อีโบลาคองโกแรงทุบสถิติ ตายทุก30นาทียอดทะลุ2พัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ว่า ยังน่าวิตกหลังยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,325 ศพนับตั้งแต่มีการประกาศการระบาดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ส่งผลให้การระบาดครั้งนี้ กลายเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ด้านข้อมูลของสถาบันสาธารณสุขแห่งดีอาร์คองโกเผยว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 4,945 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 101 ราย ภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนหน้านั้น ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดมากกว่าการระบาดครั้งใหญ่ช่วงปี 2018-2020 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2,299 ศพ และเคยเป็นการระบาดรุนแรงที่สุดของประเทศก่อนหน้านี้
ทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรม ของสหประชาชาติเปิดเผยสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การระบาดครั้งนี้กำลังขยายตัวอัตราเร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึก พร้อมเตือนว่า โรคระบาดกำลังคร่าชีวิตคนหนึ่งคนทุก 30 นาที
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า ความเร็วการแพร่กระจายของเชื้อในคองโก ซึ่งขณะนี้ลุกลามไปแล้ว 6 จังหวัดจากทั้งหมด 26 จังหวัด ถือว่าอยู่ในระดับผิดปกติอย่างมาก การระบาดครั้งปัจจุบันรุนแรงมาก เมื่อเทียบกับการระบาดครั้งใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2014-2016 ซึ่งเป็นการระบาดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยครั้งนั้นใช้เวลาเกือบ 5 เดือนกว่าจะมีผู้เสียชีวิตถึง 1,000 ศพ แต่การระบาดครั้งล่าสุดในคองโกมีผู้เสียชีวิตถึง 2,000 ศพ ภายในเวลาเพียง 3 เดือน แม้นักวิจัยเชื่อว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่ระบาด โดยไม่ถูกตรวจพบมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ การระบาดครั้งนี้ถือเป็นการระบาดของอีโบลา ครั้งที่ 17 ในคองโก นับตั้งแต่พบไวรัสชนิดนี้ เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน
นอกจากการระบาดในประเทศแล้ว ยังพบผู้ติดเชื้อในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่น โดยข้อมูล วันที่ 12 สิงหาคมระบุว่า ยูกันดาพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 20 ราย ขณะที่เยอรมนีพบผู้ป่วย 2 ราย ที่เข้ารักษา และฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย การระบาดครั้งนี้เกิดจากเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยากและจนถึงขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ สำหรับเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีวัคซีนหลายชนิดอยู่ระหว่างพัฒนา

