จับตาศึกซักฟอก! เทพไท เก็ง 'อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์' โดนหนักสุด
12 ตุลาคม 2569 เวลา 08:36 น.

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2569 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "จับตา อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์ โดนหนักสุด
มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีรายชื่อคณะรัฐมนตรีจำนวน 18 คน ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการตั้งคำถามว่า ในจำนวน 18 คนนี้ ใครจะเป็นรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจากฝ่ายค้านหนักหน่วงที่สุด หรือเป็นเป้าหมายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจองกฐินเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าดูการยื่นญัตติ หรือเนื้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นในประเด็นสำคัญ คือ
1.ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการโกงส.ว.หรือการฮั้วส.ว.
2.ประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ-พนักงานส่วนท้องถิ่น
3.ประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตงบประมาณ และการทุจริตโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นโครงการทั่วไป
4.ประเด็นเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหมด 18 คน จะเห็นได้ว่ามีอยู่จำนวน 10 คน ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปยังการอภิปรายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือกตั้งส.ว.หรือการฮั้วส.ว. เห็นได้จากเนื้อหาหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกอภิปราย ซึ่งจะพูดถึงการดำเนินการโกงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระ และกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ซึ่งรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะมีข้อความนี้ทั้ง 10 คน แสดงให้เห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ มุ่งเป้าไปยังประเด็นการโกงเลือกตั้งส.ว.หรือฮั้วส.ว.เป็นหลัก แต่ถ้าจะพิจารณาว่า ใน18คนที่ถูกอภิปราย ใครจะโดนอภิปราย หรือตั้งประเด็นในการอภิปรายจากฝ่ายค้านหนักหน่วงที่สุด ก็น่าจะเป็น
1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งขึ้นมาเพื่อจะอภิปรายอยู่ในญัตติประมาณหนึ่งหน้าครึ่ง และสามารถรวบรวมเป็นประเด็นได้คือ เกี่ยวกับการโกงเลือกตั้งส.ว. โกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โกงงบประมาณแผ่นดิน สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนูกินรวบประเทศ โกงการเลือกตั้งส.ว. ก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตย ฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ในยามวิกฤต เสแสร้งแกล้งรักชาติ แทรกแซงการสอบบรรจุข้าราชการ ยอมตนอยู่ใต้บุคคลอื่นเพื่อเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด บริหารประเทศผิดพลาดขาดความสามารถปล่อยให้การทุจริต จึงเป็นเป้าหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ต้องการจะอภิปรายนายอนุทินเป็นหลัก เพราะเป็นเสาหลักของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าล้มนายอนุทินได้รัฐบาลก็ล้มไปได้ และปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ความรับผิดชอบของนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
2.นายไชยชนก ชิดชอบ ซึ่งมีข้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่หลายประเด็น เช่น ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาประโยชน์ของชาติมาเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น โครงการเอไอพาสปอร์ต การการเปิดเผยข้อมูลว่ามีบุคคลติดสินบน 40ล้านบาทในวันที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี จนถึงบัดนี้ยังไม่มีความชัดเจน และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดีอี ที่มีบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ด้วย และนายไชยชนกถือว่าเป็นบุคคลสำคัญเบอร์2ของพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นเลขาธิการพรรค การอภิปรายนายไชยชนกเปรียบเสมือนตีกระทบชิ่งไปยังครูใหญ่ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนายไชยชนก
3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มีประเด็นที่ฝ่ายค้านได้ระบุถึงพฤติกรรมเคารพและไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล คดโกง เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรงมาก และก่อนหน้านี้นายทรงศักดิ์ถูกตั้งข้อสังเกตและข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต หรือการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงการทุจริตหรือการโกงเลือกตั้งส.ว.ด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี เปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของบ้านบุรีรัมย์ ถือว่าเป็นตัวแทนคนสำคัญคนหนึ่ง เมื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจนายทรงศักดิ์ได้ ก็เปรียบเสมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้านบุรีรัมย์
ส่วนบุคคลอื่นๆน่าจะเป็นการอภิปรายในลักษณะหรือระนาบเดียวกันคือ เกี่ยวข้องกับการโกงเลือกตั้งส.ว. ที่น่าจับตามองอยู่อีกคนหนึ่ง คือนางสาวศุภมาส อิสระภักดี เพราะข้อหาที่ฝ่ายค้านระบุ เป็นข้อหาที่ค่อนข้างร้ายแรง แต่ผลการอภิปรายออกมาเช่นไรก็ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะตอนหนึ่งของข้อกล่าวหาระบุว่า มีพฤติกรรมทุจริตคอรัปชั่นอย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อคโครงการต่างๆให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้ สมคบคิดในการในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบจนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมความผิดเฉกเช่นเดียวกับองค์กรอาชญากรรม ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรงมาก จะต้องพิสูจน์กันว่าการอภิปรายสอดคล้องกับข้อหาในญัตติหรือไม่
เพราะฉะนั้นจากนี้ไป จนถึงวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะมีข้อมูลใหม่ๆทยอยออกมาอีก และจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ใครคือบุคคลที่มีอาการหนักหรือสาหัสสากรรจ์ในการอภิปรายไว้วางใจครั้งนี้มากที่สุด"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

