ดัชนี RFTI ไตรมาส 3 พุ่ง 11.1% ราคาน้ำมันดีเซลสูงตามพลังงานโลก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ( สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน (RFTI) ไตรมาส 3 ปี 2569 เทียบไตรมาส 3 ปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 มีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาส 4 ปี 2569 ดัชนีจะมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปสงค์ในภาคการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
ทั้งนี้ดัชนี RFTI โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาส 3 ปี 2569 สูงขึ้น 11.1% จากไตรมาส 3 ปี 2568 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น 13.4% หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้น 3.8% หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้น 11.0%
ดัชนี RFTI โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาส 3 ปี 2569 สูงขึ้น 10.1% เป็นการสูงขึ้นของประเภทรถที่บริการขนส่งสินค้า ได้แก่ รถกระบะบรรทุก สูงขึ้น 10.9% รถพ่วง สูงขึ้น 9.0% รถตู้บรรทุก สูงขึ้น 11.3% รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้น 7.0% รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้น 7.3% รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้น 11.2% และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้น 7.8%
การสูงขึ้นของดัชนี ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี 2568 ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นตาม ตลอดจนความต้องการใช้บริการขนส่งในภาคอุตสาหกรรมและการค้าที่ยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับราคาค่าบริการให้สอดรับกับปริมาณการขนส่งและต้นทุนการดำเนินงาน
โดยเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2569 ดัชนีมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงต้นไตรมาสเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการบางส่วนได้ปรับโครงสร้างต้นทุนและบริหารจัดการเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะสั้น แต่ในภาพรวมยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านพลังงานและความผันผวนภายนอกอย่างใกล้ชิดต่อไป
สำหรับแนวโน้มดัชนี RFTI ไตรมาส 4 ปี 2569 ประเมินว่าดัชนียังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย ซึ่งสร้างความผันผวนต่ออุปทานพลังงานโลก ประกอบกับผลของฐานราคาในช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของดัชนีเมื่อเทียบกับปี 2568 ยังคงอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ความต้องการอุปโภคและบริโภคอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงผู้ประกอบการและผู้ค้าปลีกอาจมีการเร่งระบายสต๊อกสินค้าและส่งมอบสินค้าให้ทันก่อนช่วงวันหยุดยาว อีกทั้งความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมขนส่งบางพื้นที่เผชิญอุปสรรคและอาจต้องใช้เวลาหรือต้นทุนในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น
สำหรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าขนส่งถือเป็นต้นทางสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนวัตถุดิบ และระดับราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคปลายทางให้สูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

