งานเสร็จแล้วเล่าได้...แต่ทำไมต้องลบโพสต์? ‘สส.อิสริยะ’ เปิดเบื้องหลัง ‘พรรคส้ม’ ช่วย ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชม ทีมไอซ์ ทำโซเชียลทรงพลัง

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “งานเสร็จแล้วเล่าได้ครับ”
โดยระบุว่า ต้องขอบคุณผู้มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง ที่ออกมาใช้สิทธิกันอย่างล้นหลาม รวมแล้วมีผู้ออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นถึง 330%
ผมอยากเล่าเบื้องหลังการรณรงค์ให้คนออกมาเลือกตั้งครั้งนี้ เฉพาะทีมผมมีโอกาสได้เข้าไปช่วยทำคือ ฝั่งนายจ้าง
ด้วยโครงสร้างของบอร์ดประกันสังคมในปัจจุบันที่เป็นสูตร 7+7+7 (รัฐ+นายจ้าง+ลูกจ้าง) ต่อให้ลูกจ้างออกมาใช้สิทธิกันถล่มทลายแค่ไหน จะได้ที่นั่งในบอร์ดแค่ 7 คนเท่านั้น ไม่ว่าจะชนะเป็นแสนหรือชนะหลักพัน จะมีสิทธิโหวตแค่ 7 เสียงเท่ากัน
สมรภูมิสำคัญที่สุดในการเลือกตั้งบอร์ดรอบนี้จึงมาอยู่ที่ฝั่งนายจ้าง ที่มีจำนวนน้อยกว่ามาก (นายจ้างผู้มีสิทธิมีแค่ประมาณ 1 แสนราย เทียบกับฝั่งลูกจ้างที่มีหลักสิบล้าน) แต่มีจำนวนบอร์ด 7 ที่นั่งเหมือนกัน
หากไปดูสถิติของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมรอบก่อนในปี 66 ฝั่งนายจ้างลงทะเบียน 3,169 ราย (จากนายจ้างหลักแสน) ออกมาใช้สิทธิจริง ๆ ประมาณ 1,400 ราย หรือคิดเป็น 46.82% (น้อยกว่าครึ่งอีก) บอร์ดนายจ้างที่ได้คะแนนสูงสุดคือ 409 คะแนน ส่วนคะแนนต่ำสุด (อันดับ 7) ได้แค่ 252 คะแนนเท่านั้น
ขนาดของกองทุนประกันสังคมคือ 2.8 ล้านล้านบาท เป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยแล้ว แต่เราสามารถเป็นบอร์ดประกันสังคมด้วยคะแนน 252 เสียง มันดูน่าเศร้ามากเลยนะครับ
โจทย์ของเราจึงเป็นการกระตุ้นให้นายจ้างออกมาใช้สิทธิกันเยอะที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ส่วนนายจ้างที่ออกมาใช้สิทธิจะลงคะแนนเลือกใครนั้นไม่มีปัญหาเลย เป็นอิสระทางความคิดอย่างแท้จริง)
คำถามคือเราจะรณรงค์กันอย่างไรดี เพื่อให้เข้าถึงนายจ้างจริงๆ ความยากของการเลือกตั้งฝั่งนายจ้างมีหลายข้อมาก จากการลงพบปะนายจ้างมา ที่พบเจอปัญหาบ่อยๆ มีดังนี้
1. นายจ้างเลือกตั้งได้ด้วยเหรอเพิ่งรู้นะเนี่ย ไม่เคยรู้มาก่อนเลย (เป็น awareness problem ตั้งแต่เริ่มต้น เป็น what คือทำอะไร)
2. เลือกไปแล้วได้อะไร นายจ้างมีแต่โดนหักเงินสมทบ ไม่เคยได้ประโยชน์จากประกันสังคมเลย (เป็น why ทำไปทำไม)
3.ไปเลือกก็ได้ แต่ต้องทำยังไง โหย เอกสารเยอะจังเลย เริ่มท้อ (อันนี้คือ how ทำอย่างไร)
โดยรวมแล้วมันเป็น uphill battle ที่ยากสุดๆ เลย เพราะทุกอย่างไม่เป็นใจตั้งแต่แรก ตั้งแต่คนยังไม่รู้เลยว่าคืออะไร ต้องเริ่มอธิบายตั้งแต่ศูนย์ว่า เนื่องจากคนที่มีสิทธิลงคะแนนฝั่งนายจ้างนั้นค่อนข้างเจาะจงมาก เราจึงไม่ได้ใช้ mass campaign แบบเดียวกับฝั่งลูกจ้าง (ที่มีจำนวนเยอะกว่า คนตื่นตัวกว่าเพราะได้ประโยชน์โดยตรง และมีลูกจ้างที่มีประสบการณ์เลือกตั้งปี 66 จำนวนมากช่วยกันบอกต่อ) แต่เลือกทำ targeted campaign เจาะไปที่กลุ่มนายจ้างตรงๆ แทน
กลยุทธ์ที่เลือกใช้สื่อสารคือ ทำยังไงก็ได้ให้กลุ่มนายจ้างรู้จักเรื่อง (what) และเห็นความสำคัญของมันก่อน (why) ถ้าเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของมันแล้ว ฝั่งของ how จะตามมาเอง (เราทำการสื่อสารเรื่อง how วิธีการเตรียมเอกสารและลงทะเบียนนายจ้างในระยะหลังจากนั้น)
ช่องทางการสื่อสารหรือ medium ที่เราเลือกใช้จึงเป็น group chat ที่มีผู้ประกอบการอยู่จำนวนมากๆ เพื่อให้ตรงเป้าหมายที่สุด ตัวอย่างห้องแชตเหล่านี้คือ คลาสเรียนของผู้ประกอบการ-เจ้าของธุรกิจ, สมาคมการค้าต่างๆ, หอการค้าตามจังหวัดต่างๆ
ส่วนวิธีการสื่อสารหรือตัว message ต้องพยายามให้สั้นกระชับ เข้าใจง่าย มี infographic ประกอบ เพื่อให้เกิดการส่งต่อได้ง่าย และต้องออกแบบข้อความเชิญชวนไปเลือกตั้งโดยไม่ต้องระบุว่าให้เลือกใคร เพื่อไม่อิงค่าย ผู้รับสารสะดวกใจส่งต่อได้ง่ายกว่า (ตัวข้อความและภาพมีหลายเวอร์ชันมาก ปรับให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้รับ)
ข้อความเหล่านี้เราช่วยกันกระจายไปยัง group ต่างๆ ทั่วประเทศไทยตามเครือข่ายของ สส. แต่ละคน อันนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆ จำนวนมาก หน่วยงานต่างๆ ทั่วไทยที่ช่วยกันกระจายให้อย่างทั่วถึงด้วยครับ คงไม่สามารถระบุชื่อได้ทั้งหมดเพราะเยอะมากจริงๆ
สิ่งที่ผิดหลักการตลาดออนไลน์มากๆ คือ เราไม่สามารถ track กลับได้ว่าข้อความนี้กระจายไปยังใครบ้าง และมีคน commit ว่าจะไปเลือกตั้งมากน้อยแค่ไหน (เหมือนกับที่แคมเปญเลือกตั้งยุคใหม่เขาทำกัน) แต่ประเมินกันแล้วคิดว่า การขอ commitment อาจเป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม “ครั้งแรก” ของคนจำนวนมาก เอาแค่อ่านแล้วเห็นด้วย ช่วยส่งต่อ ก็ถือว่าดีมากๆ แล้วสำหรับแคมเปญการสื่อสารที่เข้าใจยากระดับนี้ เรามั่นใจว่าถ้าทุกคนอ่านแล้วเห็นประโยชน์ว่าต้องไปเลือกตั้งทำไม (why แข็งแรงพอ) เขาจะออกไปใช้สิทธิด้วยตัวเขาเอง
นอกจาก targeted campaign แล้ว เรายังทำ social campaign ร่วมด้วยผ่าน influencer โดยเฉพาะนักคิด นักเขียนและผู้นำภาคธุรกิจ (เพื่อเจาะกลุ่มฐานคนอ่านที่น่าจะเป็นคนในแวดวงธุรกิจ) ซึ่งทุกคนช่วยด้วยใจล้วนๆ เมื่อได้รับการติดต่อไปไม่ได้จ่ายเงินสักบาทเดียว
สิ่งที่ผมพบคือตอนแรก influ ทุกคนงงว่ามันคืออะไร ไม่เคยได้ยินคำว่าเลือกตั้งประกันสังคมมาก่อน แต่พอทราบข้อมูลมากเข้า ทุกคนก็เกิดอาการ “ไฟลุก” รู้สึกว่าต้องลุกขึ้นมาช่วยกันทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ต้องเอาเงินของทุกคนไปทำปฏิทิน ตัดสูท ซื้อตึก หรือบินเฟิร์สคลาสกันอีก ทุกคนเลยโพสต์กันแบบใส่สุดตัว พอได้ยอดฝีมือมาช่วยกันยิ่งทำให้การสื่อสารมันทรงพลังมาก ยอดแชร์ไปไกลมาก ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ
การสื่อสารแบบ targeted อย่างเดียวคงสำเร็จไม่ได้ หากไม่ได้กระแสแบบ mass เข้าช่วยให้คนตื่นตัวกันมากด้วย อันนี้ขอขอบคุณปีกแรงงานของพรรคที่ใช้วิธีลงพื้นที่จริงทั่วไทย ลงไปเจอแรงงานจริงๆ หน้าโรงงาน, ทีมของไอซ์ที่ทำ social ได้ทรงพลัง คนตื่นตัวกันเยอะมาก, สื่อมวลชนต่างๆ ที่เข้ามาทำข่าวเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงก่อนลงทะเบียน และที่ขาดไม่ได้เลย (สำคัญจริงๆ) คือคุณพนัส ที่กลายเป็นสุดยอดพรีเซ็นเตอร์ของการเลือกตั้งโดยแท้ ถ้าลองคำนวณกันจริงๆ ผมคิดว่าคุณพนัสคนเดียวน่าจะมีส่วนให้คนออกมาเลือกตั้งได้เกินครึ่งของทั้งหมดด้วยซ้ำ (ในภาษาอังกฤษมันมีสำนวนว่า single-handedly คุณพนัสคือตัวอย่างที่ตรงเป๊ะมากๆ)
ในระหว่างทาง การเลือกตั้งฝั่งนายจ้างเจอปัญหามากมายทั้งเรื่องการลงทะเบียน อัพโหลดเอกสารยุ่งยาก, แม้ภายหลังบอกว่าไม่ต้องลงทะเบียนแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เอกสารในวันจริงอยู่นาน, รวมถึงการเลือกตั้งที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีกอยู่บ่อยครั้ง ในฐานะที่ทำแคมเปญรณรงค์เรื่องนี้ก็เห็นภาพอนาคตเลยว่า วันเลือกตั้งจริงมันต้องหายนะแน่ๆ แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ แต่ก็ต้องขอบคุณผู้มีสิทธิทุกคนที่ออกมาสู้กันหน้างาน และช่วยกันให้มันสำเร็จลุล่วง
เท่าที่ดูจากข่าวการนับคะแนนล่าสุด (ยังไม่ 100%) การชนะบอร์ดฝั่งนายจ้างต้องได้ 7 พันคะแนนขึ้นไป ส่วนบอร์ดฝั่งลูกจ้างต้องได้เกือบ 7 แสนคะแนน ถือว่าพัฒนาขึ้นมากกก จากการเลือกตั้งรอบก่อนในปี 66 นี่คือความสำเร็จที่แท้จริงของการเลือกตั้งรอบนี้ครับ หวังว่าคนตื่นตัวจากการเลือกตั้งรอบนี้แล้วจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการเลือกตั้งครั้งถัดๆ ไปด้วย
ขอแสดงความยินดีกับทีมประกันสังคมก้าวหน้าที่ชนะการเลือกตั้งได้สำเร็จ และขอร่วมรอดูการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับกองทุนประกันสังคมครับ (ภาพประกอบเป็น slide deck ชุดที่ผมส่งให้เพื่อนๆ และเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เข้าใจกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมดก่อนนำไปสื่อสารต่อ)”
อย่างไรก็ตาม ต่อมา นายอิสริยะได้ลบโพสต์ดังกล่าวแล้ว
ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก "จักรวาลด้อมส้ม V9" ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีนี้ โดยบอกว่า สส. พรรคส้ม ลบโพสต์ทำไมคะ ? พร้อมตั้งคำถามว่า
1. ถ้าเป็นแคมเปญเป็นกลางจริง ทำไมต้องรอ "งานเสร็จแล้ว" ถึงเล่าได้คะ?
2. ถ้าภูมิใจขนาดเขียนยาวเป็นหน้าๆ ทำไมต้องลบคะ?
3. ข้อนี้สำคัญ ใช้เครือข่าย สส. และแผงแรงงานของพรรคเดินแคมเปญขนาดนี้ แล้วบอร์ดชุดนี้จะอิสระจากพรรคได้แค่ไหนคะ?
หนูไม่ได้บอกว่าการชวนคนไปเลือกตั้งเป็นเรื่องผิดนะคะ ชวนได้ ดีด้วย แต่บอร์ดประกันสังคมควรเป็นของผู้ประกันตนกับนายจ้าง ไม่ใช่สนามที่พรรคการเมืองลงไปวางกลยุทธ์ยึดเสียงข้างมาก
เงินกว่า 3 ล้านล้านในกองทุน คือเงินที่หักจากเงินเดือนเรา คนจ่ายเงินทุกคนมีสิทธิ์ถาม ว่าคนที่เข้าไปดูแลเงินนี้ ฟังเสียงใครเป็นหลัก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

