คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

ญัตติซักฟอก’18 รมต.’ฉบับ‘บันเทิงธิปไตย’
ฝ่ายค้านนำโดย“เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมสัปดาห์ก่อน โดยพุ่งเป้าไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรีในรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 18 คน นั้น นายโสภณ เพิ่งจะสั่งบรรจุระเบียบวาระเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม วานนี้ หลังจากถูกตีกลับให้ฝ่ายค้านนำไปแก้ไขถ้อยคำใหม่
ถ้อยคำในญัตติขอเปิดอภิปรายใม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน เห็นแล้วก็ต้องบอกว่าเหมือนสำนวนนิยายน้ำเน่าทางการเมือง ไม่ต่างจาก“บทลิเก” ด้วยการพร่ำพรรณนาใช้ภาษาแบบเกินความจริง เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะเข้ามาบริหารประเทศเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่ตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านที่บรรยายไว้ในญัตติซักฟอก ราวกับว่านายอนุทินอยู่มาจนรากงอกแล้ว จึงประพฤติปฏิบัติในทางที่มิชอบได้ถึงขนาดที่ฝ่ายค้านระบุว่า เป็นการ“ก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่"
ข้อกล่าวหานายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามที่ระบุไว้ในญัตติว่านายอนุทิน“วางตนเป็นหุ่นเชิดทางการเมือง”นั้น พิจารณาดูแล้ว“ชั่วร้าย”ยิ่งกว่า“เผด็จการ” เพราะนายอนุทินได้ทำลายระบบประชาธิปไตย, แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและองค์กรตรวจสอบ, ทุจริตเชิงนโยบายและเอื้อประโยชน์พวกพ้อง, ทำลายระบบราชการและคุณธรรม และล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน
นอกจากนั้นฝ่ายค้านยังชี้ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์, ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง, บริหารราชการแผ่นดินและบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดจนสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง, ไม่เคารพและจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย, ไร้ความรับผิดชอบต่อระบบรัฐสภา, ไร้วุฒิภาวะ, ไร้ภาวะผู้นำ และบริหารงานบุคคลล้มเหลว จาการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ โดยมิได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริต
สรุปก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี, ไร้จิตสำนึก, ใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน, ใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเอง บริวาร พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ, “สร้างระบอบสีน้ำเงิน-ระบอบ น. หนู”, กินรวบประเทศ, โกงการเลือกตั้ง สส., โกงการเลือก สว., โกงการสอบข้าราชการ, โกงงบประมาณแผ่นดิน และสมคบคิดกันทำลาย ควบคุม ครอบงำ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ของพรรคภูมิใจไทยอีก 17 คน ที่ถูกซักฟอกก็ไม่มีข้อหาชัดเจนเช่นกัน เหมือนเป็นแค่ตัวประกอบ“การเล่นลิเก”ของฝ่ายค้าน ไล่เรียงตั้งแต่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม-ทุจริตฉ้อฉล, ใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง, วางนโยบายเพื่อนายทุน และใช้อิทธิพลแทรกแซงการเลือก สว., นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี-เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต, ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลกมาก และใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ ตลอดจนเครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการ“โกงเลือก สว.”อย่างเป็นขบวนการ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง-บริหารประเทศผิดพลาด บกพร่องอย่างร้ายแรงด้านเศรษฐกิจ, ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่, ปล่อยให้เกิดการทุจริต และเอื้อประโยชน์ขบวนการทุนเทา, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์-ไร้ภาวะผู้นำ และปล่อยปละละเลยในการแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพ ส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคราคาสูงขึ้นกระทบการดำเนินชีวิตของประชาชน, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี-มีพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน และใช้อำนาจเอื้อประโยชน์พวกพ้อง, ขาดธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม-มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่, ไม่ปฏิบัติตนเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่นายทหาร, ขาดวินัย และเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา-บริหารราชการล้มเหลว, ทุจริตคดโกงเป็นอาจิณ และใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่แทรกแซงขบวนการเลือก สว., นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม-ไร้ความกตัญญู, ประกอบธุรกิจบนที่ดินรัฐแบบผิดกฎหมาย และใช้เงินภาษีและอำนาจเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และพวกพ้อง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม- มีผลประโยชน์ทับซ้อน, ใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และขาดธรรมาภิบาลและความโปร่งใส, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม-ทุจริตคอร์รัปชัน, ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน, ทำลายหลักนิติรัฐ-นิติธรรม และใช้อำนาจแทรกแซงการโยกย้ายแต่งตั้งเจ้าหน้าที่
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี-มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง, ได้มาซึ่งอำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และร่วมขบวนการโกงการเลือก สว., นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี-มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นขบวนการ, ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน, ล็อกโครงการต่างๆ ให้กับสมัครพรรคพวก“ระบอบสีน้ำเงิน”, “จิตใจผุพัง”จนหาความดีไม่ได้ และสมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี-สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ, ถือสากปากถือศีล, ใช้อำนาจเอื้อเครือข่ายพรรคพวกและครอบครัว และโกงการเลือก สว., นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี-ใช้เงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตน, ทุจริตการเลือกตั้ง สว. รวมทั้งการเลือกตั้งทั่วไป และแทรกแซงองค์กรอิสระ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม-ทุจริตฉ้อฉล, ใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย, มีผลประโยชน์ทับซ้อน และสมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย-ขาดภาวะผู้นำและความโปร่งใส, ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต และใช้อำนาจเครือข่ายพรรคพวกแทรกแซงการเลือก สว. และคนสุดท้ายนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย- สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ, แสวงหาประโยชน์บนความทุกข์ของประชาชนช่วงวิกฤต และร่วมโกงการเลือก สว.
บรรทัดนี้ก็อยากจะเสนอแนะฝ่ายค้านว่า การเปิดอภิปรายซักฟอกรัฐบาล ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคมนี้ และจะลงมติในวันที่ 30 ตุลาคมนั้น ควรเชิญ“เนเน่ รอยัล”เป็นแขกพิเศษขับกล่อมการอภิปราย เหมือนกับที่รัฐบาลเชิญ“สาวน้อยร๊อกสตาร์ วัย 16 ปี”ผู้นี้ เป็น“บิ๊กเซอร์ไพรส์”โชว์พลังเสียงในงานเลี้ยงรับรองผู้นำการเงินโลก เมื่อค่ำวันที่ 14 ตุลาคมวานนี้ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ถ้าเชิญ“เนเน่ รอยัล”มาได้-รับรองว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน“บันเทิงธิปไตย”แน่นอน และถ้า“เนเน่”ล็อคสเปกเลือกร้องเพลง“ซมซาน”ก็จะยิ่งทำให้วลีประดิษฐ์ในญัตติซักฟอกกับคำว่า“จิตใจผุพัง”ฟังดูสมเหตุสมผลยิ่งขึ้นไปอีก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

