ทรัมป์สั่งเด้ง 'คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์' พ้นทูตประจำกรีซ เซ่นปมฉาวเรียกเงินผู้บริจาค

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สั่งให้ คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศกรีซ ลาออกจากตำแหน่ง หลังเผชิญข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมและรายงานที่ระบุว่าเธอขอให้ผู้บริจาคสนับสนุนทรัมป์ช่วยชำระยอดบัตรเครดิตจำนวนมาก แลกกับการเข้าถึงบุคคลในรัฐบาล โดยเคที ซาคาเรีย โฆษกทำเนียบขาว เป็นผู้เปิดเผยว่า กิลฟอยล์ได้รับการร้องขอให้ลาออก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าว
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า (13 ต.ค.) กิลฟอยล์ทำหน้าที่ได้ดีระหว่างปฏิบัติงานในกรีซ แต่จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งที่นั่นอีกต่อไป ขณะที่โฆษกทำเนียบขาวกล่าวชื่นชมว่า กิลฟอยล์เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อทีม และขออวยพรให้เธอประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ กิลฟอยล์ วัย 57 ปี เป็นอดีตผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ และอดีตภรรยาของเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเอเธนส์เมื่อเดือนธันวาคม 2567
ข้อกล่าวหาที่สร้างแรงกดดันต่อกิลฟอยล์เพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสำนักข่าวบีบีซีและหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานข้อความสนทนาที่ดูเหมือนแสดงให้เห็นว่าเธอร้องขอเงินจากเอริก ดีเทอร์ส พันธมิตรทางการเมืองของทรัมป์มาอย่างยาวนาน โดยข้อความหนึ่งระบุถึงการโอนเงินไปยังบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ส่วนอีกข้อความที่ส่งก่อนการไต่สวนรับรองตำแหน่งโดยวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา มีข้อความว่าเธอต้องการให้เขาจัดการเรื่องดังกล่าวภายในวันนั้น อย่างไรก็ตาม ทนายความของกิลฟอยล์โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อความ และชี้แจงว่าเงินที่ร้องขอเป็นค่าตอบแทนจากงานกล่าวสุนทรพจน์และให้คำปรึกษาที่เธอทำให้ดีเทอร์สก่อนเข้ารับตำแหน่ง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับบันทึกเสียงที่กิลฟอยล์ถูกกล่าวหาว่าอวดถึงความสัมพันธ์กับนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในกรีซ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนค่าเดินทางหรูหราและเที่ยวบินด้วยเครื่องบินส่วนตัว อีกทั้งยังมีรายงานว่าเธอกล่าวกับเจ้าหน้าที่ในกรุงเอเธนส์ว่า สหรัฐฯ สามารถโค่นล้มรัฐบาลกรีซได้ ขณะเดียวกัน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเยือนกรุงเอเธนส์ร่วมกับกิลฟอยล์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเริ่มไม่พอใจกับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นเช่นกัน
ด้านดีเทอร์สให้สัมภาษณ์กับบีบีซีหลังมีข่าวการร้องขอให้กิลฟอยล์ลาออกว่า นี่เป็นวันที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทูตอเมริกัน พร้อมยืนยันว่าเขาไม่ได้จ่ายเงินให้เธอ และปฏิเสธว่าเป็นหนี้ค่าจ้างจากงานกล่าวสุนทรพจน์หรือให้คำปรึกษาตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยระบุว่ากำลังเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับเธอ ขณะที่กิลฟอยล์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ปฏิเสธการกระทำผิดและยืนยันว่าจะปกป้องชื่อเสียงของตนเองอย่างเต็มที่ โดยระบุว่าจะไม่ยอมให้ข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จมาทำลายผลงานการรับใช้สาธารณะตลอดหลายทศวรรษของเธอ พร้อมย้ำว่าการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต
ทั้งนี้ กิลฟอยล์เคยคบหากับโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายของประธานาธิบดีทรัมป์ และหมั้นหมายกันในปี 2561 ก่อนเลิกราในช่วงปลายปี 2567 ส่วนทรัมป์เปิดเผยว่าไม่ได้พูดคุยกับกิลฟอยล์ก่อนมีคำขอให้ลาออก โดยกล่าวเพียงว่า แม้เธอจะทำงานได้ดีในกรีซ แต่รัฐบาลไม่พอใจกับรายงานที่ปรากฏออกมา ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมซาคาเรียในการแถลงข่าวครั้งแรกที่ทำเนียบขาว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 14 นาที โดยช่วงแรกเป็นการนำเสนอผลงานด้านนโยบายของรัฐบาล ก่อนตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีกิลฟอยล์ ยูเครน และแนวทางของรัฐบาลต่อสื่อที่ไม่ใช่สื่อกระแสหลัก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


