องไปถามผู้เขียนว่าหมายถึงอะไร เพราะเมื่ออ่านข้อกล่าวหาของตนเองเทียบกับข้อกล่าวหาของบุคคลอื่นแล้ว มองว่าเป็นคนละเรื่องกัน โดยข้อกล่าวหาที่เขียนมามีลักษณะรวบรวมหลายประเด็นเข้าด้วยกัน ไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างเจาะจง จึงต้องไปสอบถามผู้เขียนข้อกล่าวหา
นายวรศิษย์ กล่าวอีกว่าจะเตรียมข้อมูลสำหรับชี้แจงทุกประเด็น แต่ไม่ได้มีอะไรที่ต้องเตรียมมากมายเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ตนเองทำงานและรับผิดชอบอยู่แล้ว จึงสามารถชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตนได้ ส่วนเรื่องที่ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการก็ไม่ทราบว่าจะชี้แจงอย่างไร
โกงสอบเกิดก่อน-เข้ามาแก้ปัญหา
เมื่อถามถึงกรณีที่อาจมีการกล่าวหาว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น นายวรศิษย์ กล่าวว่า ยังไม่เข้าใจว่าตนเองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหน เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยภายหลังเข้ารับตำแหน่ง จึงเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังนั้น ต้องรอฟังคำถามและรายละเอียดจากฝ่ายค้านในการอภิปรายอีกครั้ง เพื่อจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา เมื่อถามย้ำว่ารู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลหรือไม่ที่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายวรศิษย์กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น พร้อมมองว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นการดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านมากกว่า
‘เจเศรษฐ์’ไม่กังวลถูกพาดพิงอยู่แล้ว
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเป็น 1ใน18รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ก่อนหน้านี้มีการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ มีการพาดพิงมาอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่ายินดีที่จะชี้แจงในทุกประเด็นของเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ขอให้ประเด็นอยู่ในขอบเขต ทุกเรื่องสามารถตอบได้หมด เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหารุนแรงเกินไปหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า เขามีสิทธิ์คิด แต่สำหรับตนไม่ได้มองว่ารุนแรงหรือไม่รุนแรง ซึ่งการที่ตนทำงานมาต้องมีประเด็นที่ให้เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้แนะนำเรา อาจจะเพิ่มเติมหรือข้อบกพร่อง ซึ่งพร้อมที่จะรับฟัง แต่หากไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน หรือการดำรงตำแหน่งของรัฐมนตรี ในสถานการณ์ขณะนี้คงต้องตอบไปตามความจริง แต่สิ่งที่อยากจะฟัง คือตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีมา ตรงไหนที่ควรจะเพิ่มศักยภาพเพื่อพี่น้องประชาชน ก็อยากฟังในมุมนี้มากกว่า ส่วนกังวลหรือไม่ว่าจะนำคดีฮั้วสว.มาอภิปราย นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า ไม่กังวล
‘วราวุธ’นั่งเป็นเพื่อน-ไม่หนีไปไหน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย 18คน ว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ซึ่งจะอภิปรายรัฐมนตรีกี่คนไม่สำคัญ เพราะนายกฯเป็นผู้ที่ถูกอภิปรายลำดับแรก การอภิปรายนายกฯเหมือนอภิปรายครม.ทั้งคณะ หากมีประเด็นเกี่ยวข้องรัฐมนตรีคนใด ก็เป็นสิทธิที่รัฐมนตรีคนดังกล่าวจะลุกขึ้นตอบได้ เพราะนายกฯได้มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละคนทำงานในแต่ละเรื่องที่รับผิดชอบ การอภิปรายครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีหากฝ่ายค้านมีข้อสงสัยหรือข้อสังเกตอย่างไรเชื่อว่า ครม.ทุกคนพร้อมชี้แจงและนำเสนอข้อเท็จจริงว่า เป็นอย่างไร แม้ตนจะไม่มีชื่อถูกอภิปราย แต่จะนั่งอยู่เป็นเพื่อนรัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปราย ไม่ได้หนีไปไหน
‘เท้ง’รอถล่มต.ค.นี้-อย่างน้อย5วัน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า รอประธานสภาฯ พิจารณาบรรจุญัตติ ตนคาดหวังว่าจะทันภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้และจะได้อภิปรายอย่างน้อย 5วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะ หากเทียบกับสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แต่ครั้งนี้ 18 คน 5 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล
เมื่อถามว่ามองอย่างไรหากฝ่ายรัฐบาลต่อรองเหลือแค่ 3วัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ใช่การต่อรองเหมือนการเล่นขายของ แต่ดูตามข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวหาและจำนวนรัฐมนตรีที่เขียนไป เป็นข้อกล่าวหาที่เยอะ นั้น ควรจัดสรรเวลาให้เหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ต่อข้อถามว่า หากรัฐบาลยืนยันจะให้แค่ 3วัน จะแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีในการอภิปรายอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รอฟังความเห็นจากรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เคยให้สัมภาษณ์จะให้กี่วัน
บันเทิงธิปไตยหรือไม่-ขอให้รอดู
ส่วนที่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายระบุญัตตินี้เป็นเหมือนบันเทิงธิปไตย เหมือนอยู่คนละโลก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การยื่นญัตติครั้งนี้คงไม่ได้เป็นไปด้วยความบันเทิง แต่จะบันเทิงหรือบันเทิงอย่างไร ขอให้รอดูญัตติเข้าสภาฯ รอฟังคำตอบและคำชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าเนื้อหามันบันเทิงมากน้อยแค่ไหน เมื่อถามถึงเนื้อหาในญัตติ เช่น มือถือสากปากถือศีล จิตใจผุพัง ไม่ได้ดูเป็นลิเกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นข้อกล่าวหา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง คือ การตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาล หลายครั้งมีหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต หรือบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไม่ถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเอาผิดรัฐบาลได้ 100% หลายครั้งการเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในสภา
โวมีใบเสร็จเอาผิดรมต.อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าครั้งนี้จะมีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว หากยึดตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะใช้คนละมาตรฐานกัน เพราะต้องใช้ความรับผิดรับชอบ เช่น การเลือก สว.ถ้ายื่นตามกระบวนการปกติ ผลที่ออกมาอาจค้านสายตาประชาชน แต่เมื่อเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาประกอบกัน ทำให้เชื่อได้ว่า มีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะเอาเรื่องเหล่านี้มาซักฟอกรัฐบาล ส่วนมีการคาดการณ์ว่า ญัตติมีการแบ่งรัฐมนตรีออกเป็น 3กลุ่ม เช่น กลุ่มมีความผูกพันคดีฮั้ว สว.จะมีคำว่า อาชญากรรมทางประชาธิปไตย เป็นต้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แล้วแต่จะวิเคราะห์ สามารถดูได้จากคำที่อยู่ในญัตติ เพราะจะต้องอภิปรายภายใต้กรอบญัตติที่เสนอ แต่หากตนรีบให้คำตอบในวันนี้ว่าใครโดนซักฟอกเรื่องอะไรบ้าง คงให้คำตอบอะไรไม่ได้
พรรคกล้าธรรมไม่อยู่กับฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมจะขอเวลาอภิปรายด้วย แบ่งเวลาให้ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว เมื่อถามย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ได้เวลาอภิปรายใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องกลับถามพรรคกล้าธรรมว่าเขามีเจตนาอย่างไร เชื่อว่าพรรคที่ประสงค์จะมีส่วนร่วมตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องมาร่วมลงชื่อในญัตติด้วยกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้มาร่วมลงชื่อด้วย ส่วนที่นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ย้ำว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะเป็นการโจมตีทางการเมืองมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพรรคกล้าธรรมว่า มีความคิดอย่างไร รอดูว่าหลังจากนี้พรรคกล้าธรรมจะลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร
ส่วนการอภิปรายไม่มีรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพิจารณาจากพยานหลักฐาน รายชื่อที่ออกมาเกิดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อรัฐมนตรีและประเด็นเข้ามาพิจารณาร่วมกัน เมื่อรวบรวมจากทุกพรรคแล้ว ไม่ปรากฎชื่อของรัฐมนตรีคนอื่นนอกจาก 18คนนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

