ในหลวง-พระราชินี ทรงรับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนไทย

“ในหลวง-พระราชินี” ทรงรับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย
วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 17.33 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับนายทาร์มัน ชันมูการัตนัม (Mr. Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ และนางเจน อิตโตกิ ชันมูการัตนัม (Mrs. Jane Ittogi Shanmugaratnam) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมประชุม World Bank Group’s High-Level Advisory Council on Jobs ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี ค.ศ. 2026 (IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026)
ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยและสาธารณรัฐสิงคโปร์ มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ทั้งในระดับภาครัฐและประชาชน โดยในปี 2568 ทั้งสองประเทศได้ฉลองครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งนี้ ประเทศไทยและสาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้มีการส่งเสริมพลวัตความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มองไปข้างหน้า ซึ่งกำหนดทิศทางความร่วมมือใน 4 สาขายุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) การเป็นหุ้นส่วนสีเขียวที่ยั่งยืน (2) การมีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงและมีความสามารถในการรับมือ (3) การเพิ่มพูนความสามารถด้านกลาโหมและความมั่นคง และ (4) การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์อย่างใกล้ชิดในประเด็นภูมิภาค

ต่อจากนั้น เวลา 18.11 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรเกษตรเขตร้อน พร้อมครุยวิทยฐานะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการรัฐกิจ พร้อมครุยวิทยฐานะ แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในโอกาสนี้ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าทอเกาะยอลายราชวัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าไหมพุมเรียงลายราชวัตรโคม แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการเกษตรเพื่อช่วยเหลือราษฎร ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ให้มีความต่อเนื่อง อันเป็นคุณูปการต่อประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม ทรงพระวิริยอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรของชาติ ทรงริเริ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรในทุกภูมิภาค
ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการเกษตรอย่างเป็นขั้นตอน โดยการปรับปรุงพื้นที่ ฟื้นฟูสภาพป่า และต่อยอดให้เกิดอาชีพและสร้างรายได้อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต และพลิกฟื้นวิถีชีวิตของราษฎรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้งทรงสืบสานการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส
และโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อให้เกษตรกรในที่ห่างไกลได้รับบริการทางวิชาการเกษตรอย่างทั่วถึง อันเป็นการพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพแก่ราษฎรในภาคใต้ให้มีความยั่งยืน

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงพสกนิกรชาวไทย ทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของอาณาประชาราษฎร์ และการพัฒนาประเทศชาติให้มั่นคงสืบไป ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ และหลักการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ทรงเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการองค์กรภาครัฐโดยใช้หลัก “การบริหารงานแบบรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์” อันเป็นพื้นฐานสำคัญของนักบริหารรัฐกิจรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ทรงเปี่ยมด้วยพระวิสัยทัศน์ในการนำทุนทางวัฒนธรรมของชาติ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยหลักการบริหารจัดการภาครัฐหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันเอกลักษณ์ไทยสู่เวทีสากล ทรงเป็นแบบอย่างในการทรงฉลองพระองค์ผ้าไทยไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นการส่งเสริมงานหัตถศิลป์ของไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

