คอลัมน์ : เส้นใต้บรรทัด

เด็กแข่งโกคาร์ท ผู้ใหญ่ฟาดกัน!
กรณีดราม่าการแข่งขันรถโกคาร์ทของ “น้องพายุ” (ด.ช.ธนวินท์ รังษีสิงห์พิพัฒน์) ลูกชายของดาราสาว ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในรายการ TrueVisions - TOYOTA Junior Kart Championships 2026 สนามที่ 1 ณ สนามพีระเซอร์กิตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี มีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้
วันแข่งขัน : น้องพายุ ลงแข่งขันในรุ่น Cadet B (อายุ 8-9 ขวบ) สังกัดทีม DT Motorsport ใช้รถหมายเลข 69 โดยน้องพายุโชว์ฟอร์มขับไล่กลุ่มผู้นำ และอาศัยจังหวะปาดแซงขึ้นนำในโค้งสุดท้าย เข้าเส้นชัยเป็น อันดับที่ 1 ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวและแฟนๆ
หลังจบการแข่งขันทันที : “ปอ” ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ (ผู้จัดการทีมและพ่อของ “น้องแมคลาเรน” คู่แข่งที่จบอันดับ 2) ได้ยื่นหนังสือประท้วงผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการผู้จัด โดยประเด็นที่ประท้วงคือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับสเปกเครื่องยนต์และชิ้นส่วนรถหมายเลข 69 โดยระบุว่า ใช้เสื้อสูบเครื่องยนต์รุ่นเก่า (IAME X30 Water Swift 60cc) ที่อาจมีการดัดแปลงต่างจากรถคันอื่นที่ใช้สเปก Standard รุ่นใหม่ ทำให้พิธีมอบรางวัลเกิดความล่าช้า
วันถัดมา (12 ตุลาคม 2569): ปอ-ตนุภัทร ชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดีย ยืนยันว่าการประท้วงไม่ได้ทำเพราะ “แพ้แล้วพาล”แต่ทำในฐานะผู้จัดการทีมเพื่อปกป้องกติกาและความเท่าเทียมของเด็กทุกคน ฝั่งทีมงาน DT Motorsport (ทีมเซอร์วิสรถของน้องพายุ) ก็ได้โต้กลับ พร้อมนำเอกสารและภาพถ่ายมาชี้แจง โดยยืนยันว่ารถหมายเลข 69 ผ่านการตรวจสภาพ (Scrutineering) จากกรรมการถูกต้อง 100% ก่อนลงสนาม ชิ้นส่วนเสื้อสูบเป็นอะไหล่แท้จากโรงงาน ไม่มีการดัดแปลงโกงกติกา
14 - 15 ตุลาคม 2569: ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) โดย
นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ (นายกสมาคมฯ) ได้ทำการตรวจสอบเครื่องยนต์ของรถหมายเลข 69 และตั้งโต๊ะแถลงผลสรุป
ร.ย.ส.ท. สรุปผลตรวจว่า รถหมายเลข 69 ของน้องพายุ ใช้เครื่องยนต์ “ผิดกติกาจริง” เนื่องจากหมายเลขหรือสเปกเสื้อสูบฝั่งกราบซ้ายไม่ตรงกับรุ่นมาตรฐานที่กำหนดให้เหมือนกันทุกคัน
ทางสมาคมฯ ระบุว่าหน้าที่ของ ร.ย.ส.ท. มีเพียงการตรวจสอบทางเทคนิคเท่านั้น ส่วนบทลงโทษ (เช่น การปรับแพ้ หรือการปรับไปอยู่อันดับสุดท้าย) เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขัน โดยคาดว่าผลของน้องพายุ จะถูกปรับให้ไปอยู่ลำดับสุดท้ายของสนามนี้ แต่จะไม่กระทบคะแนนสะสมรวมจากสนามอื่น
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ทั้งฝั่งที่มองว่าควรให้เกียรติฝีมือเด็กและการตัดสินควรจบตั้งแต่ในสนาม ขณะที่ฝั่งผู้ประท้วงยืนยันเรื่องความถูกต้องของกติกา และไฮโซปอได้ตอบคอมเมนต์เตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่พาดพิงด้วยถ้อยคำรุนแรง
“ปอ ตนุภัทร” เปิดใจผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ยอมรับคำตัดสินของ ร.ย.ส.ท. โดยมองว่าเรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 มุม คือ เรื่องความเสมอภาคในการแข่งขัน กับ การทำหน้าที่ของคนเป็นพ่อที่อยากให้ลูกอยู่ในกติกาเดียวกัน
ปอยังได้ฝากความรู้สึกและคำขอโทษไปยังครอบครัวของน้องพายุ รวมถึงแฟนคลับทุกคน พร้อมยกมือไหว้ขออภัย หากการตั้งคำถามเรื่องกติกาทำให้เกิดความเสียใจ โดยยืนยันว่าตนเองและคนในวงการมอเตอร์สปอร์ตมองน้องพายุเป็นลูกหลาน และชื่นชมในฝีมือการขับขี่ของน้องพายุมาโดยตลอด
“ถ้าการที่สอบถามเรื่องกติกาทำให้เกิดความเสียใจของคุณพ่อคุณแม่ คือ พี่น็อต พี่ชมพู่ รวมถึง FC ทุกท่าน ต้องกราบขออภัยที่ทำให้มีความเสียใจในวันนั้น... แต่หากมองย้อนกลับมา ผมก็คิดถึงความยุติธรรมที่ถูกต้อง และคิดถึงครอบครัวนักแข่งท่านอื่นๆ”
ปอ ได้เรียกร้องให้ ทีมช่าง (DT Motorsports) และ ผู้จัดการแข่งขัน ออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด พร้อมชี้ชัดว่าเด็กวัย 8-9 ขวบ รวมถึงผู้ปกครองอย่าง น็อต และ ชมพู่ ไม่มีทางรู้เรื่องหรือเลือกอะไหล่เครื่องยนต์มาใส่เองแน่นอน
ปอยอมรับด้วยความเศร้าว่า หลังถูกกระแสสังคมโจมตีว่า “แพ้แล้วพาล” ตนเองตกผลึกได้ว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ตนเอง “มีตำหนิ” จากคดีอุบัติเหตุเรื่องเรือ ทำให้ไม่ว่าจะพูดอะไรก็กลายเป็นความผิด และเสียใจที่เรื่องราวไปกระทบกับลูกที่ไม่เกี่ยวข้อง
“ผมผิดที่เหตุเกิดกับคนที่เป็นซูเปอร์สตาร์ ผมเป็นเพียงพ่อค้า แมคลาเรนถามว่าทำไมไม่ได้รับรางวัล มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ ผมตกผลึกว่าผมมีตำหนิ วันที่ผมมีคดีเรือ ไม่ได้ออกมาพูดอธิบาย เพราะถ้าพูดไปจะทำให้เกิดผล ทำให้วันนี้พอผมพูดอะไรมันก็ผิด เกิดกับผมไม่เป็นไร แต่ไปเกิดกับลูกผมซึ่งไม่เกี่ยวข้อง
...ผมอยากให้คนดูอยู่ถามใจว่าลูกผมทำอะไรผิด ผมวิงวอนให้มีการเข้าใจ ให้ความยุติธรรม ผมเป็นเพียงพ่อค้า ทำงานค้าขาย ต่างกันตรงนั้น แล้วผมก็เสียใจด้วยที่เห็นน้องร้องไห้ ลูกผมก็เสียใจที่ไม่ได้ขึ้นโพเดียม ทุกครอบครัวก็เหมือนกัน แต่เรามองภาพใหญ่ คือ สิ่งที่ถูกต้องที่สุด”
เขาบอกอีกว่า “ที่เฮิร์ทสุดๆ มีสองประโยค พ่อแม่รังแกฉันเลี้ยงลูกแพ้ไม่เป็น จะให้ลูกชนะอย่างเดียว มันเลยเป็นแบบนี้ ผมสอนลูกผมเสมอ เราต้องแพ้ให้เป็น แล้วเราจะกลับไปชนะ ผมมั่นใจว่า วันนี้ลูกผมได้เปรียบกว่าตัวผมที่ผมฝึกเขาตั้งแต่เด็ก มั่นใจว่าลาเรนจะเติบโตและเป็นแชมป์ได้ ผมเลยสอนลูกผมให้ฝึกแพ้”ปอ-เล่าถึงเหตุการณ์ในวันแข่งขันว่า ตนไม่ใช่ผู้ปกครองคนแรกที่ขึ้นไปประท้วง แต่มีอีกครอบครัวหนึ่งขึ้นไปสอบถามก่อนแล้ว ทว่า ไม่เป็นผล ตนจึงเข้าไปขอตรวจสอบด้วยตัวเอง ซึ่งความล่าช้าส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กๆ ที่รอขึ้นโพเดียมเกือบ 20 คน ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถาม 2 จุดใหญ่ไปยัง “ทีมช่างที่เปลี่ยนเครื่องยนต์” ว่าคลุกคลีมานาน เหตุใดจึงไม่ทราบว่าเครื่องยนต์ดังกล่าวห้ามใช้ในรุ่นเด็ก และ “ผู้ตรวจสภาพรถ” ว่า ปล่อยให้ผ่านการตรวจสอบมาได้อย่างไร ทั้งที่เครื่องยนต์มีความแตกต่างชัดเจน จึงอยากเรียกร้องให้ผู้จัดและผู้เกี่ยวข้องโดยตรงออกมารับผิดชอบ อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดของฝ่ายเทคนิคตกมาเป็นภาระทางจิตใจของเด็กและครอบครัวนักแข่ง
นอกจากนี้ ปอ-ยังได้กล่าวชื่นชมฝีมือการขับและเทคนิคของ “น้องพายุ” พร้อมย้ำหนักแน่นว่า เรื่องเครื่องยนต์ผิดสเปคกนี้ เด็กไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้เรื่องอย่างแน่นอน รวมถึงเชื่อมั่นว่าครอบครัวของน็อตและชมพู่ก็ไม่มีทางทราบเรื่องดังกล่าว ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองยังคงปกติ จบการแข่งขันก็ยังจับมือพูดคุยกันดี
ส่วนของผลการแข่งขัน ปอยืนยันว่า น้องแมคลาเรนจะไม่ขอรับตำแหน่งแชมป์ แต่อยากคงไว้ที่อันดับ 2 ตามเดิม และเสนอให้ผู้จัดทำการรีแมตช์แข่งขันใหม่อีกครั้งโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนได้พิสูจน์ฝีมือกันอย่างสบายใจและไม่มีอะไรติดค้างในใจ
ส่วนประเด็น “เบนซ์ พริกไทย” ภรรยา โพสต์ข้อความ “กูก็ลูกพระยานาหมื่น” ปอขอโทษแทนภรรยา พร้อมชี้แจงว่าเป็นคอนเทนต์ติดตลกตามแผนงานปกติของทีมครีเอทีฟ ซึ่งบังเอิญลงผิดจังหวะเวลาจนทำให้ถูกนำไปโยง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดราม่านี้ และได้ทำการตักเตือนทั้งทีมงานและภรรยาเรียบร้อยแล้ว
ส่วน ทีม DT Motorsport ต้นสังกัดและทีมช่างดูแลรถของ “น้องพายุ” ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก
อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า “ทีม DT Motorsport ขอน้อมรับคำตัดสินของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) โดยไม่มีข้อโต้แย้ง และขอโทษทุกฝ่ายสำหรับการตีความใบรับรองมาตรฐาน (Homologation Form) ที่ไม่ตรงตามเจตนาของโรงงาน IAME ความผิดพลาดนี้
เป็นของทีมทั้งหมด ไม่ใช่ของน้องพายุ ซึ่งเป็นเด็กที่ขับรถตามที่ทีมเตรียมให้
ทั้งนี้ ข้อความในเอกสารของโรงงานได้สร้างความสับสนให้แก่ผู้จัดการแข่งขัน รวมถึงทีมตรวจสภาพจากโรงงาน IAME ซึ่งมีความเข้าใจในทิศทางเดียวกับทีมเช่นกัน ทีมขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีเจตนาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันแต่อย่างใด
นับจากนี้ไป ทีมจะใช้ความระมัดระวังในการตีความกฎกติกามากยิ่งขึ้น โดยจะสอบถามผู้จัดการแข่งขัน ผู้ควบคุมกติกาและโรงงานผู้ผลิตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อให้เข้าใจข้อกำหนดทุกประการอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ทีมขอใช้พื้นที่นี้ขอโทษครอบครัวของน้องพายุ และขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนที่มีให้ทีมเสมอมาขอโทษน้องๆ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่านและครอบครัว ขอโทษผู้ที่ติดตามและให้กำลังใจน้องพายุทุกท่านที่ทำให้ผิดหวัง และขอโทษ ร.ย.ส.ท. ผู้จัดการแข่งขัน คณะกรรมการ และทุกครอบครัวในรุ่น Cadet B ที่ทำให้เกิดความสับสนและความวุ่นวาย
สำคัญที่สุด ทีมขอแสดงความยินดีกับนักแข่งทุกท่านที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งผู้ที่จบบนโพเดียมผู้ที่ได้แชมป์ประจำปี และทุกท่านที่ก้าวข้ามใจตนเองมาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้
สรุป : เรื่องใหญ่ที่สังคมต้องเรียนรู้ร่วมกันจากเหตุการณ์นี้คือ “กติกา” ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกติกาและการเรียกร้องให้ตรวจสอบเป็นสิ่งที่ทำได้ เหนือสิ่งอื่นใด อย่าลืม “ปกป้องความรู้สึกของเด็ก” ที่กำลังเรียนรู้และเติบโต ผู้ใหญ่ต้องสร้างความเข้าใจ ให้ความรัก และไม่ก่อแรงกระแทกเข้าสู่เด็ก ไม่ว่าเด็กคนไหนก็ตาม ใน “สนามชีวิต” แห่งนี้
จิตกร บุษบา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

