HYROX ทำเสียงแตก ความสนุกของดาราและคนรวย VS ชนชั้นเทวดาใช้ความจนเป็นโล่
18 สิงหาคม 2569 เวลา 18:31 น.

วันนี้ 18 สิงหาคม 2569 นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย แชร์โพสต์ของ นายวรา จันทร์มณี ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ถึงกรณีดรามา Hyrox ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงบนโลกออนไลน์ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "ปัญหาใหญ่ในสังคมไทยคือการวิจารณ์สิ่งต่างๆด้วยอคติ และมุมมองที่แคบตื้นเสมอ ใช่ครับ คนเล่น Hyrox มีดารา มีเซเลป ผมเองออกกำลังกายหนัก แต่ก็ไม่เคยสนใจจะลง Hyrox กับใคร
แต่พอมาอ่านโพสต์แบบนี้ ก็เข้าใจแหละว่าทำไมคนกลุ่มหนึ่งถึง “ติดหล่ม” กับดักความคิดในกลุ่มสังคมตัวเอง ทราบมั้ยครับ คนลง Hyrox รอบนี้จำนวนมาก เริ่มมาจากการ “ให้” ก่อน ทั้งช่วยเหลือคนเจ็บ คนแก่ ช่วยเหลือไม่ให้คนป่วยพวกเขาจึงมาออกกำลังกายเอง จนมา Hyrox เทียบกับ “ชนชั้น” บ่น ด่า แดกเหล้า เคล้าซอยจุ๊ ขี้เกียจ เอาเปรียบสังคม รถชนรายวัน แซงแถวกลางถนน เมาแล้วขับ วิจารณ์ไปวันๆ พอป่วยก็ไปเบิก 30 บาทรักษาทุกโรค ชนชั้นนี้มันดูเทวดาเหลือเกินเพราะใช้ความจนเป็นโล่ห์

โดยวิจารณ์คนขยัน ช่วยสังคม จ่ายภาษีครบ ให้ดูแย่ยังไงก็ได้ คนชั้นกลางขยันทำงาน จึงต้องขยันจ่ายภาษีหมดตัว ช่วยพวกเกียจคร้าน กินเหล้า รถชน สักแต่ด่าคนอื่นอยู่วันยังค่ำ เราจะทนกับ ขี้เกียจ สักแต่ด่า จน กินเหล้า เผาภาษีแบบนี้กันเหรอ? ไม่ครับ ผมจะด่าแม่ง"


หลังจากที่โพสต์ของ พงศ์พรหม ยามะรัต เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ที่แน่ๆ ได้ engagement เต็มๆ เลยค่ะ"
"นี่ก็เป็นการแบ่งแยก ยุแยงให้คนแตกกันอีกรูปแบบนึง แต่คิดข้อความคมๆแบบพุงพี่โจไม่ได้ กราบบบบค่ะ รัก "
"ตุ๊กตาไม่มีปัญญาเข้าร่วม Hyrox แต่ก็ชอบดู ซิคแพคดารานะ แล้วก็เข้าใจว่ากำลังเป็นเทรน แต่เทรนการออกกำลังก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าจะทำให้คนทั่วไปหรือวัยแห่ออกกำลังตาม อีกอย่าง เห็นบ่อยเหมือนกันค่ะพี่โจ ทำไมคนชอบไปวุ่นวายวิจารณ์วิธีใช้ชีวิตคนอื่น ไม่ผิด ไม่บาป ก็ไม่ต้องไปว่าเค้าก็ได้มั๊ง เค้ารวยก็ดีแล้ว"
"โห เค้าคิด มโนและเขียนอะไรได้ขนาดนี้ ปสดมากก นี่ไม่ได้ลงแข่งแต่ไปดูเพื่อ inspired ตัวเองเผื่ออยากออกกำลังกาย และส่วนตัวเป็นคนชอบดูกีฬาทุกประเภทอยู่แล้ว ได้ไปเชียร์เพื่อนๆแข่งสนุกมากกกก จนอยากลงแข่งด้วยเลย"
"จะกิจกรรมอะไรก็เอามาเล่นเหลื่อมล้ำได้หมด ถ้าคนจะคิดแต่เรื่องนี้"
"ใจแคบมากจริงๆ"
"คนมันมีปม"
"เย็นไว้ๆ"
"แปลก weights อยู่ที่นักกีฬา ไปหนักหว่างหูคนอื่นซะได้"


ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวรา จันทร์มณี ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้โพสต์ถึงการแข่ง Hyrox โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "ปรากฏการณ์ HYROX ความสนุกของดาราและคนรวยที่ไม่ได้มีสำนึกยึดโยงกับความทุกข์ของประชาชน
ถ้าเราไถฟีดช่วงนี้จะเจอภาพดาราถอดเสื้อโชว์กล้ามท้อง เดินหิ้วลูกตุ้มเหล็กหนัก ๆ หรือก้มหน้าก้มตาเข็นของหนักในสนามแข่ง จนมีคนเข้าไปคอมเมนต์แซวว่า “นี่มันงานก่อสร้างแถวบ้านชัด ๆ” หรือ "จ่ายเงินแพงเพื่อมาสมัครเป็นกรรมกรชั่วคราว" นี่คือการแข่งขัน HYROX ฟิตเนสระดับโลกที่กำลังฮิตในหมู่คนมีอันจะกิน
เมื่อดูสภาพแวดล้อม ลักษณะท่าทางในสนาม ไม่ว่าจะเป็นการเดินแบกของหนัก การลากเลื่อน หรือการเข็นอะไรสักอย่าง รวมถึงชุดที่ใส่ ทำให้อดคิดถึงความเหลื่อมล้ำไม่ได้ ภาพเหล่านี้มันช่างย้อนแย้งกับความเป็นจริงในสังคมไทยเหลือเกิน
ในทางสังคมศาสตร์ นี่คือพื้นที่ที่ชนชั้นกลางระดับบนซึ่งมีฐานะ เลือกที่จะซื้อความลำบากเป็นงานอดิเรก
ในขณะที่แรงงานก่อสร้างรายวัน แรงงานนอกระบบ ต้องตากแดดตากลม แบกหิ้ว ใช้แรงงานกันอย่างหลังขดหลังแข็งเพื่อหาเลี้ยงชีพแบบหาเช้ากินค่ำ นั่นคือความจำเป็นที่ไม่มีทางเลือก แต่วัฒนธรรมการออกกำลังกายแบบนี้กลับหยิบเอาความยากลำบาก ท่าทางการใช้แรงงาน และหยาดเหงื่อเหล่านั้นมาแปรรูปให้กลายเป็นความบันเทิงที่เต็มไปด้วยความเท่ ความสตรีท ความลักซูรี
ภาพของคนกลุ่มนี้เหนื่อยหอบสุดเหวี่ยงในสนาม พอเสร็จกิจกรรม ก็สามารถเดินกลับขึ้นรถหรู กลับบ้านหลังละร้อยล้าน กลับคอนโดราคาแพง หรือไปนั่งกินอาหารแพง ๆ ได้ทันที เขาไม่ต้องแบกรับชีวิตที่ทุกข์เข็ญในวันต่อไป เขาไม่ต้องนอนในห้องเช่าที่คับแคบ และไม่ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมีความเสี่ยงอาชญากรรม
สิ่งเหล่านี้มันจึงเป็นภาพสะท้อนของความห่างเหินและอภิสิทธิ์ที่คนในกลุ่มนี้ไม่ได้มีโอกาสสัมผัส หรือแทบจะไม่ต้องมายึดโยงกับความทุกข์ยากปากท้องจริง ๆ ของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเลย
แม้จะมองอย่างเข้าใจว่า โลกทุนนิยมสมัยใหม่ คนที่ไปแข่ง ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หรือเป็นต้นเหตุของความยากจนอะไร?! เป็นสิทธิที่เขาจะทำได้ แต่เราก็เห็นพวกดาราใช้กลไกนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างเรตติ้งแล้วกลับมาหาประโยชน์จากประชาชนอีกที ประชาชนที่เขาได้ประโยชน์ แต่ชีวิตเขาไม่เคยยึดโยงในความทุกข์หรือช่วยเปล่งเสียงแก้ไขความเดือดร้อน ความอยุติธรรมที่ประชาชนถูกกระทำ
การหมกมุ่นกับปัจเจกนิยม (Hyper-Individualism) พลังงาน เวลา และทรัพยากร ทั้งค่าสมัครราคาแพง อุปกรณ์ และเวลาว่างที่สามารถทุ่มเทให้กับความฟิตส่วนบุคคล ไม่ได้ถูกนำไปขยับเขยื้อนหรือแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคม เช่น ปัญหาความยากจน สวัสดิการ หรือสิทธิแรงงาน การเลือกที่จะพัฒนาตัวเองให้ลีนและอึดในพื้นที่ปิดหรือสนามแข่ง แต่เพิกเฉยต่อปัญหาสังคมรอบตัว คือความเห็นแก่ตัวอีกรูปแบบหนึ่ง
ปรากฏการณ์ HYROX นี้จึงสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำอันน่าขันของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน คนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่คนออกกำลังกายทั่วไป แต่พวกเขาคือกลุ่มคนที่ใช้ร่างกายเป็นพื้นที่ในการแสดงออกทางชนชั้น สร้างอัตลักษณ์และความหมายให้ชีวิตท่ามกลางความไร้ตัวตนในโลกทุนนิยมสมัยใหม่ ผ่านการจำลองความเหนื่อยยากมาแปลงเป็นความสุขและความภาคภูมิใจ โดยพวกเขาไม่ได้มีสำนึกยึดโยงกับความทุกข์ร้อนของประชาชน
ปล. อย่าดราม่าไปเรื่องการเล่นกีฬานะ คนละเรื่อง คนละบริบท"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pongprom Yamarat, เฟซบุ๊ก วรา จันทร์มณี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

