กำเนิดเอ็นจีโอไทย! ต่อลมหายใจด้วยภาษีบาป และกำลังจะถูก กระชากสายออกซิเจนเส้นสุดท้าย
16 ตุลาคม 2569 เวลา 10:00 น.

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2569 น.ส.พรนภา เอี่ยมสำอางค์ นักกิจกรรมการเมืองและนักเขียน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Pornnapa Iamsamarng” ระบุว่า "กำเนิดเอ็นจีโอไทย: ต่อลมหายใจด้วยภาษีบาป และกำลังจะถูก "กระชากสายออกซิเจนเส้นสุดท้าย"
ถ้าพูดถึงคำว่า "เอ็นจีโอ" (NGOs) หรือกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน ภาพจำในหัวของคนไทยสมัยก่อนคือ "นักบุญผู้เสียสละ" "ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม" ที่ยอมทิ้งความสบายไปคลุกฝุ่นช่วยชาวบ้าน
แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป หน้ากากคนดีก็เริ่มหลุดลอก สังคมเริ่มตาสว่างและตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วคนกลุ่มนี้คือผู้พิทักษ์... หรือแค่กลุ่มคนที่แอบ "ย่องมาเงียบๆ กินเรียบนะคะ" ด้วยภาษีประชาชนมานานนับสิบปี?
แนวคิดของเครือข่าย "คนดีย์" เหล่านี้สรุปง่ายๆ ได้แค่บรรทัดเดียว คือ...
"เกลียดอำนาจรัฐ เกลียดทุนนิยม เกลียดการถูกตรวจสอบ แต่ดันอยากมีอำนาจและอยากมีเงิน โดยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงเอง!"
วันนี้เราจะพาไปขุดรากเหง้าของขบวนการนี้ ตั้งแต่ยุคป่าแตก ยุคแบมือขอฝรั่ง จนถึงยุคเสวยสุขบนกองภาษีบาป และจุดจบที่กำลังจะมาถึง เมื่อนักการเมืองเขี้ยวตันเดินมา "ถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ" แบบไม่ต้องเปลืองน้ำลายสักหยด!
- ปฐมบทคนดีย์ จากป่า สู่ยุคแบมือขอฝรั่ง
จุดกำเนิดที่แท้จริงของเครือข่ายเอ็นจีโอไทยสายสังคม ต้องย้อนกลับไปยุคหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ และ 6 ตุลาฯ เมื่ออดีตนักศึกษาที่เคยหนีเข้าป่า หอบเอาอุดมการณ์เอียงซ้ายกลับคืนสู่เมือง คนกลุ่มนี้เกลียดระบบราชการ ไม่อยากเป็นข้าราชการ และต่อต้านทุนนิยม ไม่อยากเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน ทางออกเดียวคือการตั้ง "องค์กรพัฒนาเอกชน" ขึ้นมาเคลื่อนไหว
ในยุคทศวรรษที่ 80s - 90s อุดมการณ์เหล่านี้มีชีวิตอยู่ได้เพราะ "เงินฝรั่ง" ครับ ยุคนั้นองค์กรต่างชาติ อย่าง Oxfam, Ford Foundation ขนเงินเข้ามาอุดหนุนมหาศาล จ่ายเงินเดือนให้เป็นกอบเป็นกำ เอ็นจีโอไทยแค่เขียนโครงการภาษาอังกฤษไปขอเงิน ก็ได้งบมาจัดค่าย ทำม็อบ ประท้วงรัฐบาลได้อย่างสบายใจ
แต่แล้ววิกฤตก็มาเยือน! เมื่อเศรษฐกิจไทยโตขึ้น ฝรั่งมองว่าไทยรวยแล้ว จึงพากันหอบเงินทุนย้ายหนีไปประเทศอื่น เอ็นจีโอไทยเลยอยู่ในสภาพ "แพแตก" ตกงานระนาว อุดมการณ์ที่เคยกินได้ กำลังจะพากันอดตายเพราะขาดน้ำเลี้ยง!
- แต่แล้วก็สวรรค์ทรงโปรด! ชุบชีวิตใหม่ด้วย "ภาษีบาป"
ในขณะที่เอ็นจีโอกำลังจะสูญพันธุ์ ฟ้าก็ส่งขอนไม้มาให้เกาะ ในช่วงปี พ.ศ. 2544 ประเทศไทยได้คลอดกฎหมายจัดตั้ง สสส. (และตามมาด้วย ไทยพีบีเอส ในเวลาต่อมา) โดยดึงเอา "ภาษีสรรพสามิตเหล้า-บุหรี่" มาตั้งเป็นกองทุนอิสระที่มีงบโอนเข้าอัตโนมัติทุกปี
ความฉลาดแกมโกงคือ การบิดคำว่า "สุขภาพ" ให้กลายเป็นคำว่า "สุขภาวะ" ที่มีความหมายกว้างครอบคลุมจักรวาล!
* ทำม็อบประท้วงโรงไฟฟ้า? = สุขภาวะสิ่งแวดล้อม (เบิกงบได้!)
* รณรงค์สิทธิชุมชน? = สุขภาวะทางสังคม (เบิกงบได้!)
* จัดเสวนาการเมือง? = สุขภาวะทางปัญญา (เบิกงบได้!)
จากนักเคลื่อนไหวไส้แห้ง กลายสภาพเป็น "เสือนอนกิน" อย่างสมบูรณ์แบบ มีเงินเดือนแพงลิ่ว มีสื่อกระบอกเสียงระดับชาติรองรับ ไม่ต้องง้อฝรั่ง ไม่ต้องง้อบริจาคชาวบ้าน เพราะเครื่องช่วยหายใจที่ชื่อว่า "ภาษีบาป" โอนเงินเข้าบัญชีเครือข่ายแบบอัตโนมัติปีละหลายพันล้านบาท!
- ความวิปริตของระบบตรวจสอบ 4 ปี ของนักการเมือง VS อำนาจนิรันดร์ของคนดีย์
ที่มันย้อนแย้งและต้องกลับมาย้ำในเรื่องนี้คือ "ระบบการตรวจสอบ" ลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ นะ
นักการเมืองที่เราด่าเช้าด่าเย็น... จะชั่วหรือดี พวกเขาก็มี "วันหมดอายุ" ทุกๆ 4 ปี ทำผลงานห่วย นโยบายพัง ประชาชนก็แค่กาบัตรไล่ลงหลุมไป
แต่เครือข่ายคนดีย์เหล่านี้ ครองอำนาจแบบ "ไม่มีวันหมดอายุ" ไม่ต้องลงเลือกตั้ง ไม่ต้องแคร์ว่าคนดูจะชอบรายการหรือไม่ อ้างแค่คำศักดิ์สิทธิ์ว่า "ฉันทำเพื่อสังคม" ก็กลายเป็นตั๋ว VIP ผ่านตลอด ใครบังอาจเข้าไปตรวจสอบเงินเดือนหรือค่าจ้างผลิตรายการ จะถูกรุมทึ้งและตีตราว่า "กำลังแทรกแซงความเป็นอิสระ" ทันที
ประชาชนคนเสียภาษีต้องทนดูคนกลุ่มนี้เอาเงินรัฐ (เงินพวกเรา) ไปตั้งป้อมค้านโปรเจกต์ของรัฐ ค้านการพัฒนาประเทศจนเสียโอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่ตัวคนค้านรับเงินเดือนฉ่ำๆ ไม่เดือดร้อนอะไรเลย
- กระชากสายออกซิเจน... เมื่อตู้เอทีเอ็มส่วนตัวถูกยึดคืน
แต่วันปาร์ตี้ก็ต้องมีวันเลิกรา เมื่อมติ ครม. ล่าสุด เตรียมชงกฎหมายดึงเงิน "ภาษีบาป" นับหมื่นล้านบาท กลับเข้าสู่คลังส่วนกลาง นี่คือฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางวงคนดีย์!
พอโดนยึดตู้เอทีเอ็ม บรรดาเครือข่ายก็ดิ้นพราด ดาหน้าออกมาโวยวายวาทกรรมเดิมๆ ว่า "นี่คือการแทรกแซงความเป็นอิสระ!"
แหม... ประทานโทษนะ รัฐบาลเขาไม่ได้แทรกแซงอุดมการณ์พวกคุณเลย เขาแค่ "เลิกจ่ายค่าขนมฟรี" ต่างหาก!
อยากด่ารัฐก็ด่าไปสิ แต่รัฐไม่ขอเป็นสปอนเซอร์โอนเงินให้คุณไปด่าเขาฟรีๆ แล้วนะ ตรรกะง่ายๆ แค่นี้ทำไมคนดีย์ไม่เข้าใจ?
เหล่าเอ็นจีโอต้องเดินก้มหน้ามาหยิบบัตรคิว เข้าสภาเพื่อชี้แจงของบประมาณรายปีเหมือนหน่วยงานทั่วไป ต้องยอมให้นักการเมืองที่คุณเคยด่า ซักฟอกว่าเงินทุกบาทคุ้มค่ากับภาษีชาวบ้านยังไง... หมดเวลาชงเอง กินเอง อนุมัติกันเองอีกต่อไป!
- ลาก่อน "เสือนอนกิน" สู่บททดสอบศรัทธาของจริง
การดึงงบภาษีบาปกลับเข้าคลัง ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบวินัยการเงิน แต่มันคืออวสานของ "รัฐอิสระซ้อนรัฐ" ที่แฝงตัวสูบงบประมาณเป็นอีแอบเกาะกินภาษีบาป เป็นการทวงคืนสิทธิ์ให้เจ้าของเงินตัวจริงได้กลับมาตรวจสอบเม็ดเงินของตัวเอง
ถึงเวลาแล้วที่บททดสอบคนดีย์จะเริ่มขึ้น... ในเมื่อพวกคุณพร่ำบอกมาตลอดว่าเป็น "ผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน" หลังจากนี้ก็ลอง "ตั้งกล่องรับบริจาค" ดูสิ ถ้าผลงานคุณมีประโยชน์ต่อสังคม สังคมขาดคุณไม่ได้จริงๆ ชาวบ้านย่อมพร้อมควักเงินสนับสนุนให้คุณอยู่รอด เหมือนที่ฝรั่งเคยให้ทุนสมัยก่อน
แต่ถ้าเปิดรับบริจาคแล้วไม่มีใครหยอดกระปุกให้... ก็จงยอมรับความจริงซะเถอะว่า ที่ผ่านมาประเทศนี้ไม่ได้ต้องการพวกคุณขนาดนั้น
และที่รอดตายมาได้ตั้ง 20 กว่าปี ก็เพราะเกาะเครื่องช่วยหายใจที่ชื่อว่า "ภาษีบาป" ต่อลมมาตลอดต่างหาก
ลาก่อนนะจ๊ะ... อดีตเสือนอนกินแห่งแดนคนดีย์!
บทความโดย #มนุษย์แบตเสื่อม "
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

