คุณแหน : 13 ตุลาคม 2569

ll เนื่องใน วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 ซึ่งคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช พระบรมนาถบพิตร พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้า ทีมงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และจะขอสืบสานพระราชปณิธาน ด้วยความจงรักภักดี ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และพร้อมใจกันสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติตราบนานเท่านาน…
ll ถูกต้องตามคำทำนายเป๊ะ บารอนเนส เขียนแปะไว้ข้างฝาเมื่อ 29/9 ว่า โปรโมเตอร์สิงคโปร์ลูกเล่นเยอะพอเห็น Nene Royal ดังทะลุสไปรัล รีบตัดหน้าคนไทยเซ็นสัญญานำ Nene ไปแสดงเป็น Opening Act ให้วงนำระดับโลก Avenged Seven - fold วันที่ 13 ต.ค.นี้ ณ อินดอร์สเตเดียมสิงคโปร์... เราเปิดถ้วยแทงไว้แล้วว่าความดังเป็นจรวดเร็วกว่าเสียงของน้องจะสามารถสยบกลบกระแสของวงท็อปบิลลิ่งของรายการแน่นอน บัดนี้มีแถลงออกมาแล้วว่ากระแสของน้องแรงสุดๆดึง เศรษฐีจีน-อินโดฯ-ญี่ปุ่น-ไต้หวัน แห่กันมาซื้อตั๋วจนล้นที่นั่ง ฝ่ายจัดการจำเป็นต้องขยายโซนที่นั่งใหม่เพื่อรองรับ “Nene Fever!”…
ll" Talk-of-the-town” อีกแล้ว, กรณีนี้ผู้เกี่ยวข้องเป็นบุคคลมีชื่อเสียงตำแหน่งและบุคลิกสง่างามยิ่ง ไม่บอกก็ต้องรู้ว่าเป็นเรื่อง นาฬิกาโรเล็กซ์ เรือนงาม ราคาประเมินกว่า 3 ล้านบาทที่กำลังเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครมอยู่ อภิปรายกันมาก บารอนเนส หันมาถามที่ปรึกษากฎหมายประเมินสถานการณ์ คำตอบออกมานับเป็น Dilemma กับผู้ถูกกล่าวหา เพราะช่องทางแรกที่อาจจะอ้างถึงว่าเป็น “นาฬิกาเพื่อน” ก็ใช้ไม่ได้แล้ว ปัจจุบันมีคำพิพากษาศาลฎีกาบล็อคไว้แล้ว ครั้นจะหันมาทางที่สองอ้างว่าเป็นนาฬิกา “ก็อปปี้เสินเจิ้น” ก็อาจจะเข้ามุมอับอีก อาจถูกร้องเรียนประเด็นผิดจริยธรรมนักการเมือง...ไหนๆก็คุยเรื่อง “ก็อปปี้” แล้วก็อยากจะย้ำว่าในต่างประเทศเขาซีเรียสมาก ถ้านักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องการละเมิดลิขสิทธิ์ไม่รอดแน่ มีตัวอย่างน่าสนใจกรณีเศรษฐีนีไต้หวันซื้อกระเป๋าหลุยส์ราคาแพงจากห้างใหญ่ไทเป เดินทางไปแอล.เอ. ปรากฏว่าถูกศุลกากรยึดไว้ โดยกล่าวหาว่าเป็น Counterfeit (เก๊) เศรษฐีนีโกรธสุดให้อายัดของกลางไว้ แต่ตนเองไม่ขอเข้าเมือง ต่อมาขึ้นเครื่องบินด่วนกลับไทเปทันที มุ่งตรงไปห้างใหญ่ขอทำสำเนาใบเสร็จและใบเซอร์รับรองของแท้ เสร็จแล้วเดินทางกลับแอล.เอ.เพื่อผจญหน้ากับศุลกากร ครั้งนี้จำนนด้วยหลักฐานสมบูรณ์ ศุลกากรยกเลิกอายัดแล้วส่ง “หลุยส์” ใบงามคืนเจ้าของโดยไม่บุบสลาย...
ll ผลจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ ทำให้หนึ่งในตำนานสนุกของครอบครัวคนไทยและคนกรุงเทพฯ “สวนสยาม” อาจจะต้องปิดฉากลงตามกระแสน้ำ เมื่อไม่,ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆทันเหตุการณ์ ไทคูนเจ้าของกิจการ ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ออกมาพ้อพร้อมน้ำตารินกับคำที่ว่า “ขายที่ไปก็รวยแล้ว” ทั้งที่โครงการดังกล่าวตลอด 50 ปีที่ให้ความบันเทิงกับชาวไทยเป็นเสมือนเลือดเนื้อและจิตใจของเขา ไชยวัฒน์ คือใครถ้าเป็นชาว Gen Y / Z ก็อาจจะไม่คุ้นแต่บอกได้เลยว่า หลายทศวรรษที่ผ่านมาเขาเป็น เพอซันนัลลิตี้สีสันของสังคม เริ่มตั้งตัวในยุคหนุ่มบุกเบิกการทำอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ “หมู่บ้านจัดสรร” ต่อมา “คอนโดฯ” และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาวงการและล็อบบี้ให้เกิดกฎหมายรองรับกิจการดังกล่าว การลงทุนแบบหลากหลายมีกิจการมากมาย อาทิ หมู่บ้านจัดสรร, คอมฯ เรียลเอสเตท, บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และ “สวนสยาม” นี่แหละชีวิตพ่อค้าไทยที่ต้องพึ่งธนาคารที่นึกว่า “ซี้สุด” นึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งเขาจะฮุบเอา “เป๋าฮื้อ” ของเด็ดไปกิน ถูกเขาริบกินรวบ เหลือไว้ให้กิจการที่ต้องเหนื่อยมากกำไรน้อยคือ สวนสนุก 220 ไร่...เขาเป็นคนไม่มีเกียร์ถอยหลัง จึงยอมรับชะตากรรมเดินหน้าปวารณาตนตะลุยพัฒนา “สวนสยาม” ให้เป็นหนึ่งในภูมิภาคนี้ ผู้คนจำนวนนับร้อยล้านทั้งไทยและเทศได้ผ่านมารับความรื่นรมย์จากผลงานของเขาจนเป็นตำนานกรุงเทพฯ ถึงวันนี้ มหาอุทกภัย ล่าสุดคงพิพากษาแล้วให้เขาพักผ่อนได้…บารอนเนส ขอบันทึกตำนานนักธุรกิจสู้ชีวิตผู้นี้ไว้ ณ บรรทัดนี้ !!…
บารอนเนส
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


