สกู๊ปพิเศษ : ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย จังหวัดตรัง สืบทอดวิถีความเชื่อจีนโบราณ ใช้แสงเทียนและตะเกียงน้ำมัน สะท้อนความศรัทธารุ่นสู่รุ่น

ที่ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย จังหวัดตรัง ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ยังคงรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวจีนไว้อย่างเหนียวแน่น โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือการไม่ใช้ไฟฟ้าภายในศาลเจ้า แต่ยังคงใช้แสงสว่างจากเทียนและตะเกียงน้ำมันตามแนวทางดั้งเดิม ขณะที่บริเวณภายนอกศาลเจ้ายังคงใช้ไฟฟ้าตามปกติ
เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านใน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าสำคัญ อาทิ องค์กิวอ๋องไต่เต่ หรือกิ๋วอ้วงฮุดโจ้ว ปั่กเต้าแชกุน หลั่งกวนไต่เต่ โป้ยเซียนโจ้วซือ ตั่วแป๊ะก๋ง และเจ้าพ่อเสือ รวมถึงบริเวณด้านข้างที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมและพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ผู้ที่เข้ามาสักการะจะพบกับบรรยากาศที่แตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไป มีเพียงแสงเทียนและแสงจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง ท่ามกลางความสงบและขรึมขลัง
การจุดเทียนและเติมน้ำมันตะเกียงไม่ได้เป็นเพียงการให้แสงสว่างแก่สถานที่ หากยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา โดยเปรียบแสงเทียนเสมือนแสงสว่างของชีวิต ผู้ที่ร่วมทำบุญถวายเทียนหรือเติมน้ำมันตะเกียงจึงเปรียบเสมือนการเติมแสงสว่างให้แก่ชีวิต เพื่อความเจริญรุ่งเรือง มีหนทางที่สดใส และพบเจอสิ่งที่ดีงาม สอดคล้องกับคติความเชื่อที่ว่า “แสงเทียนสว่างดังแสงธรรมนำชีวิต”
นอกจากวิถีการใช้แสงสว่างแล้ว รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและป้ายจารึกภายในศาลเจ้ายังสะท้อนถึงอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะป้ายชื่อศาลเจ้าด้านหน้า ซึ่งเขียนภาษาไทยในรูปแบบที่แตกต่างจากการสะกดคำในปัจจุบัน โดยปรากฏการเขียนแยกคำว่า “ศาล-จ้าว-กิ๊ว-อ๋อง-เอี๋ย” สันนิษฐานว่าอาจเป็นรูปแบบการถอดเสียงตามสำเนียงภาษาจีนที่ใช้ในอดีต
ขณะที่ป้ายสีน้ำเงินด้านหลังมีข้อความภาษาจีน ซึ่งมีการอ่านถอดเสียงตามที่ได้รับข้อมูลว่า “บ่าน ก้อ เอง เล็ง” และตีความในเชิงการสักการะว่า “ขอสดุดีแด่วีระชนผู้กล้านับหมื่น” ถือเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนร่องรอยทางวัฒนธรรมและความเชื่อของชุมชนชาวจีนในพื้นที่
นายจีระศักดิ์ ทับเที่ยง คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย ให้ข้อมูลว่า สำหรับประวัติความเป็นมาของศาลเจ้า มีการกล่าวถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับช่วง พ.ศ. 2326 ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีการอ้างอิงบันทึกของร้อยโทเจมส์ โลว์ (James Low) และเอกสารชื่อ *Journal of a Public Mission to Raja of Ligor* ซึ่งปรากฏในหนังสือชุด *Factory Records, Straits Settlements* เล่ม 98 ทั้งนี้ รายละเอียดที่เชื่อมโยงเอกสารดังกล่าวกับการก่อตั้งศาลเจ้าควรตรวจสอบกับต้นฉบับทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันลำดับเหตุการณ์และความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ยจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวิถีวัฒนธรรมจีนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่ การคงไว้ซึ่งแสงเทียนและตะเกียงน้ำมันภายในศาลเจ้า นับเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สะท้อนพลังแห่งศรัทธาและมรดกทางวัฒนธรรมของชาวตรังที่ยังคงมีชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน
ทรงวุฒิ นาคพล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

