บุคคลแนวหน้า : 17 ตุลาคม 2569 (คชสีห์)

nn แนวหน้า หนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง...การเมืองบ้านเรา หนีไม่พ้นคนชื่อ “ทักษิณ”จริงๆ...วันดีคืนดี “ทักษิณ ชินวัตร” ก็ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิในการได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2568.
..nn “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความส่วนตัวของ “ทักษิณ” ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้เอาไว้ 2 วันไล่เลี่ยกัน ครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ 12 ตุลาคม อ้างว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ซึ่งหวังว่าจะมีการตีความแบบกว้าง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยพิจารณาอย่างรอบด้านจริงๆ ซึ่งเป็นการยื่นในคดีที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทั้งหมด ไม่ได้มีการแยกเป็นคดีอะไร
...nn“การยื่นของท่านต้องการล้างมลทิน ท่านต้องการทำให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น การยื่นนี้ท่านต้องการล้างมลทินเรื่องที่กล่าวหาท่าน และท่านได้รับโทษท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข ท่านอายุมากแล้ว และประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร”
...nnและครั้งล่าสุดสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมาโดยชี้แจงว่า จุดมุ่งหมายของกฎหมายฉบับนี้คือการยุติความขัดแย้งในประเทศที่สร้างความเสียหายมานานกว่าสิบปี ซึ่ง “ทักษิณ” ถือเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากแรงจูงใจทางการเมือง ข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริตหรือการแก้กฎหมายเพื่อเอาผิด ล้วนเป็นผลพวงจากการใช้อำนาจและการตีความเปรียบเสมือนทฤษฎีที่ “ทักษิณ” เคยกล่าวไว้ว่า เป็นผลไม้ที่เกิดจาก “ต้นไม้พิษ”
...nn ทนายความ ยังย้ำด้วยว่า การขอรับสิทธิครั้งนี้ไม่ได้ทำไปเพื่อนำไปเป็นคุณสมบัติทางการเมืองหรือเพื่อรับตำแหน่งใดๆ เนื่องจาก “ทักษิณ” มีอายุมากแล้วและเพียงต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างปกติ ในฐานะผู้ที่ถูกกระทำทางการเมืองมาโดยตลอด
...nn ทั้งนี้ “ฉัตรชัย บางชวด” ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข อธิบายถึงกระบวนการขั้นตอนการพิจารณาว่า ต้องนำคำร้องเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน “นายทักษิณ มีสิทธิยื่นและหากยื่นมาแล้ว จะต้องนำเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายที่จะพิจารณาได้หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายก็จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มี “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
...nn “เรื่องของการยื่นมีหลักการอยู่แล้ว ต้องมาดูว่ามีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ถ้าเป็นคดีทั่วไปไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องก็ไม่เข้าข่าย ซึ่งหลายกรณีอาจต้องมีการอ้างหลักฐานหรือมูลเหตุทางการเมือง”
...nn ความคืบหน้าล่าสุด ปลัดสำนักนายกฯ ยอมรับว่าขณะนี้เรื่องได้ยื่นเข้ามาแล้วอยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน โดยกรอบตามกฎหมายกำหนดกรอบเวลาคือ 180 วัน ซึ่งอยู่ในกระบวนการนี้ และสามารถขยายเวลาได้2 ครั้ง
...nn ขณะที่ “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ชี้แจงว่าหลังจากที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองรับเรื่องแล้ว จะมีการพิจารณาแล้วนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาอีกครั้ง แต่ขณะนี้เรื่องยังไม่ถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ ส่วนกรณีนี้ จะเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ต้องพิจารณารายละเอียดที่ยื่นกับคณะอนุกรรมการ
...nn อย่างไรก็ตาม แม้ “ทักษิณ” จะยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมเข้ามาแล้ว แต่เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะได้รับการล้างผิดไปแบบง่ายๆ ที่สำคัญ อาจจะไม่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษฯด้วยซ้ำ โดย “วัส ติงสมิตร” อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ให้ความเห็นไว้ว่า “สาระสำคัญของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้อยู่ที่ มาตรา 3 ซึ่งยกเว้นเด็ดขาดมิให้นิรโทษกรรมในคดีทุจริตประพฤติมิชอบ ความผิดมาตรา 112 และความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส”
...nn ดังนั้น แม้ตาม มาตรา 6 (1) จะให้อำนาจคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขในการวินิจฉัยชี้ขาดและให้คำวินิจฉัยนั้นถือเป็นที่สุด แต่คณะกรรมการฯ จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายแม่บทอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบทบัญญัติห้ามมิให้นิรโทษกรรมคดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบตามมาตรา 3
...nn “จตุพร พรหมพันธุ์” อดีตประธาน นปช. มองว่า “ทักษิณตัดสินใจยื่น ย่อมรู้อะไรเป็นอย่างดีและเป็นการยื่นในห้วงเวลาที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่คดีที่ทักษิณเหลืออยู่แทบเป็นความว่างเปล่า เพราะมีแต่คดี 112 ในศาลอุทธรณ์ ปัญหาคือทักษิณกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเปิดเกมรุกทั้งศาลภาษีและอ้างสิทธิตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจะล้างมลทินอย่างไร จึงน่าสนใจที่สุด”!!...nn
คชสีห์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

