คอลัมน์ : เขียนเพื่อคิด

แผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะเวลา 5 ปี ฉบับแรกของฮ่องกง
รัฐบาลฮ่องกงได้ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับแรก (ช่วงปี 2026–2030) ไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ซึ่งมีความน่าสนใจที่จะรับรู้และนำมาเปรียบเทียบกับทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย ดังนี้
1. โครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่: มุ่งยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI (ปัญญาประดิษฐ์), หุ่นยนต์, ชิปและเซมิคอนดักเตอร์, และเทคโนโลยีสุขภาพให้เป็นอุตสาหกรรมหลัก พร้อมทั้งเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมเกือบเท่าตัว
2. การวางผังแบบสองแกน (Dual-Core Planning): พัฒนาเขตเมืองเหนือหรือ Northern Metropolis ใกล้ชายแดนเซินเจิ้นให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยี (I&T) ขณะที่ย่านใจกลางภาคการเงินยังคงตั้งอยู่ทางตอนใต้ริมอ่าววิกตอเรีย
3. การยกระดับภาคการผลิต: ตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนภาคการผลิตให้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5.5 ของระบบเศรษฐกิจฮ่องกง
4.การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม: เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย เพิ่มสัดส่วนที่อยู่อาศัยสาธารณะ ขยายเวลาและเพิ่มเงินอุดหนุนเด็กเกิดใหม่ (สูงสุด 30,000 ดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับบุตรคนที่สองเป็นต้นไป) รวมถึงสร้างตำแหน่งงานรองรับเยาวชน
ในขณะเดียวกันก็มีการพยากรณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจมหาภาค (GDP) ของฮ่องกง จะเติบโตในอัตราร้อยละ 3.5-4.5 ส่วนการลงทุนและการส่งออกนั้นฮ่องกงมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนหลักด้านเทคโนโลยี คือมูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และชิป AI พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 28.9 ส่วนอุตสาหกรรมบริการนั้นก็มุ่งที่จะให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการเงิน ศูนย์กลางเดินเรือ และศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศ
ทั้งหมดนี้สะท้อนความมั่นอกมั่นใจของฝ่ายผู้บริหารฮ่องกง และความเป็นตัวตนของฮ่องกงในเรื่องเศรษฐกิจการค้า แม้ว่าทางด้านการเมืองและความมั่นคงจะอยู่ในเงามืดของรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ตาม หรือนัยหนึ่งปักกิ่ง และฮ่องกง สามารถสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ภายใต้ทฤษฎี (Doctrine) หนึ่งจีน สองระบบ (One China Two Systems)
แต่จากมุมมองของต่างประเทศ โดยเฉพาะฝ่ายผู้สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ต่างก็เห็นตรงกันว่า ฮ่องกงถูกจีนครอบงำทางการเมือง โดยขจัด และถอนรากถอนโคนสิทธิเสรีภาพของชาวฮ่องกงออกไปได้อย่างสัมฤทธิผลแล้ว ประเด็นคือ ความอิ่มปากอิ่มท้อง จะสามารถกดความอิ่มเอิบเบิกบานใจของความเป็นเสรีชนไปได้ตลอดกาลหรือ? แม้กระทั่งจีนแผ่นดินใหญ่เองจะต้องจำอยู่จากพรรคเดียวเผด็จการไปได้ตลอดหรือ? เพราะต้องไม่ลืมว่าพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ก็คือ การเป็นเสรีชน มีเสรีภาพ
ทั้งนี้ ก็มีข่าวที่น่ายินดีและน่าชื่นชมว่าระดับการศึกษาของฮ่องกงมีความเป็นเลิศดังจะเห็นได้จากการจัดอันดับของ Times Higher Education (THE) World University Rankings 2027 ได้ประกาศไปในเดือนกันยายน ค.ศ. 2026 ว่ามีมหาวิทยาลัยของฮ่องกงถึง 5 แห่ง ที่ติดอันดับ 100 อันดับแรกของโลก คือ
1. The University of Hong Kong (มหาวิทยาลัยฮ่องกง - HKU)-อยู่อันดับที่ 33 ของโลก (ครองอันดับ 1 ของฮ่องกง)
2. The Chinese University of Hong Kong (มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง - CUHK)-อยู่อันดับที่ 42 ของโลก
3. The Hong Kong University of Science and Technology (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง - HKUST) -อยู่อันดับที่ 58 ของโลก
4. City University of Hong Kong (มหาวิทยาลัยซิตี้แห่งฮ่องกง - CityU )-อยู่อันดับที่ 70 ของโลก
5. The Hong Kong Polytechnic University (มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง - PolyU) - อยู่อันดับที่ 79 ของโลก
ซึ่งมีนัยว่า ฮ่องกงจะมีบุคลากรที่จะรองรับเป้าหมายทางเศรษฐกิจดังกล่าวได้
สำหรับประเทศไทยเรา ก็หวังว่าสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และกระทรวงการต่างประเทศ จะได้หาโอกาสหาเวลา ศึกษาทิศทางของฮ่องกงในรายละเอียดอย่างจริงจัง เผื่อจะได้ข้อคิดและได้ข้อเปรียบเทียบที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของไทยเรา
กษิต ภิรมย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

