เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดรับจอง ‘Torcal’ ราคาเริ่มต้น 13.89 ล้านบาท

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจอง ‘Torcal’ (ทอร์คัล) ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ราคาเริ่มต้น 13.89 ล้านบาท พร้อมรับเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 10 ปี หรือ 258,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Factory Warranty) และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม

ทีมออกแบบ ณ เมืองครูว์ นำโดย Robin Page ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ได้รังสรรค์ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่มีรูปทรงโฉบเฉี่ยว โดยนำเสนอภาษาการออกแบบใหม่ ที่โดดเด่นและสะท้อนถึงดี เอ็นเอ ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างแท้จริง

สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือ สัดส่วน ฐานล้อที่ยาว ระยะด้านหน้าและด้านหลังที่สั้น และด้านหน้าที่ดูสง่างาม สร้างท่าทางที่ทรงพลัง สะท้อนถึง ‘ความสง่างาม’ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการออกแบบที่สำคัญของ เบนท์ลีย์ เมื่อรวมกับหลักการของ ‘ฝากระโปรงหน้าแบบไร้ขอบ’ (Endless Bonnet) องค์ประกอบเหล่านี้เน้นย้ำถึงความยาว ความโดดเด่น และคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเบนท์ลีย์

สำหรับองค์ประกอบด้านกราฟิกของตัวรถ ช่วยสะท้อนถึงอัตลักษณ์และบุคลิกเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนหน้าของตัวรถ กลิ่นอายความคลาสสิกจากรถยนต์เบนท์ลีย์ระดับตำนานอย่าง Continental T ได้รับการตีความใหม่ผ่านเทคโนโลยีระบบไฟอันล้ำสมัย และกระจังหน้าลายเพชรที่โดดเด่นด้วยการเรืองแสง ส่วนด้านท้ายของตัวรถนั้น เส้นสายกราฟิกที่เรียบง่ายและสะอาดตาได้ก่อให้เกิดรูปทรงที่เปรียบเสมือน ‘โล่แห่งความสง่างาม’ (Prestigious Shield) ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบที่เคยนำเสนอเป็นครั้งแรกในรถยนต์ต้นแบบรุ่น EXP 15
ในส่วนของพื้นผิว รูปทรง ปริมาตร และวิธีที่แสงตกกระทบบนตัวถัง Torcal จงใจลดเส้นสายที่ไม่จำเป็นลงเพื่อให้พื้นผิวและสัดส่วนสร้างอารมณ์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ส่วนท้ายที่ทรงพลัง ห้องโดยสารลาดไปทางด้านหลัง ทำให้เกิดตัวถังที่สร้างขึ้นเหนือซุ้มล้อหลัง ที่ทีมออกแบบอธิบายลักษณะเหมือน 'สัตว์ร้ายที่กำลังพักผ่อน' (Resting Beast) ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและพลังงานที่อยู่ภายใน
รายละเอียดและงานฝีมื อได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยลวดลายรูปทรงเพชรที่ปรากฏแทรกซึมอยู่ทั่วทั้งองค์ประกอบของ Torcal ซึ่งบางจุดก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่บางจุดถูกถ่ายทอดออกมาผ่านพื้นผิว สัมผัส และลวดลายต่างๆ

การออกแบบแผงหน้าปัด ยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากโลโก้ ‘Bentley Wings’ ที่สร้างความสมมาตร พลัง และความสมดุล ในขณะที่พื้นผิวเรียบที่โดดเด่นช่วยให้วัสดุแท้อย่างหนัง ขนสัตว์ วีเนียร์ และอะลูมิเนียมเผยเสน่ห์เฉพาะตัวออกมา ปุ่มควบคุมและช่องระบายอากาศทรงกลม ที่ได้รับการออกแบบใหม่ สะท้อนถึง "การผสมผสานอันน่ามหัศจรรย์" ระหว่างงานฝีมือและเทคโนโลยีของเบนท์ลีย์ ปุ่มควบคุมยังคงติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง และพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เบาะโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง ระบบปรับอุณหภูมิเบาะโดยสาร ระบบระบายอากาศ ปีกเบาะโดยสารที่ปรับระดับได้ และฟังก์ชันนวดแบบใหม่

อีกทั้ง นวัตกรรมใหม่อย่าง Postural Adjust และ Smart Seat Climate ยังมาเป็นตัวเลือกเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล โดยระบบจะปรับเปลี่ยนรูปทรงของเบาะโดยสารอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายแรงกดทับให้เหมาะสม พร้อมทั้งปรับระบบทำความร้อน และระบายอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิของผู้โดยสาร ให้เป็นไปตามระดับที่ตั้งค่าไว้ สำหรับแพ็กเกจ Wellness Seat Specification นั้น ระบบนวดได้รับการพัฒนาการทำงานจากพนักพิงไปสู่เบาะรองนั่ง ทำให้สามารถนวดผ่อนคลายได้ทั้งบริเวณขา หลัง และหัวไหล่ สำหรับเบาะโดยสารด้านหลังที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 คนนั้น มาพร้อมกับระบบเบาะพับด้วยไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์

ล้ออัลลอยด์ มาพร้อมกับตัวเลือก 5 ดีไซน์กับพื้นผิวสัมผัสที่หลากหลาย โดยรุ่นมาตรฐานจะมาพร้อมล้ออัลลอยด์ ขนาด 21 นิ้ว ในขณะที่รุ่น S จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วแบบก้านคู่ 10 ก้านเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วให้เลือกเพิ่มเติมอีก 3 รูปแบบ ซึ่งรวมถึงล้ออัลลอยด์ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะ ส่วนยางมีให้เลือกทั้งขนาด 21 และ 22 นิ้ว รวมถึงยางแบบ All-season ขนาด 22 นิ้ว
Torcal คือ ยนตรกรรมรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน พละกำลังสูงสุดถึง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดถึง 1,350 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขแรงบิดที่สูงที่สุด Torcal สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที
ตัวรถติดตั้งมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร 2 ตัว แบบน้ำมันแห้งและเติมน้ำมันตลอดอายุการใช้งาน ในขณะที่มอเตอร์ด้านหน้าใช้เฟืองท้ายแบบเปิด มอเตอร์ด้านหลังใช้เฟืองท้ายแบบล็อกได้พร้อมคลัตช์แบบหลายแผ่นบนเพลาส่งกำลังแต่ละตัว
ชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ Pouch cell จำนวน 192 เซลล์ที่ต่ออนุกรมกัน โดยมีแรงดันไฟฟ้าปกติอยู่ที่ 800 โวลต์ และมีความจุสุทธิรวม 113 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ทั้งนี้ แบตเตอรี่ดังกล่าวมาพร้อมกับการรับประกันครอบคลุมระยะทาง 160,000 ไมล์ หรือ ระยะเวลา 10 ปี

ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟเต็มรูปแบบ ได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์ และโช้คอัพแบบปรับได้สองวาล์ว มอบความนุ่มนวลราวกับ “พรมวิเศษ” พร้อมทั้งยังสามารถปรับแต่งแชสซีให้เหมาะสมกับโหมดการขับขี่แต่ละแบบได้ โช้คอัพแต่ละตัวสามารถยกขึ้น หรือ ลดลงได้อย่างอิสระและทันที ตอบสนองต่อทั้งสภาพถนน และการควบคุมของผู้ขับขี่ เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นมาตรฐาน โดยใช้มุมบังคับเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 5 องศา เพื่อลดรัศมีวงเลี้ยวให้เหลือเพียง 11.1 เมตร
ระบบเบรกมาตรฐานเป็นแบบเหล็ก (Iron) จานเบรกคู่หน้าขนาด 420 มม. และคู่หลังขนาด 370 มม. นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกอัปเกรดเป็นระบบเบรกเซรามิก Carbon Silicon Carbide (CSiC) ซึ่งใช้จานเบรกคู่หน้าขนาด 440 มม. ซึ่งถือเป็นจานเบรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้กับรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นอื่นๆ และจานเบรกคู่หลังขนาด 410 มม. โดยทั้งสองระบบมีตัวเลือกคาลิปเปอร์เบรกสีดำ สีแดง หรือสีเทา และยังมีอีก 3 สีพิเศษให้เลือกผ่านบริการของ Bentley Mulliner

Torcal มอบความสะดวกสบายเทียบเท่ารุ่น Flying Spur และให้สมรรถนะการขับขี่ที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและความคล่องตัวไม่ต่างจากรุ่น Continental GT Speed ผ่านโหมดการขับขี่ ที่คัดสรรมาให้เลือกถึง 4 รูปแบบ ขณะที่ความยาวตลอดตัวถัง 5 เมตร พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 460 ลิตร และพื้นที่เก็บของด้านหน้าอีก 90 ลิตร และด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 11.1 เมตร ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ มีความคล่องตัวสูงในการขับขี่ในเมือง มอบพิสัยการเดินทางได้สูงสุด 600 กม. รองรับการชาร์จไฟจากระดับ 10% ถึง 80% ได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที ด้วยกำลังไฟ 400 กิโลวัตต์ ซึ่งหมายความว่าสามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 161 กม. โดยใช้เวลาชาร์จเพียง 7 นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี ADAS รุ่นล่าสุด มาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูง ระบบมาพร้อมกับเรดาร์ เซ็นเซอร์ และกล้องรวม 25 ตัว ติดตั้งอยู่รอบตัวรถ ดังนั้นหากพบสิ่งกีดขวางบนถนนแคบ รถจะสามารถถอยหลังกลับไปยังจุดที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้สิ่งกีดขวางนั้นผ่านไปได้ อีกทั้งยังสามารถ "เรียนรู้" และจดจำรูปแบบการจอดรถที่แม่นยำเฉพาะเจาะจงได้อีกด้วย ประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บานที่ควบคุม ด้วยระบบเรดาร์ สามารถเปิดและปิดได้เองโดยอัตโนมัติ ผู้โดยสารสามารถสั่งปิดประตูได้เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัย หรือ สั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสหลัก ในขณะที่ผู้ขับขี่สามารถปิดประตูฝั่งตนเองได้เพียงแค่เหยียบแป้นเบรก
หลังคาซันรูฟแบบกระจก ดีไซน์ "Frosted Diamond" ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับระดับแสงและบรรยากาศได้ตามต้องการ พร้อมผสมผสานทั้งประโยชน์ใช้สอยและความหรูหราไว้อย่างลงตัว

ทีมพัฒนา Dynamic Symphony โดยใช้เสียงจากเครื่องดนตรีจริง ทั้งกลอง วิโอลา และกีตาร์เบส เพื่อถ่ายทอดจังหวะอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V8 ให้สมจริง และเชื่อมโยงกับการขับขี่ เสียงจะ ปรับตามแรงบิดและความเร็วรถ พร้อมเพิ่มระดับเสียงในโหมด Sport และสามารถปิดระบบได้เมื่อต้องการความเงียบ
แม้แต่เสียงสัญญาณไฟเลี้ยว ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงค้อนกระทบหนังแท้ในเวิร์กช็อปของเบนท์ลีย์ ส่วนเสียงแจ้งเตือนและผู้ช่วยดิจิทัล ได้แรงบันดาลใจจากเสียงแก้วคริสตัล สะท้อนความใส่ใจในรายละเอียดทุกมิติ ด้านระบบเครื่องเสียงมีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ ระบบ 620 วัตต์ พร้อมลำโพง 16 ตัว และระบบ Naim กำลังขับ 1,780 วัตต์ พร้อมลำโพง 28 ตัว เสริมด้วยระบบสั่นสะเทือนที่เบาะนั่ง ลำโพงบริเวณพนักพิงศีรษะคู่หน้า และรองรับเสียง Dolby Atmos 7.1
โหมดการขับขี่ของ Torcal มี 4 รูปแบบ
โหมด Bentley สะท้อนความอบอุ่น ความมีชีวิตชีวา และความสมดุลที่ผสานความสะดวกสบายและงานฝีมือเข้าด้วยกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ยังคงเน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก
โหมด Comfort สร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบที่จะลดสิ่งรบกวนให้ได้น้อยที่สุด เสริมจังหวะการขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้น พร้อมตัวเลือกในการงดใช้อุปกรณ์ดิจิทัล โดยซ่อนข้อมูลที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากหน้าจอ
โหมด Sport ในโหมดนี้ เสียงประกอบจะสมจริงยิ่งขึ้น ภาพประกอบและบรรยากาศที่แสดงออกผ่านแสงและการตอบสนองของปุ่มควบคุมจะชัดเจนมากขึ้น
โหมด Refresh จะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศบริสุทธิ์ ปรับแสงให้สว่างขึ้น และสร้างบรรยากาศที่ดูโปร่งโล่ง สะอาดสดชื่น ช่วยเติมพลังให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ

ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญเป็นพิเศษ กับหลักสรีรศาสตร์และความสะดวกในการใช้งานผ่านหน้าจอ OLED แบบโค้งที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเบนท์ลีย์ มอบสีดำสนิทและสีสันที่สดใสยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพ และเอื้อต่อหลักสรีรศาสตร์ในการใช้งานที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของหน้าจอ
ระบบจดจำใบหน้า ช่วยให้สามารถระบุตัวตนผู้ขับขี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อปรับการตั้งค่าส่วนบุคคลที่บันทึกไว้มาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งเบาะโดยสารและพวงมาลัย การตั้งค่าระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) และการตั้งค่าอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าให้ทำหน้าที่เสมือนกุญแจรถ (Mobile Device Key) ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ และเข้าถึงระบบของตัวรถได้อย่างเต็มรูปแบบ
เบนท์ลีย์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ด้วยการลดระยะเวลาที่ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากท้องถนนผ่านระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ Augmented Reality ที่จะฉายข้อมูลต่างๆ เช่น คำแนะนำเส้นทางและสัญลักษณ์ ADAS บนพื้นถนนลงในระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง โดยจัดวางตำแหน่งให้สอดคล้องกับทางเลี้ยวหรือจุดอันตรายต่างๆ บนท้องถนน
ตลอดหลายชั่วอายุคน เบนท์ลีย์ได้สร้างมาตรฐานด้านงานฝีมือการตกแต่งภายใน ด้วยวัสดุที่ดีที่สุด และ Torcal ได้เพิ่มทางเลือกให้มากขึ้น ด้วยการนำเสนอวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ แนวคิดสุดล้ำสมัย และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อนิยามความหรูหราแห่งยนตรกรรมยุคใหม่
ขนแกะเมอริโน ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแฟชั่น มาอย่างยาวนานในเรื่องความนุ่มนวล ความอบอุ่น และความหรูหราสง่างามตามธรรมชาติ ทว่าที่ผ่านมาวัสดุชนิดนี้ ยังขาดความทนทานสำหรับการใช้งานภายในห้องโดยสารรถยนต์ ล่าสุด ทีมงานด้านสี วัสดุ และการตกแต่งของเบนท์ลีย์ได้ร่วมมือกับ Fox Brothers ซึ่งเป็นบริษัทจากซอมเมอร์เซ็ต ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทอผ้าขนแกะคุณภาพสูงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ในการพัฒนาผ้า สำหรับใช้ในรถยนต์ที่ผลิตจากขนแกะเมอริโนแท้ 100% เป็นครั้งแรกของโลก เพื่อมอบมิติใหม่แห่งความอบอุ่นและความสบายให้แก่ห้องโดยสาร อีกทั้งยังนับเป็นผ้าขนแกะสำหรับยานยนต์ชนิดแรก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Responsible Wool Standard (RWS) อีกด้วย

Ombré Walnut by Mulliner พื้นผิวแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้น สำหรับ Torcal นั้น ผ่านกรรมวิธีการนำเศษไม้วอลนัทที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันมากถึง 1,000 ชั้น และกระดาษคราฟต์ (กระดาษรีไซเคิล) ที่คัดสรรอย่างยั่งยืน มาอัดเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวัง แล้วจึงตัดให้มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร เฉดสีวอลนัทสี่เฉดที่แตกต่างกันจะค่อยๆ ไล่ระดับจากสีดำเข้มไปจนถึงสีเทาเข้มและสีเทาอ่อน สะท้อนความหรูหราและร่วมสมัยที่หยั่งรากอยู่ในงานฝีมือแบบดั้งเดิม
อีกหนึ่งวัสดุตกแต่งใหม่ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก คือ Sunburst Aluminium จาก Bentley Mulliner ซึ่งถือเป็นการตีความใหม่ของแผงหน้าปัดอะลูมิเนียมขัดเงาแบบ Engine-turned ของรถยนต์เบนท์ลีย์ในอดีต ลวดลายการขัดเงาแบบสามทิศทาง ที่ให้สัมผัสที่แม่นยำ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจในรายละเอียดของงานฝีมือเบนท์ลีย์ในมุมมองใหม่

สำหรับการตกแต่งภายในมีการผสานเฉดสีหนังแท้โทน Olive Tan ถึง 15 เฉดสี (รวมถึงเฉดสีใหม่ล่าสุดอย่าง Teal, Terra และ Glaze) เข้ากับวัสดุ Dinamica ในเฉดสีที่เข้าคู่กันอีก 15 เฉดสี และผ้าขนสัตว์ Merino แท้ในอีก 5 เฉดสี นอกจากนี้ยังมีทางเลือกวัสดุวีเนียร์ 6 แบบ เสริมด้วยวัสดุพื้นผิวแบบ Technical อีก 2 แบบ และพื้นผิวแบบ Piano อีก 6 เฉดสี อันได้แก่ Black, Gravity Grey, Linen, Teal, Imperial Blue และ Cricket Ball
Torcal เปิดตัวรุ่นมาตรฐานและรุ่น S ที่เน้นสมรรถนะสไตล์สปอร์ต โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมพละกำลัง 821 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 1,194 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ส่วนรุ่น S นั้นเหนือกว่าด้วยพละกำลัง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิด 1,350 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม.
รุ่น Torcal มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งในเฉดสีเงินซาติน การตกแต่งภายในแบบทูโทน และแผงตกแต่งลายไม้ Open Pore Crown Cut Walnut เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่น Torcal S ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวเพื่อสะท้อนสมรรถนะที่เหนือชั้น
โดยมาพร้อมรายละเอียดการตกแต่งเพิ่มเติม ดังนี้
- ชุดแต่งภายนอกและครอบกระจกมองข้างสีดำ
- ไฟท้ายรมดำ
- ดิฟฟิวเซอร์หลัง พร้อมด้วยสเกิร์ตข้างสไตล์สปอร์ตและกันชนหน้า
- คาลิปเปอร์เบรกสีแดง
- ตราสัญลักษณ์ ‘S’ ที่บังโคลนหน้า พร้อมด้วยโลโก้เบนท์ลีย์สีดำ
- ลวดลายการแบ่งสีแบบ S การควิลต์ และการเดินเส้นด้ายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
- แป้นเบรกสไตล์สปอร์ต
- วีเนียร์ Piano Black
- กาบบันไดแบบเรืองแสงและไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










