จับตาผัก-ไข่ ตรึงราคาช่วยปชช. โรงรับจำนำฟรีดอก

นายกฯ เผยล่าสุดจ่ายเยียวยาแล้ว 1.1 หมื่นคน โรงจำนำรัฐช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน ลดภาระได้ 1.11 ล้านบ. ด้าน “สนค.” ประเมินผลกระทบน้ำท่วมปี’69 ราคายังไม่ขยับวงกว้าง จับตารายได้–กำลังซื้อครัวเรือน พบรายได้ลด ค่าใช้จ่ายด้านอาหาร-เดินทาง-ซ่อมบ้านพุ่ง ชี้หลังน้ำลดต้องดูแลค่าครองชีพ พื้นฟูรายได้ เพิ่มกำลังซื้อให้ ปชช. ด้านเงินเฟ้อยังไม่ส่งผลกระทบภาพรวม โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี’69 ที่ร้อยละ 1.8–2.2 มีค่ากลางที่ร้อยละ 2.0
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 08.55 น.ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ถึงสถานการณ์น้ำว่า สถานการณ์การระบายน้ำโดยรวมดีขึ้น เรื่องการทำบิ๊กคลีนนิ่งเมื่อน้ำลดแล้วเศษขยะต่างๆ มันกีดขวางทางเข้าออกบ้านเรือนของประชาชน และอาจกีดขวางการจราจรบางพื้นที่ เราจะเร่งระดมทีมที่จะนำขยะเหล่านี้ ไปยังที่กลบฝังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
จ่ายเยียวยาแล้ว1.1หมื่นคน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยา ที่ประชาชนจะได้รับในวันนี้ เข้ากระเป๋าประชาชนแล้วหรือยัง นายกฯตอบว่า เริ่มทยอยเข้าไป ตอนนี้ 11,000 ครอบครัว ซึ่งในที่ประชุมก็ได้เร่งและย้ำแล้วว่าเราจะไม่รอจนสถานการณ์ผ่านไปแล้ว แล้วค่อยมารวบรวม แต่ขอให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าผู้ที่จะได้รับจะต้องเข้าหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง เพราะเงินนี้เมื่อออกไปแล้วมันไม่กลับเข้ามา ฉะนั้นความถูกต้องคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เรารวบรวมรายชื่อและทำสำรวจ และให้เร่งส่งมายังปภ. เพราะเงินจากการเยียวยาปภ.ได้รับมาจากสำนักงบประมาณแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ธนาคารออมสิน เมื่อรายชื่อมาปุ๊บก็สามารถยืนยันรายชื่อ แล้วส่งรายชื่อไปที่ธนาคาร จากนั้นธนาคารก็กดโอนเงินเข้าบัญชีแต่ละครัวเรือนเลย
นายกฯสั่งเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่าจังหวัดปราจีนบุรี และฉะเชิงเทราจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการฟื้นฟู นายกฯกล่าวว่า ภาพรวมส่วนใหญ่ มันเกือบจะฟื้นฟูได้หมดแล้ว ยกเว้นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังแล้วยังระบายออกไม่ได้ ส่วนกรณีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ประเมินว่า จังหวัดปราจีนบุรีต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนกว่าน้ำจะระบาย ออกได้หมด นายกฯตอบว่า เราก็ทำที่สุด ทำให้เร็วที่สุด
โรงจำนำช่วยปชช.ฟรีดอก1เดือนถึง31ตค.
ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยตระหนักว่าความเสียหายจากน้ำท่วมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อรายได้ อาชีพ และภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยเฉพาะประชาชนที่มีภาระทางการเงินอยู่เดิม ซึ่งอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูการประกอบอาชีพ รัฐบาลจึงมุ่งใช้กลไกของหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนสามารถตั้งหลักได้โดยเร็ว
ล่าสุด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขับเคลื่อนมาตรการ “สธค. ช่วยภัยน้ำท่วม ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน” ผ่านสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ช่วยแบ่งเบาภาระการเงินให้ประชาชนผู้ใช้บริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมสำนักงานธนานุเคราะห์ 5 สาขา ได้แก่ 1. สาขา 9 สะพานใหม่ 2. สาขา 19 บางกะปิ 3. สาขา 30 ร่มเกล้า 4. สาขา 45 ปทุมธานี (เทพกุญชร) 5. สาขา 46 ลาดกระบัง
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สำหรับผู้ใช้บริการที่เข้ามาส่งดอกเบี้ย ผ่อนเงินต้น หรือเพิ่มเงินต้น ณ สาขาที่เข้าร่วมมาตรการ ระหว่างวันที่ 9–31 ตุลาคม 2569 จะได้รับสิทธิยกเว้นดอกเบี้ย 1 เดือนในรอบตั๋วถัดไป ครอบคลุมทุกวงเงิน กำหนด 1 คน 1 สิทธิ์ คาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 4,900 ราย คิดเป็นวงเงินที่ใช้บริการรวมกว่า 100.57 ล้านบาท และช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ประชาชนได้ประมาณ 1.11 ล้านบาท
สินค้าราคาทรงตัวยังไม่ขยับวงกว้าง
ด้านสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยการประเมินผลกระทบสถานการณ์น้ำท่วมปี 2569 พบว่า ขณะนี้แรงกดดันด้านราคายังอยู่ในวงจำกัดและยังไม่เห็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าในวงกว้าง ขณะที่ผักสดบางรายการ ซึ่งเคยปรับสูงขึ้นเริ่มมีราคาลดลง หลังการดำเนินมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ในการเร่งกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาด
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบต่อรายได้ สภาพคล่อง เงินออมและกำลังซื้อของครัวเรือน เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอาจเผชิญทั้งรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถใช้จ่ายระยะต่อไป ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยังติดตามปริมาณและราคาอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมปี 2569 ข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัยสะสมรวม 50 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1.48 ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 4.20 ล้านคน ขณะที่การติดตามราคาสินค้าในห้างโมเดิร์นเทรดปลายเดือนกันยายน 2569 พบว่า กว่าร้อยละ 70 ของรายการสินค้าที่ติดตามมีราคาทรงตัว ร้อยละ 12.4 ปรับเพิ่มขึ้น และร้อยละ 16.9 ปรับลดลง สะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคายังไม่กระจายวงกว้าง
พณ.ติดตามราคาผัก-ไข่ไก่
อย่างไรก็ตาม ผักสดบางรายการเผชิญแรงกดดันด้านราคา เช่น ผักบุ้งจีน กะเพรา และโหระพา ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น และอ่อนไหวต่อทั้งน้ำท่วม พื้นที่เพาะปลูก และข้อจำกัดด้านการขนส่ง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในเร่งประสานนำผักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาขายส่งผักหลายรายการเริ่มปรับลดลง สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
ขณะที่ไข่ไก่เป็นอีกสินค้าที่ต้องติดตาม เนื่องจากฟาร์มผู้ผลิตบางแห่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์จึงขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ชะลอ และเลื่อนแผนส่งออกช่วงนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าในประเทศ พร้อมขอความร่วมมือผู้เลี้ยงตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม เพื่อรักษาปริมาณสินค้าและเสถียรภาพราคา
ปชช.รายได้ลด-จ่ายค่าอาหาร-เดินทางเพิ่ม
นายนันทพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากราคาสินค้าแล้ว อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือ รายได้ สภาพคล่อง และกำลังซื้อของครัวเรือน เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้การประกอบอาชีพและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติ ส่งผลให้รายได้บางส่วนลดลง ขณะที่ครัวเรือนมีรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้น ทั้งค่าอาหาร การเดินทาง การเคลื่อนย้ายดูแลทรัพย์สิน ตลอดจนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และอุปกรณ์ประกอบอาชีพหลังน้ำลด ภาวะที่รายได้ลดลงพร้อมรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น กดดันสภาพคล่อง ทำให้ครัวเรือนอาจต้องนำเงินออมออกมาใช้ หารายได้เพิ่มหรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและกิจกรรมการค้าในพื้นที่ระยะต่อไป
ข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติจากกรณีน้ำท่วมปี 2554 โดยครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบร้อยละ 53.4 นำเงินออมออกมาใช้ ร้อยละ 41.0 หารายได้เสริม และร้อยละ 29.7 ปรับลดค่าใช้จ่าย สะท้อนว่า น้ำท่วมสามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจได้พร้อมกัน 2 ด้านคือ ภาวะอุปทานชะงักงัน (Supply Shock) จากผลผลิตและการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าบางประเภท และภาวะรายได้ครัวเรือนลดลง (Household Income Shock) จากรายได้ที่ลดลงควบคู่กับรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ทำให้ครัวเรือนต้องนำเงินออมมาใช้หรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ส่งผลให้สภาพคล่องและกำลังซื้อลดลง และอาจส่งต่อไปยังการบริโภคและยอดขายของผู้ประกอบการในพื้นที่
แนะรบ.เร่งฟื้นฟูรายได้-ดูแลค่าครองชีพ
นายนันทพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับระยะต่อไป ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ ขอบเขตพื้นที่ผลิตและพื้นที่เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะความต่อเนื่องของการผลิตและกระจายสินค้า รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังน้ำลด ซึ่งจะมีส่วนกำหนดระดับผลกระทบต่อราคาสินค้าและกำลังซื้อของประชาชน สนค. เห็นว่า การรับมือน้ำท่วมในมิติด้านการค้า ควรให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการกระจายสินค้า การติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น รวมถึงดูแลค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่หลังน้ำลดควรสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้ากลับมาดำเนินได้โดยเร็ว เพื่อช่วยฟื้นฟูรายได้ของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่
เล็งจัดไทยช่วยไทยธงฟ้า12ตค.ทั่วปท.
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดไปจำหน่าย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู ตั้งเป้าจัดกิจกรรมกว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ
นายนันทพงษ์กล่าวตอนท้ายว่า จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ผลกระทบจากน้ำท่วมต่อราคาสินค้ายังอยู่ในวงจำกัด และ สนค. ประเมินว่ายังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อในภาพรวม โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 ที่ร้อยละ 1.8–2.2 โดยมีค่ากลางที่ร้อยละ 2.0 อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ทั้งราคาสินค้า รายได้ และกำลังซื้อของครัวเรือน เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเสนอแนวทางบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

