อ.วันนอร์ มองจีนพัฒนา ซินเจียงอุยกูร์ ก้าวกระโดดมุสลิมมีเสรีภาพสงบสุข

อ.วันนอร์ มองจีนพัฒนา “ซินเจียงอุยกูร์”ก้าวกระโดดมุสลิมมีเสรีภาพสงบสุข สะท้อนการพัฒนาชายแดนใต้ของไทย
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา กล่าวถึงสถานการณ์เสรีภาพของพี่น้องชาวมุสลิมในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ของจีน หลังจีนเปิดซินเจียงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้คนหลั่งไหลจำนวนมาก
อ.วันนอร์ กล่าวว่า ตนเองเคยมีประสบการณ์เดินทางไปเมืองซินเจียงอุยกูร์ 2ครั้ง ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาครั้งแรก เมื่อปี 2541 และอีกครั้งเมื่อ ปี2568 ซึ่งเป็นความตั้งใจที่ตนเองอยากไปเพื่อพิสูจน์ความจริงว่าซินเจียงยังมีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง หรือมีปัญหาเรื่องศาสนาอย่างในอดีตหรือไม่ เพราะใครต่อใครก็บอกว่าจีนยังมีการกดขี่อยู่ แต่ส่วนตัวไปแล้วพบว่า “ซินเจียงไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด” เรื่องที่หลายคนกังวลไม่เป็นความจริง ยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนั้นอาจจะเหมือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา แต่ตอนนี้ไม่ได้มีปัญหาแล้ว ผู้คนเขาก็มีความสุขดีส่วนตัวประทับใจมาก
อ.วันนอร์ เปิดเผยว่า ประชากรของซินเจียงมีประมาณ17-18 ล้านคน เป็นพี่น้องชาวมุสลิมอยู่ประมาณ 12 ล้านคนถือว่าเยอะมาก เยอะกว่าชาวมุสลิมในประเทศไทย ผู้ว่าการมณฑลซินเจียงก็เป็นมุสลิม ประธานสภาซินเจียงก็เป็นมุสลิม ผู้บริหารประเทศระดับใหญ่ๆ แม้แต่หัวหน้าตำรวจก็เป็นมุสลิม ที่สำคัญมีมหาวิทยาลัยอิสลามมากถึง 8 แห่งในซินเจียง และนักศึกษามุสลิมก็ได้รับการส่งเสริมสวัสดิการเรียนฟรีจากรัฐบาล แถมมีเบี้ยเลี้ยงให้
“ผมได้พูดคุยกับนักศึกษา ถ้าเรียนจบส่วนใหญ่ก็ไปเป็นผู้นำศาสนาในท้องถิ่นต่างๆ ไปเป็นอิหม่ามเพราะมีเงินเดือน ซึ่งถ้าปริญญาตรีที่ซินเจียง ก็สามารถไปเรียนปริญญาโท ปริญญาเอกเกี่ยวกับอิสลาม ที่มหาวิทยาลัยในปักกิ่งได้ ยืนยันว่าเสรีภาพทางศาสนาของชาวมุสลิมในซินเจียงได้เต็มที่เลยในยุคนี้” อ.วันนอร์ กล่าว
ขณะที่มิติของการพัฒนาเมือง อ.วันนอร์ มองว่า เมื่อเทียบการไปซินเจียง 2 ครั้ง ระหว่างปี 2541 กับ ปี2568 ถือว่าพัฒนาไปไกลหลายเท่า เจริญกว่าหลายมลฑลในจีน สนามบินตอนไปครั้งแรกเป็นสนามบินเล็กๆ เหมือนสนามบินต่างจังหวัดของเรา แต่ล่าสุดที่ไปสนามบินใหญ่โตมาก ทราบว่าพ่อของ
ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ก็เคยเป็นข้าราชการในมณฑลซินเจียง เขาจึงสนใจพัฒนาซินเจียงมาก มีการผลิตอุตสาหกรรม มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ไปครั้งหนึ่งเที่ยวยังไงก็ไม่หมด ทั้งนี้ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเห็นว่าไทยและซินเจียง ควรร่วมมือในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีนเพื่อสร้างความสมดุลทางการค้าระหว่างกัน
เมื่อถามถึงการพัฒนาซินเจียงของจีน กับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่เป็นพื้นที่ทางศาสนาและมีความแตกต่างทางอัตลักษณ์เช่นเดียวกันนั้น อ.วันนอร์ บอกว่าตนอยากสื่อสารไปยังรัฐบาลว่า การพัฒนาของจีนเขาให้ความสำคัญคือต้องทำให้เกิดความปลอดภัย ถ้าไม่มีความปลอดภัยก็จะไม่สามารถพัฒนาการท่องเที่ยว พัฒนาอุตสาหกรรม และการศึกษาต่างๆได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่จีนทำกับการพัฒนาซินเจียง คือการแก้ปัญหาให้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืนด้วยมิติต่างๆ ไม่ใช่ปราบปรามอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ปากท้องดี เกิดการท่องเที่ยวการลงทุน ประชาชนก็มีความสุข ปัจจุบันเราจึงไม่ได้ยินข่าวชาวอุยกูร์ ต้องอพยพหนีออกนอกประเทศแล้ว แต่ก็ต้องระวังเรื่องการแทรกแซงจากประเทศอื่นๆด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








