คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘พรรคส้ม’กับ‘บอร์ดประกันสังคม’
น่าจับตาสำหรับผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่พรรคส้มในนาม “กลุ่มก้าวหน้า” ซึ่งมาในชื่อ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” สามารถกวาดที่นั่งทั้งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างได้มาทั้งหมดอย่างถล่มทลาย จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยที่บอร์ดชุดนี้จะเข้าไปบริหารเงินกองทุนที่มีอยู่กว่า 3 ล้านล้านบาท พอๆ กับงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐในแต่ละปี
“กลุ่มก้าวหน้า” นี้ มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานกลุ่ม และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นเลขาธิการกลุ่ม โดยบุคคลทั้งสองเป็นผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ก่อนจะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมกับถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี มีผลทำให้ถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง สส. สว. และสมาชิกสภาท้องถิ่น ตลอดจนห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง และจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงได้จัดตั้ง “กลุ่มก้าวหน้า” ขึ้นมาดำเนินการทางการเมืองซ้อนกับพรรคส้ม หรือพรรคประชาชนในปัจุบัน แบบ “นิติอำพราง”
จะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมาในการเลือกตั้งระดับการเมืองท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น นายก อบจ. และ อบต. และ อบจ. ในนาม “กลุ่มก้าวหน้า” ยังไม่เคยประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่าจะยึดสนามเลือกตั้งระดับชาติ คือ สส.
ได้ก็ตาม หรือแม้แต่จะมีการระดมสรรพกำลัง รวมทั้งแกนนำระดับอดีตหัวหน้าพรรคส้ม เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงพื้นที่หาเสียงอย่างเข้มข้น ก็ไม่เป็นผล มิอาจเอาชนะคู่ต่อสู้ในท้องถิ่นได้
โดยล่าสุดจากการเลือกตั้งนายก อบจ.จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา นายเดชรัต สุขกำเนิด จากพรรคส้ม ก็เพิ่งจะพ่ายแพ้นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ในนาม “กลุ่มผึ้งหลวง” ด้วยคะแนนทิ้งห่างหลายหมื่นคะแนน ทั้งที่ สส. 8 คนของจังหวัดนนทบุรี เป็น สส.พรรคประชาชนทั้งหมดทั้งจังหวัด 8 คน เป็น สส.พรรคประชาชน
สำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ “บอร์ดประกันสังคม” ในครั้งนี้ จากผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของสำนักงานประกันสังคม ปรากฏว่า “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ของพรรคส้มได้รับชัยชนะทั้งฝ่ายนายจ้าง 7 คน และผู้ประกันตน 7 คน ชนิดที่คะแนนนำขาดลอยทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศทั้งหมด 5,233 แห่ง
การได้รับชัยชนะของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ในครั้งนี้ เท่ากับว่าพรรคส้มได้ยึดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดบอร์ดประกันสังคมชุดนี้ไปเรียบร้อยแล้ว จากกรรมการ “บอร์ดประกันสังคม” ที่มีทั้งหมด 21 คน คือฝ่ายรัฐ 7 คน ฝ่ายนายจ้าง 7 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ซึ่งก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าบอร์ดเสียงส่วนใหญ่ของพรรคส้มจะทำงานร่วมกับบอร์ดจากฝ่ายรัฐอีก 7 คน ในการกำหนดทิศทาง บริหารจัดการ และตัดสินใจเรื่องเงินกองทุนประกันสังคมอย่างไร เพื่อให้เกิดสิทธิประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตนที่มีอยู่ประมาณ 24.8 ล้านคน
ทั้งนี้ จากข้อมูลอย่างเป็นทางการของสำนักงานประกันสังคม ระบุยอดเงินลงทุนและทรัพย์สินของกองทุนประกันสังคมณ สิ้นไตรมาสที่ 2 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,041,974 ล้านบาท หรือประมาณ 3.04 ล้านล้านบาท แยกเป็น เงินสมทบสะสมจาก “นายจ้าง-ลูกจ้าง” 1,785,222 ล้านบาท คิดเป็น 58.70 เปอร์เซ็นต์, เงินผลประโยชน์สะสมจากการลงทุน 1,256,752 ล้านบาท คิดเป็น 41.30 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือเป็นการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูง 69.47 เปอร์เซ็นต์ และหลักทรัพย์เสี่ยง 30.53 เปอร์เซ็นต์
โดยก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง “บอร์ดประกันสังคม” พรรคส้ม และเครือข่ายทีมประกันสังคมก้าวหน้า โจมตีว่า “บอร์ดประกันสังคม” ที่ผ่านๆ มา มีการใช้งบประมาณกองทุนประกันสังคมไปกับโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชีวิตจริงของผู้ประกันตน เช่น การจัดทำปฏิทินแจก การตัดสูท หรือโครงการเชิงสัญลักษณ์ที่สิ้นเปลืองงบประมาณหลายร้อยบาทต่อปีติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมทั้งยังมีการผูกขาดอำนาจของกลุ่มผลประโยชน์เดิม หรือตัวแทนที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานหลายสมัยเข้ามาคุมทิศทางเงินกองทุน จนทำให้ระบบตกอยู่ใน “หลุมดำ”ขาดความโปร่งใส และเสี่ยงทำให้กองทุนประสบปัญหาในระยะยาว
ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ที่ต้องติดตามนับจากนี้หลังจากที่ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ของพรรคส้มได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นเสียงข้างมากใน “บอร์ดประกันสังคม” เหมือน “มือใหม่หัดขับ” ที่จะต้องเข้าไปบริหารและคุมทิศทางเงินกองทุนจำนวนมหาศาลก้อนนี้ ว่าจะบริหารเงินกองทุนอย่างไร และจะนำไปลงทุนอะไรบ้างที่ให้เกิดประโยชน์สุดสุดแก่ผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน
เนื่องจากอำนาจตามกฎหมายของ “บอร์ดประกันสังคม” นั้น สามารถวางระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน, การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุน รวมทั้งวางระเบียบเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ของทุนจาก
คือการนำเงินกองทุนไปลงทุน ตลอดจนพิจารณางบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินของกองทุน
สำคัญที่สุดเหนืออื่นใด การเลือกตั้ง “บอร์ดประกันสังคม” ครั้งนี้ ต้องถือว่า “กระแสพรรคส้ม” นั้นมาแรง เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งในปี 2566 โดยยอดผู้มีสิทธิประกันตนออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นถึง 330-331 เปอร์เซ็นต์ และฝ่ายนายจ้างมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นถึง 512 เปอร์เซ็นต์ ถึงขนาดว่านางศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครฝ่ายนายจ้าง ซึ่งเป็นพี่สาวของ “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ยังได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งของผู้สมัครฝ่ายนายจ้าง
จึงเท่ากับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นอีกด้วยว่า จากที่พรรคส้มมักจะโจมตีเรื่องความโปร่งใสของ “บอร์ดประกันสังคม” ชุดเดิมในการบริหารเงินกองทุนและการใช้จ่ายงบประมาณในแต่ละปี จะสามารถทำได้อย่างที่โฆษณาชวนเชื่อไว้หรือไม่
ถ้าทำไม่ได้-รับรอง “เรือหาย” แน่ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


