เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายลูกลงทะเล ท่ามกลางความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลี

เมื่อ 12 ตุลาคม 2569 เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวหลายลูกมุ่งหน้าไปยังน่านน้ำทางตะวันออกของประเทศ ตามการเปิดเผยของกองทัพเกาหลีใต้ นับเป็นการทดสอบอาวุธต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีที่เพิ่มสูงขึ้น หลังการเจรจาทางการทูตระหว่างหลายฝ่ายหยุดชะงักมาเป็นเวลานาน
เสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธถูกยิงจากพื้นที่บริเวณกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนขีปนาวุธที่ตรวจพบหรือระยะทางที่บินไปได้อย่างชัดเจน ขณะที่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นรายงานว่า ตรวจพบขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูก และประเมินว่าขีปนาวุธตกลงในน่านน้ำที่อยู่นอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น
การยิงขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเกาหลีใต้ทดสอบการบินอาวุธความเร็วเหนือเสียงที่พัฒนาขึ้นเองเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอาวุธดังกล่าวออกแบบให้บินด้วยความเร็วอย่างน้อย 5 เท่าของความเร็วเสียง และสามารถหลบหลีกระบบป้องกันขีปนาวุธได้ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ระบุว่า การทดสอบดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของเกาหลีใต้
ด้านเกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าพัฒนาและทดสอบอาวุธเพื่อขยายคลังแสงที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ โดยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบสิ่งที่ระบุว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียง ซึ่งออกแบบมาเพื่อหลบหลีกระบบป้องกันขีปนาวุธของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบขีปนาวุธ ฝึกซ้อมยิงกระสุนจริง และประจำการเรือรบลำใหม่ ท่ามกลางการปฏิเสธข้อเสนอจากสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่ต้องการรื้อฟื้นการเจรจา
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น หลังทหารเกาหลีใต้ 3 นายได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดทุ่นระเบิดใกล้พรมแดนระหว่างสองเกาหลีเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยกองทัพเกาหลีใต้และกองบัญชาการสหประชาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ สรุปว่า เหตุระเบิดเกิดจากทุ่นระเบิดที่เกาหลีเหนือนำมาวางไว้ แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมวิจารณ์ข้อเรียกร้องของเกาหลีใต้ที่ต้องการให้กล่าวขอโทษ
ขณะที่คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังคงปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งหยุดชะงักตั้งแต่ปี 2019 โดยรัฐบาลเปียงยางเรียกร้องให้วอชิงตันยุตินโยบายที่เกาหลีเหนือมองว่าเป็นปฏิปักษ์ และยกเลิกเงื่อนไขให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนเริ่มการเจรจา ส่วนประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ยังคงสนับสนุนการสร้างความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศและลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

