เฉินจื้อโดนอีก สั่งอายัด118ล. ปปง.ตัดวงจร แก๊งสแกมเมอร์

เฉินจื้อโดนอีก
สั่งอายัด118ล.
ปปง.ตัดวงจร
แก๊งสแกมเมอร์
ปปง.เดินหน้ามาตรการตัดวงจรอาชญากรรม แถลงผลประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ลุยยึด-อายัดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์‘เฉิน จื้อ’-แชร์ลูกโซ่ฟอร์เร็กซ์3D ส่งอัยการยื่นต่อศาลให้ยึดทรัพย์ เฉลี่ยคืนผู้เสียหาย ด้านสตม.ขยายผลยึดเงิน 23ล้านบาท นำออกต่างแดน ขุดรากขบวนการฟอกเงินแก๊งคอลฯ-ยานรก
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง.เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรม มีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดมูลฐานคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนี้ คดีนายเฉิน จื้อ กับพวก มีพฤติการณ์ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ , ฉ้อโกงประชาชน , ฉ้อโกงและยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
เป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรม เคยมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด 96 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท (คำสั่ง ย.293/2568) ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/2569
จากการสืบสวนขยายผลพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรม มีมติส่งเรื่องให้อัยการ เพื่อยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) 416 รายการ เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 118 ล้านบาท (คำสั่ง ย.169/2569)
คดีนายอภิรักษ์ โกฎธิ กับพวก กรณีหลอกลวงให้ลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ (Forex-3D) เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด รวม 5 ครั้ง (ย.183/2562, ย.62/2563, ย.141/2566, ย.197/2566 และ ย.117/2569) ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นศาลแยกเป็น 5 สำนวนคดี
ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้อัยการ เพื่อยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (เพิ่มเติม) รวมทรัพย์สินที่ดำเนินการกรณีดังกล่าวทั้งหมด 298 รายการ มูลค่ากว่า 581 ล้านบาท และคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 7,642 ราย
ทั้งนี้ ปปง.ระบุว่า การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินในความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถขยายผลไปยังทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในทุกมิติ หากปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงไปยังทรัพย์สินของบุคคลใด ปปง.จะยึดและอายัดทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย และคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน เพื่อตัดวงจรเครือข่ายการประกอบอาชญากรรมให้สมตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป
อีกด้านหนึ่ง พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม.มอบหมายให้ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม.ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , ปปง. , ป.ป.ส.และกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้ากรณีด่านศุลกากรแม่สาย ตรวจยึดเงินสดกว่า 23 ล้านบาท ซุกซ่อนในกล่องกระดาษ เตรียมส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากการสืบสวนขยายผลร่วมกับ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ พบว่าเงินดังกล่าวเป็นของนายไซ สัญชาติเมียนมา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนเชื่อมโยงกลุ่มฉ้อโกงสูงถึง 2,500 ล้านบาท และบัญชีนอมินียาเสพติด อีกกว่า 1,000 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีธนาคารนายไซ โดยตรงกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำทรัพย์สินเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป
พล.ต.ท.นพศิลป์ กำชับให้ บก.สส.สตม.เร่งปราบปรามขุดรากถอนโคนขบวนการขนเงินข้ามแดนเพื่อฟอกเงิน พร้อมขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงกรณีการปลอมแปลงบัตรประชาชน และการสวมสิทธิบัตรคนไม่มีสัญชาติไทย ที่กลุ่มทุนเทา เว็บพนันออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำไปใช้เปิดบัญชีธนาคารทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานหรือทางผ่านในการกระทำผิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

