TPBS เงินสะสม 4,576 ล. ‘สฤณี’ ชี้กฎหมายให้ทบทวน สัดส่วนรายได้ทุก10ปี ถามได้เงินมา’ง่ายเกินไป’ ปลูกฝังทัศนคติ‘เสือนอนกิน’หรือไม่?
10 ตุลาคม 2569 เวลา 10:40 น.

“สฤณี” ตั้งคำถามไทยพีบีเอส เงินสดสะสมเฉียด 4.6 พันล้าน “เยอะเกินไปหรือไม่” พร้อมทวงรายงานประเมินผล 10 ปี ตาม พ.ร.บ.
นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการและนักเขียนอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชวนสังคมร่วมถกเถียงและตั้งคำถามถึงผลประกอบการทางการเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) โดยระบุว่า
การได้เงินมา "ง่ายเกินไป" โดยขาดกลไกประเมินความคุ้มค่าที่เพียงพอ ปลูกฝังทัศนคติ "เสือนอนกิน" และไม่กล้าลงทุน หรือไม่ และไทยพีบีเอสได้เงิน “เยอะเกินไป“ ในการทำภารกิจ หรือเปล่า?
ชวนถกคำถามเบื้องต้น จากผลประกอบการทางการเงินของไทยพีบีเอส
(ดูทรงแล้วคิดว่าวางขอบเขตการเขียนบทความอย่างทะเยอทะยานมากเกินไป เลยขอตัดตอนเฉพาะเรื่องเล็กๆ เกี่ยวกับการเงิน มาโพสใน Facebook ตัวเอง ก่อนจะโดนแฟนเพจทวงนะคะ 55 ตอนหน้าคิดว่าจะเขียนถึง "พันธกิจที่ถมช่องว่างตลาด" และ "การประเมินผลลัพธ์ทางสังคม" ของ ไทยพีบีเอส และ สสส. อย่างเป็นระบบมากขึ้น)
หมายเหตุ : เจ้าของเพจเคยเป็นกรรมการประเมินผลไทยพีบีเอส ปี 2552 โดยรับผิดชอบเขียนในส่วนการประเมินทางการเงิน และเคยเป็นกรรมการสรรหาผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ปี 2568
ดูงบการเงินล่าสุด ปี 2568 ของไทยพีบีเอส พบว่าวันนี้ถือเงินสดและเงินฝากสูงถึง 4,576 ล้านบาท หรือเท่ากับค่าใช้จ่ายเกือบ 21 เดือน ในขณะที่อุปกรณ์ผลิตรายการและถ่ายทอดสัญญาณตัดค่าเสื่อมราคาไปแล้วร้อยละ 85 และรายได้เกือบหนึ่งในห้าผูกอยู่กับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX) ที่จะหมดอายุในปี 2572
(สังเกตว่างบการเงินไทยพีบีเอสน่าจะโปร่งใสกว่านี้ได้อีกพอสมควรด้วย เช่น หมายเหตุประกอบงบการเงินของไทยพีบีเอสไม่เปิดเผยจำนวนพนักงาน ไม่บอกนโยบายเงินสำรอง มีการแยกต้นทุนตามลักษณะค่าใช้จ่าย แต่ไม่แยกตามที่มาของรายการ (ผลิตเอง/จ้างผลิต/ซื้อลิขสิทธิ์) ประเภทเนื้อหา หรือช่องทางเผยแพร่ รายงานประเมินผลภายนอกระบุเพียงว่าการผลิตเอง “มีต้นทุนต่ำที่สุด” โดยไม่แสดงตัวเลขต้นทุน เป็นต้น)
กฎหมายไม่ว่าอะไรเหรอถ้าไทยพีบีเอสมีเงินสะสมเยอะขนาดนี้? ที่จริงถ้าไปดู พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส มาตรา 51 เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า
"อย่างน้อยทุก ๆ สิบปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้องค์การเสนอให้มีการทบทวนที่มาของรายได้และสัดส่วนของเงินบํารุงองค์การ ให้มีความเหมาะสมกับความจําเป็นในการดําเนินภารกิจขององค์การ ทบทวนถึงความเหมาะสมในการให้องค์การนําส่งเงินสะสมส่วนที่เกินจากความจําเป็น กลับคืนเพื่อเป็นรายได้แผ่นดินหรือจัดสรรคืนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม และทบทวนการสร้างและส่งเสริมการสื่อสารสาธารณะของประชาชนผ่านการดําเนินภารกิจขององค์การ รวมทั้งเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง"
กฎหมายไทยพีบีเอสใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 การทบทวนรอบที่สองจึงครบกำหนดในปี 2571 หนึ่งปีก่อนที่ใบอนุญาตโครงข่ายจะหมดอายุ แต่ตัวเองยังไม่พบเอกสารสาธารณะที่แสดงผลการทบทวนรอบแรก ซึ่งครบกำหนดในปี 2561 หรือ 8 ปีที่แล้ว
คำถามว่าเงินสะสม (หรือเงินสดในงบดุล) ของไทยพีบีเอสเท่าไร “เกินจากความจำเป็น” จึงเป็นคำถามที่กฎหมายสั่งให้ตอบอยู่แล้ว ไม่ใช่ข้อเรียกร้องจากภายนอก แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นตอบนะคะ ควรตอบครั้งแรกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว
ขอแชร์มาถกและถามแค่ประเด็นเดียวก่อน และขอทวงรายงานประเมินผลสิบปี ตามมาตรา 51 ของกฎหมายองค์กร ว่ามีการทำแล้วหรือไม่ เพราะหาไม่เจอค่ะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

