รังสิตน้ำเน่า พบส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เร่งช่วยชาวองครักษ์

ชาวบ้านพบฟองปริศนาสีขาวปนดำลอยฟ่องที่บริเวณปากคลองรังสิตขณะที่น้ำในคลองอยู่ในสภาพเน่าเสียอย่างหนัก ส่งกลิ่นเหม็น คละคลุ้งหลังสถานีสูบน้ำเดินเครื่องดึงน้ำเสียจากคลองสาขาลงแม่น้ำเจ้าพระยา“บิ๊กแจ๊ส”ลุยต่อชงเปิดประตูน้ำคลอง 12 และคลอง 8 เพิ่ม 10 ซม.ช่วยชาวองครักษ์ผันน้ำเน่าขัง20 วัน ลงเจ้าพระยา ลั่นคุมเข้มระดับหน้าประตูจุฬาฯไม่เกิน1.80เมตร ห้ามปทุมธานีจม
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 13 (259/2569) บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้ในวันที่ 13 ต.ค.69ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง
เตือนระวังอันตรายจากลม-ฝนหนัก
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ฟองปริศนาลอยฟ่องปากคลองรังสิต
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า พบกลุ่มฟองปริศนาปริมาณมากลอยอยู่เหนือผิวน้ำ บริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบฟองอากาศลักษณะสีขาวปนดำลอยฟ่องเต็มลำคลอง และน้ำในบริเวณดังกล่าวมีสีเข้มพร้อมส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณอย่างรุนแรง จากการสังเกตการณ์พบว่า สถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ต.บ้านใหม่ ยังคงเดินเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งผลักดันระบายมวลน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อหวังช่วยลดระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตอำเภอธัญบุรี เทศบาลนครรังสิต และพื้นที่ใกล้เคียง
น้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง
ประชาชนที่เดินทางมานั่งตกปลาบริเวณริมคลอง เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ฟองปริศนาสีขาวปนดำนี้จะเกิดขึ้นทุกครั้งตลอดเวลาที่มีการเปิดเครื่องสูบน้ำออกจากสถานี เนื่องจากมวลน้ำเสียจากคลองสาขาต่างๆไหลมารวมกันที่จุดนี้ ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมขังสะสมทำให้น้ำเริ่มเน่าเสีย เมื่อถูกเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงตีปั่นมวลน้ำ จึงเกิดเป็นฟองดำลอยฟ่องและส่งกลิ่นเหม็นอย่างมาก ส่งผลให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนพักอาศัยอยู่ตามแนวริมคลองต้องทนสูดกลิ่นเน่าเหม็นและได้รับผลกระทบทางสุขภาพและวิถีชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ริมคลอง เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีการเร่งระบายน้ำจากคลองรังสิตออกแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณบ้านเรือนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมเกือบ 1 เมตร ต้องยอมรับสภาพเนื่องจากบ้านพักบางส่วนตั้งอยู่บริเวณริมคลอง อีกทั้งน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงขึ้นและมีสีดำคล้ำ
บิ๊กแจ๊สชงเปิดประตูน้ำคลอง12-8เพิ่ม
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังสะสมยาวนานว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ด้วยตนเอง พบว่าชาวบ้านในอำเภอองครักษ์ต้องทนทุกข์กับน้ำท่วมขังรอการระบายนานกว่า 20 วัน จนมวลน้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น จึงมีความเห็นใจและมองว่าต้องเร่งหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยด่วน โดยเห็นควรให้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 และประตูระบายน้ำคลอง 8 เพื่อดึงมวลน้ำเข้าสู่ระบบและผลักดันออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงานร่วมกับกรมชลประทาน หน่วยงานท้องถิ่น และแจ้งผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 และคลอง 8 เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 เซนติเมตร ให้มวลน้ำไหลลงสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ มุ่งหน้าไปยังประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์เพื่อระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ช่วยองครักษ์-ไม่ให้กระทบปทุมฯ
อย่างไรก็ตาม นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ย้ำชัดถึงมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานี ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง บริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ตำบลคูคต ตำบลลาดสวาย และตำบลลำสามแก้ว โดยระบุว่าปัจจุบันระดับน้ำด้านหน้าประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์อยู่ที่ประมาณ 1.60 เมตร ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแต่หากเปิดรับมวลน้ำเข้ามาแล้วระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแตะจุดวิกฤตที่ 1.80 เมตร จะสั่งการให้ปิดประตูระบายน้ำคลอง 8 และคลอง 12 ทันทีเพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือน และเมื่อระบายน้ำก้อนเก่าออกจนระดับลดลงแล้วจึงค่อยเปิดรับน้ำก้อนใหม่เข้ามา ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยถัวเฉลี่ยความเดือดร้อนให้ชาวองครักษ์ โดยไม่ส่งผลกระทบซ้ำเติมชาวปทุมธานี
กรมชล เร่งระบายลงทะเล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คลองพระองค์ไชยานุชิต บริเวณหน้าวัดสุคันธาวาส อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 10 ชุดแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมก่อนเดินเครื่องเต็มระบบ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนผ่าน จ.สมุทรปราการ ลงสู่ทะเลให้เร็วขึ้นการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบริหารจัดการน้ำในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยกรมชลประทานสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำรวม 16 ชุด ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.สมุทรปราการ แบ่งเป็นพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 6 ชุด บริเวณสะพานรถไฟ คลองพระองค์ไชยานุชิต อ.เมืองฉะเชิงเทรา และพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จำนวน 10 ชุด บริเวณหน้าวัดสุคันธาวาส อ.บางบ่อ ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมตามแนวคลองพระองค์ไชยานุชิตและแม่น้ำบางปะกง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเร่งผลักดันมวลน้ำออกจากพื้นที่ต้นทางสู่พื้นที่ปลายน้ำ โดยสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ระดับน้ำหลายแห่งเริ่มลดลง
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สมุทรปราการ ภาพรวมระดับน้ำในคลองสายหลักและพื้นที่ชุมชนหลายแห่งเริ่มลดลง และบางพื้นที่เข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่บางส่วนที่ต้องเร่งระบายน้ำตกค้าง การเตรียมเดินเครื่องผลักดันน้ำอย่างเต็มกำลังจึงเป็นอีกมาตรการสำคัญในการลดปริมาณน้ำสะสม บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และช่วยให้พื้นที่ประสบอุทกภัยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ คลองพระองค์ไชยานุชิตถือเป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนระบายผ่าน จ.สมุทรปราการออกสู่ทะเล การเพิ่มประสิทธิภาพการผลักดันน้ำในเส้นทางดังกล่าว จึงมีส่วนช่วยเร่งระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่างและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม


