หุ้นเด่น : 13 ตุลาคม 2569

‘4Q69F จะอ่อนตัวตามฤดูกาล’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) วันที่ 28 ตุลาคม เราคาด SCC จะเผยกำไรสุทธิ 3Q69F ที่ 4.3 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุนสุทธิ 669 ล้านบาท ใน 3Q68 และ-63% QoQ) กับกำไรหลักที่ 3.9 พันล้านบาท (+400% YoY แต่ -64% QoQ) คิดเป็น 86% ของกำไรหลักทั้งปี 2569F ของเรา โดยที่เราประเมินบริษัทว่าจะมีกำไรจากสต็อกสินค้าราว 450 ล้านบาท (จาก 1.1 พันล้านบาทใน 2Q69) แม้ราคาแนฟทาเฉลี่ยจะลดลงก็ตาม การที่กำไรแย่ลงมาก QoQ จะเป็นเพราะไม่มีเงินปันผลรับ (ปกติจะรับใน 2Q และ 4Q) และธุรกิจหลักทั้ง 3 กลุ่มอ่อนตัวลง ด้วยเหตุสุดวิสัยของ Long Son Petrochemicals (LSP) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางพฤษภาคม 2569 และ Rayong Olefins (ROC) กลับมาดำเนินงานตั้งแต่กลางกันยายน 2569 เราคาดปริมาณขายเคมีภัณฑ์ 3Q69F จะลดจาก 4.89 แสนตัน เหลือ 4.00 แสนตัน
ส่วนโรงงานมาบตะพุด (MOC) จะปรับอัตราการผลิตให้เหมาะสม ด้าน spread HDPE อยู่ที่ US$384/ton (-27% QoQ แต่ +16% YoY) ขณะที่ spread PP อยู่ที่ US$377/ton (-14% QoQ แต่ +27% YoY) แม้เราคาดอุปสงค์ปูนซีเมนต์จะลด QoQ จากผลของฤดูฝน แต่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์จะเผชิญกับ spread ระหว่างกระดาษ testliner และกระดาษรีไซเคิลที่แคบลง QoQ กำไรหลักที่ดีขึ้นโดดเด่น YoY จาก spread ธุรกิจเคมีภัณฑ์แข็งแกร่งมาก ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลิกฟื้น Fajar ที่อินโดนีเซีย และกำไรธุรกิจปูนซีเมนต์ดีขึ้น
ฝ่ายบริหารมองวัฏจักรธุรกิจเคมีภัณฑ์กำลังผ่านจุดต่ำสุด ซึ่งเหมือนมุมมองเราที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวตามวัฏจักร การฟื้นตัวของ capacity ในตะวันออกกลางอาจยังมีข้อจำกัดจากการปิดโรงงานปิโตรเคมีแบบครบวงจรถาวร และการปรับลดอัตราการผลิต โดยที่ผู้ผลิตในเอเชียยังคงลด capacity เอทิลีนส่วนเกินและเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนสูงกว่า เช่น อีเทน ส่วนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบของ LSP ซึ่งเป็นของ SCC อาจเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้น โดยคุมเงินลงทุนให้ต่ำกว่า US$500ล้านและช่วยให้บริษัทรับรู้ประโยชน์จากส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับต้นทุนวัตถุดิบได้เร็วขึ้น (คาดที่ US$200-250/ton) การประกาศใน 29 ตุลาคม 2569 อาจเพิ่ม upside จาก synergies ที่อาจเกิดขึ้นในการร่วมทุนระหว่าง SCGC และ PTT Global Chemical (PTTGC.BK/PTTGC TB) ผ่านการผสานการจัดหาวัตถุดิบ (feedstock integration) และประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบ
เราคาดกำไรหลัก 4Q69F จะลดลง QoQ แต่พุ่งขึ้นแรง YoY ซึ่งใกล้เคียงกับที่ตลาดส่วนใหญ่คาดจากธุรกิจทั้ง 3 กลุ่มเข้าสู่ช่วง low season กับโรงงาน MOC ปิดซ่อมบำรุง (30-40 วัน) แม้คาด spread ธุรกิจเคมีภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์จะยังสูงอยู่ โดยทรงตัวที่ระดับเดียวกับหรือสูงกว่าใน 1Q69 ส่วนปี 2570F เราคาดกำไรหลักจะโต 7% จากปริมาณขายเป็นหลักและยังมี upside เพิ่มจาก synergies ที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง PTTGC และ SCGC
Valuation and action
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCC ราคาเป้าหมาย SoTP ปี 2570F ที่ 305.00 บาท (อิงจาก blended EV/EBITDA และ P/E) เรามองว่าแหล่งที่มาของกำไรของ SCC จะกระจายตัวมากขึ้นนอกเหนือจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจ CBM จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัฏจักรธุรกิจเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้สอดคล้องกับมุมมองที่เคยนำเสนอไว้ในรายงานเริ่มต้นการวิเคราะห์หุ้นของเราเมื่อ 28 กันยายน 2569
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)


