สื่อทั่วโลกแห่ยกย่อง พระปรีชาสามารถ 'พระราชินีสุทิดา' ทรงบินเดี่ยว 'กริพเพน' ครั้งประวัติศาสตร์

10 ตุลาคม 2569 หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อไปทอดพระเนตรการฝึกทำการบินเดี่ยว (Solo Fight) กับเครื่องบินขับไล่ 'กริพเพน' (Gripen) ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นครั้งแรก ณ กองบิน 7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา
'พระราชินี' ทรงเริ่มเป็นนักบินตั้งแต่ปี 2010 และ ทรงสะสมชั่วโมงบินมากกว่า 1,000 ชั่วโมง ในเครื่องบินหลายประเภท ทั้งยังทรงผ่านการฝึกทางทหารและเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินผู้ช่วย (Co-Pilot) บนเครื่องบินพระที่นั่งร่วมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัฐบาลไทยได้กล่าวยกย่อง ความสามารถด้านการกีฬาของพระองค์ และทรงได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ราชินีนักบิน' (Pilot Queen) จากความสนพระทัยในด้านการบิน
สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายสำนักทั่วโลก ได้ออกมารายงานข่าวของ 'สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี' ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระราชินีที่ครองราชย์พระองค์แรกที่ทรงขับเครื่องบินขับไล่ด้วยพระองค์เองเพียงลำพัง

เริ่มต้นที่ สำนักข่าวรอยเตอร์ส สื่อยักษ์ใหญ่ของสหราชอาณาจักร พาดหัวข่าวว่า "Thailand's queen pilots a fighter jet on her first solo flight" (สมเด็จพระราชินีแห่งประเทศไทยทรงขับเครื่องบินขับไล่ในการบินเดี่ยวครั้งแรก) พร้อมยังได้โพสต์คลิปของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ทรงขับเครื่องบินขับไล่ด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดพระเนตรอยู่ภาคพื้นดิน

สำนักข่าว บีบีซี นิวส์ ได้ออกมาโพสต์คลิปของ 'สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี' โดยรายงานว่า 'สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี' ทรงเป็นนักบินที่มีประสบการณ์ โดยมีชั่วโมงบินประมาณ 1,188 ชั่วโมง ในเครื่องบินหลายประเภท นับตั้งแต่เริ่มบินในปี 2553 พระองค์ยังทรงเป็นนักบินผู้ช่วยในเครื่องบินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปเสด็จพระราชดำเนินในต่างประเทศหลายๆ ประเทศอีกด้วย

ส่วน สำนักข่าว เดอะ สเตรตส์ ไทมส์ (The Straits Times) เว็บไซต์และหนังสือพิมพ์รายวันชั้นนำของประเทศสิงคโปร์ รายงานว่า 'สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี' ทรงขับเครื่องบินขับไล่ด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก ตามภาพที่สำนักพระราชวังเผยแพร่ระบุว่า พระองค์ทรงขึ้นบินด้วยเครื่องบิน JAS 39C ที่นั่งเดียว จากฐานทัพอากาศในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทางภาคใต้
การออกปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากฝึกฝนด้วยเครื่องจำลองการบินเป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ฐานทัพ และใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงในการบินเครื่องบิน 'กริพเพน' สองที่นั่ง
รายงานระบุว่า 'สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี' ทำหน้าที่เป็นนักบินผู้ช่วยให้กับพระมหากษัตริย์ ในการเดินทางพระราชพิธีเป็นประจำ รวมถึงการลงจอดที่สนามบินพาโร ของภูฏาน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความยากลำบากและท้าทายที่สุดในการลงจอดด้วย

ด้าน สำนักข่าว เดอะ เทเลกราฟ (The Telegraph) หนังสือพิมพ์รายวันขนาดใหญ่แนวอนุรักษ์นิยมจากสหราชอาณาจักร รายงานว่า "สมเด็จพระราชินีแห่งประเทศไทยทรงเป็นพระราชินีพระองค์แรกที่ทรงขับเครื่องบินขับไล่" สมเด็จพระราชินี พระองค์นี้ ซึ่งปัจจุบันมีพระชนมพรรษา 48 พรรษา ทรงเริ่มเป็นนักบินเมื่อปี 2010 และนับแต่นั้นมาได้ทรงสั่งสมชั่วโมงบินรวมกว่า 1,000 ชั่วโมงกับอากาศยานหลากหลายประเภท
อีกทั้งยังทรงผ่านการฝึกอบรมทางทหารและปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินผู้ช่วยบนเครื่องบินพระที่นั่งเคียงข้างพระมหากษัตริย์ ความสามารถด้านกีฬาของพระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากรัฐบาลไทย และพระองค์ได้รับฉายาว่า 'ราชินีนักบิน' เนื่องจากความสนใจในด้านการบิน

สำนักข่าว South China Morning Post พาดหัวข่าวว่า "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงทำการบินเดี่ยวด้วยเครื่องบินขับไล่เป็นครั้งแรก" พร้อม ระบุถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ ทรงสำเร็จการบินเดี่ยวครั้งแรกด้วยเครื่องบินขับไล่ JAS 39C Gripen ณ ฐานทัพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทย ต่อมาได้พระราชทาน Gripen Order Golden Patch เพื่อเป็นเกียรติแก่พระองค์ในความสำเร็จครั้งนี้ด้วย

