ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งนิรโทษฯ 39 กปปส.คดีชัตดาวน์กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2569 ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งคดีขอให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีดำอ.247/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกลุ่ม กปปส.กับพวกรวม39คนฐานร่วมกันเป็นกบฏฯจากเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่รัฐบาลและชัตดาวน์กรุงเทพฯ ช่วงปี 2556 - 2557
โดยศาลมีคำสั่งสรุปว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2569 ทนายความจำเลย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569
ศาลอาญา รับคำร้องไว้ และสำเนาให้อัยการโจทก์ หากคัดค้านให้แถลงเข้ามาก่อนวันนัดไม่น้อยกว่า 7 วัน หากไม่แถลงถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน และนัดฟังคำสั่งวันที่ 12 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ต่อมาวันที่ 3 ต.ค. 2569 ศาลอาญามีคำสั่งเพิ่มเติมว่า ตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นฎีกาคดี และศาลมีคำสั่งรับฎีกาแล้ว จึงให้ส่งคำร้องขอจำหน่ายคดีคดีนี้พร้อมสำนวนไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป ให้ยกเลิกนัดฟังคำสั่งวันที่ 12 ต.ค. และให้แจ้งคู่ความทราบ
ขณะที่วันนี้นายแก้วสรร อติโพธิ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุขอดีตแกนนำกลุ่ม กปปส. มาศาลเพื่อฟังคำสั่ง แต่เมื่อศาลมีคำสั่งเลื่อนก็เดินทางกลับทันทีหลัง
ด้านนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของกลุ่มแกนนำกปปส. เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า ภายหลังจากพ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุขมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จึงทำให้มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีชุมนุมทางการเมืองย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา การกระทำที่เข้าข่ายซึ่งตนเห็นว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้กลุ่มลูกความของตนเข้าข่ายให้ศาลจำหน่ายคดีที่อยู่ในศาลทั้งหมดซึ่งมี 2 ช่องทาง คดีที่จบไปแล้วก็ต้องยื่นต่อคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น
ส่วนคดีนี้ตนได้ยื่นคำร้องในทุกคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองเพื่อขอให้ศาลจำหน่ายคดี และคดีจำเลยมีหลายคนรวมถึงพนักงานอัยการที่ได้ยื่นฎีกา เบื้องต้นศาลมีคำสั่งรับฎีกาแล้ว แต่ภายหลังศาลอาญามีคำสั่งเพิ่มเติม แต่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ตนได้ตรวจสอบ และพบว่าคดีนี้อยู่ระหว่างฎีกาจึงเป็นเหตุต้องเลื่อนฟังคำสั่ง
นายสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อยกเลิกแล้วศาลอาญาต้องส่งสำนวนคดีไปที่ศาลฎีกา สำหรับการยื่นฎีกาของจำเลยไม่ใช่เฉพาะนายสุเทพเพียงคนเดียว แต่ยังมีจำเลยคนอื่นอีกที่ยื่นไปแล้วเหลือเพียง 6-7 คนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่น โดยหลักการยื่นฎีกาเฉพาะบุคคลเท่านั้นแต่ถ้าหากเป็นเหตุแห่งคดี แม้ว่าจำเลยบางคนไม่ได้ยื่นฎีกา แต่ศาลเห็นว่าเป็นเหตุแห่งลักษณะคดี ก็สามารถพิพากษาไปถึงจำเลยที่ไม่ได้ยื่นฎีกาได้
ส่วนการนัดฟังคำสั่งศาลอาญาต้องรอศาลฎีกามีคำสั่งลงมา โดยไม่มีกรอบเวลาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งศาลฎีกาจะแจ้งคำสั่งไปยังทนายจำเลยทุกคน ซึ่งตนดูแลทั้งหมด 39 คน นายแก้วสรร และนายสมศักดิ์ที่มาในวันนี้ อาจจะมาประสานงานระหว่างลูกความ 39 คนของตนเอง อาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้างเนื่องจากบางคนเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถติดต่อได้
ผู้ข่าวรายงานว่าสำหรับคดีการชุมนุมของกปปส. ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ยกฟ้องข้อหา กบฏ และก่อการร้ายก่อน พิพากษาแก้ลดโทษจำคุกแกนนำ เเต่ไม่รอลงอาญาเเกนนำหลายราย ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง



