จับกระแสพลังงาน : 13 ตุลาคม 2569

** ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดน้ำมันสัปดาห์นี้(วันที่ 12-16 ต.ค. 69 ) โดยระบุว่าเผยราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยรายสัปดาห์ปรับลดลง หลังกลุ่ม G7 ตกลงระบายน้ำมันดิบและดีเซล เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันโลกตึงตัว…ซึ่งปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันได้แก่...ราคาน้ำมันดิบถูกกดดันหลังจากกลุ่ม G7 ตกลงระบายน้ำมันดิบและดีเซลจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) รวม 100 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มระบายทันที เป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันโลกตึงตัว…สมาชิกหลักของกลุ่ม OPEC+ 7 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต แอลจีเรีย คาซัคสถาน และโอมาน มีมติคงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสำหรับเดือนพฤศจิกายน 2569 เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้หลายประเทศยังส่งออกได้อย่างจำกัด ทั้งนี้ ในปัจจุบันทั้ง 7 ประเทศ ผลิตน้ำมันดิบรวม 25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน…การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังไร้ข้อสรุป โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ Abbas Araghchi ของอิหร่าน เสนอว่าจะให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ถูกโจมตี แลกกับการผ่อนคลายมาตรการของสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม Wall Street Journal รายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน U.S.S. Theodore Roosevelt และกองเรือยกพลขึ้นบกพร้อมทหารร่วม 10,000 นาย เข้าสมทบในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่าสงครามอาจยกระดับความรุนแรงขึ้น...ขณะที่ฝั่งสงครามรัสเซียและยูเครนก็ยังทวีความรุนแรง โดยวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้ใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีไปยังกรุง Kyiv และเมืองอื่นๆ ของยูเครนอย่างหนัก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โทรคมนาคม และสะพานข้ามแม่น้ำ Dnipro ซึ่งเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตกของกรุง Kyiv เป็นครั้งแรก…
** ขณะนี้พบว่า เกิดความล่าช้า ในการการดำเนินการ ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เกี่ยวกับ “โครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2569” วงเงินรวม 9,000 ล้านบาท ... ปัจจุบันคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (บอร์ด กองทุนฯ) ยังไม่เปิดพิจารณาอนุมัติโครงการต่างๆ ที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ในปี 2569 แม้จะมีผู้เข้าร่วมโครงการยื่นสมัครและได้รับการอนุมัติจากอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ แล้วก็ตาม…ทั้งนี้สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) อยู่ระหว่างการขอให้บอร์ด กองทุนฯ เปิดประชุมเพื่อพิจารณาโครงการฯ ปี 2569 และอาจจะเสนอให้พิจารณาโครงการฯ ปี 2570 วงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ไปพร้อมกันด้วย เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการใช้งบดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานในประเทศ…โดยปัจจุบัน ส.กทอ. ได้เปิดเผยภาพรวมฐานะทางการเงินของกองทุนฯ ประจำปี 2569 ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 โดยกองทุนฯ มีเงินรวม 17,986,452,151.16 บาท แบ่งเป็นเงินฝากกรมบัญชีกลาง 17,603,887,281.66 บาท ที่เหลือเป็นเงินฝากที่ธนาคารกรุงไทย…คาดว่าเร็วๆ นี้ อาจมีการพิจารณาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียกเงินคืนจากกองทุนฯ ประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในโครงการฯ ที่ผ่านมา การเรียกเงินคืนดังกล่าวอาจส่งผลให้ การพิจารณางบกองทุนฯ ในโครงการปีต่อๆ ไปเหลือน้อยลง เช่น โครงการปี 2569 ให้งบ 9,000 ล้านบาท และในปี 2570 จะเหลือ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น และทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจด้านพลังงานจะช้าลงไปด้วย…!! โครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2569 วงเงินรวม 9,000 ล้านบาท ได้แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ได้แก่ วงเงิน 7,500 ล้านบาท จะเป็นโครงการจำเป็นเร่งด่วน 10 โครงการ ส่วนวงเงินที่เหลืออีก 1,500 ล้านบาท จะใช้สำหรับภารกิจของกระทรวงต่างๆที่ดำเนินการด้านอนุรักษ์พลังงาน.... ส่วนงบประมาณโครงการฯ ปี 2570 วงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้จัดทำกรอบการใช้เงินไว้บ้างแล้ว และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาเสนอบอร์ด กองทุนฯ ในรอบการประชุมที่จะถึงนี้...
** บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ “เวิลด์แก๊ส” ได้รับการยกย่องและเชิดชูเกียรติเป็น “องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569” (Human Rights Awards 2026)จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม สะท้อนภาพลักษณ์องค์กรธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม การไม่เลือกปฏิบัติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน…
** คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ในหัวข้อ “กลั่นตัวเองใหม่ ให้ทันโลก” ที่ House of Wisdom (H.O.W. Club)…โดยระบุว่า ความต้องการพลังงานโลกยังขยายตัวตามประชากรและเศรษฐกิจ จากการใช้พลังงานปฐมภูมิประมาณ 85 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันต่อวันในปี 2508 เพิ่มเป็น 306 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันต่อวันในปี 2568 ซึ่งโลกมีประชากรประมาณ 8,100 ล้านคน และเศรษฐกิจขนาด 118 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ …ขณะที่ภาพคาดการณ์ปี 2593 ประเมินความต้องการพลังงานไว้ที่ 351 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันต่อวัน เพื่อรองรับประชากรประมาณ 10,000 ล้านคน ระบบพลังงานจึงต้องรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 15 พร้อมกับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ....เขาระบุอีกว่า.. “The energy transition is addition” คือพลังงานฟอสซิลจะยังเป็นส่วนสำคัญของระบบพลังงานโลก ขณะที่พลังงานใหม่เข้ามาเพิ่มศักยภาพในการรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความต่อเนื่องและเสถียรภาพของการจ่ายพลังงานในบางประเภท การเปลี่ยนผ่านจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ราคาที่เข้าถึงได้ และความสามารถในการรับมือกับความผันผวน…ส่วน“The Power of Adaptation” หรือพลังของการปรับตัว ซึ่งเป็นหัวใจของการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทบางจาก ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก การขยายธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน การเป็นผู้นำเชื้อเพลิงยั่งยืน และการสร้างโอกาสในธุรกิจใหม่ โดยเลือกลงทุนให้สอดคล้องกับความต้องการจริงและจังหวะการเปลี่ยนแปลงของตลาด พร้อมใช้จุดแข็งขององค์กรสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน…สุดท้ายนี้ “กว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มบางจาก ได้ต่อยอดจากฐานธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กที่สุดของประเทศ สู่กลุ่มธุรกิจพลังงานที่ดำเนินธุรกิจในกว่า 10 ประเทศทั่วโลก โดยรายได้เพิ่มจาก151,140 ล้านบาทในปี 2558 เป็น 507,570 ล้านบาทในปี 2568 และ EBITDA เพิ่มจาก 11,081 ล้านบาทเป็น 35,753 ล้านบาท “ คุณชัยวัฒน์ระบุ...**
**กระบองเพชร**
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


