เบรกดราม่าโกคาร์ท น้าเดช ไขข้อข้องใจกติกาตรวจรถ ชี้เปิดฝาสูบก่อนแข่งไม่ได้ วอนสังคมหยุดซ้ำเติมเด็ก-ครอบครัว

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "รู้เรื่องรถกับพัฒนเดช" สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกติกาและขั้นตอนการตรวจสภาพรถในการแข่งขันโกคาร์ท หลังเกิดกระแสดราม่าอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ และไขข้อข้องใจของสังคมที่ตั้งคำถามว่า เหตุใดรถที่มีการตรวจและซีลเครื่องยนต์ก่อนแข่งแล้ว แต่กลับมาพบความผิดปกติในภายหลัง และปล่อยให้ลงแข่งได้อย่างไร
พร้อมทิ้งทายขอให้สังคมหยุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของเด็กและครอบครัว ขอส่งกำลังใจให้ทุกฝ่ายผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดี
ระบุข้อความว่า
ขอพูดเรื่องโกคาร์ท อีกสักครั้ง แล้วจะไม่พูดอีกแล้ว
เมื่อคืนผมโพสท์เรื่องโกคาร์ท ที่สังคมไทยกำลังลากเด็กและพ่อแม่ ออกมาฟัดกันสนุกปาก ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย บางคนไม่รู้เรื่องกติกาการแข่งก็ยังออกมาตัดสิน ผมสงสารเด็กทั้งสองฝ่ายมากที่สุด และสงสารพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายด้วย จากเด็กๆแข่งกัน กลายมาเป็นขี้ปากของสังคมของคนที่เอาแค่สนุกปากไปวันๆ
ผมตื่นมาตอนตีสาม เปิดเฟซบุ๊คมาเห็นหลายท่าน เข้ามาบอกว่า ทำไมก่อนแข่งก็มีการตรวจและซีลหรือตีตราเครื่องยนต์และอุปกรณ์แล้ว ถ้ากรรมการเห็นว่าผิดแล้วให้แข่งไปได้อย่างไร
ผมออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เพียงแต่เคยเดินรอบๆสนามแข่งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มาบ้าง เคยเห็นเขาทำการตรวจมาบ้าง
การตรวจก่อนแข่งนั้นเขาจะตรวจสภาพภายนอกเท่าที่มองเห็น ตรวจทุกคันแล้วก็ตีตราเอาไว้ห้ามแกะห้ามลอก ไม่สามารถผ่าออกมาตรวจละเอียดได้ทุกคัน เพราะแต่ละรายการมีรถเป็นร้อยเป็นสิบคัน ใช้เวลาตรวจคันละเป็นชั่วโมง และทุกคันปรับแต่งหรือจูนอัพกันมาอย่างงลงตัวแล้ว เผลอไปขันน๊อตเข้าหรือคลายออกแค่ครึ่งรอบ มันมีผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์รถแข่ง หลายจุดที่สำคัญ กรรมการตรวจสภาพจึงทำการป้ายสีแต้มเอาไว้ หรือมีลวดร้อยตีตราเอาไว้
เมื่อแข่งขันเสร็จแล้ว บางรายการก็จะเอารถที่มีผลชนะอันดับหนึ่งถึงสาม หรืออันดับหนึ่งถึงห้า ไปตรวจละเอียดอีกครั้ง ต่อให้ไม่มีคนประท้วงก็ตาม อันดับหลังๆเขาก็ไม่ตรวจ
กติกาอย่างนี้เคยเกิดปัญหาขึ้นมาเช่นกัน กล่าวคือพอตรวจพบว่าอันดับต้นๆผิดกติกา ก็จะต้องมีการเลื่อนอันดับท้ายๆ สมมุติว่าเลื่อนอันดับที่ ๗ ขึ้นมาเป็นอันดับที่ ๕ ซึ่งมีผลต่อเงินรางวัลและคะแนนสะสม
แต่อันดับที่ ๗ แข่งเสร็จแล้ว เอารถกลับบ้านไปแล้ว จึงไม่ต้องผ่านการตรวจ ดังนั้นหากมีเสียงครหาว่า อันดับที่ ๗ ทำรถมาผิดกติกาก็สบายไป
จึงมีหลายรายการที่ปรับกติกา โดยจะตรวจต่อเมื่อมีการประท้วง ประท้วงเบอร์ไหนก็ตรวจรถเบอร์นั้น บางรายการแข่ง เอาทั้งรถทั้งคนขับมาชั่งน้ำหนัก เพราะกติกากำหนดน้ำหนักรวมเอาไว้ อย่างนี้ก็ชั่งกันหลังแข่งเสร็จแล้ว ก่อนแข่งเป็นหน้าที่ของแต่ละทีมที่จะต้องทำตามกติกา
การตรวจภายในของรถแข่ง เช่นเรื่องลูกสูบ, ฝาสูบ, ก้านสูบ, ข้อเหวี่ยง ฯลฯ จะทำการตรวจกันหลังจากแข่งเสร็จ ตรวจเมื่อกรรมการมีข้อสงสัย หรือมีผู้ประท้วง หรือการกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าในกติกา
ดังนั้นที่มีคนสงสัยว่า “มีการตรวจก่อนแข่งแล้ว และตีตราแล้ว กรรมการให้แข่งแล้ว มันจะผิดไปได้อย่างไร” จากข่าวบอกว่า ชิ้นส่วนที่เป็นปัญหาคือ “ฝาสูบ” ซึ่งผมไม่ใช่ผู้รู้ในเรื่องเครื่องยนต์กลไก ผมจึงไม่สามารถบอกได้ว่าฝาสูบที่มีปัญหา มันมองด้วยสายตาได้หรือไม่
ต่อให้มองด้วยสายตาแล้ว “สงสัย” ถ้าผมเป็นกรรมการผมคงไม่เปิดฝาสูบมาตรวจก่อนแข่ง เพราะขีนเปิดฝาสูบออกมาแล้วไม่ผิดกติกา ทีมแข่งเขาจะเสียหายถึงขั้น “ฉิบหายฉายที่นี่” ด้วยว่าฝาสูบเป็นชิ้นส่วนสำคัญมากต่อเครื่องยนต์ เขาจึงซีลหรือทำเครื่องหมายห้ามเปลี่ยนห้ามขยับเขยื้อนเอาไว้
เมื่อแข่งเสร็จ “และมีคนประท้วง” เขาจึงตรวจหลังแข่ง คิดว่าที่ผมพิมพ์มาทั้งหมดนี้ คงมีข้อผิดพลาดไม่มากนัก หรือคงไม่ได้หลุดประเด็นไปนะครับ
ผมหยุดแล้วนะครับ สงสารเด็กทั้งสองคน สงสารพ่อแม่ของเด็กทั้งสองฝ่าย ขอให้ผ่านพ้นไปด้วยดี และเอาเหตุการณ์นี้มาสร้างความแข็งแกร่งของจิตใจให้ทั้งเด็กและพ่อแม่ด้วยครับ......อรุณสวัสดิ์ วันพุธ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ๐๕.๓๐ น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


