น้ำท่วมดัน‘ผัก’แพงขึ้น3.5เท่า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมดันราคาผักสดในกลุ่ม TOP 5 ประกอบด้วย ผักชี โหระพา ผักบุ้งจีน คะน้า และกวางตุ้ง พุ่งเฉลี่ย 3.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปกติ จากผลกระทบของน้ำท่วมต่อพื้นที่ปลูกผักสำคัญในภาคกลางและภาคตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผักหลักของประเทศ ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง
สำหรับปัจจัยหลักที่ดันราคาผักสดให้ปรับสูงขึ้น มาจากผลของน้ำท่วมที่กระทบหลายส่วนในห่วงโซ่อุปทาน และแรงหนุนจากอุปสงค์ในช่วงเทศกาลกินเจ โดยอุปทานถูกกระทบจากน้ำท่วมมีสาเหตุ คือ 1.แหล่งปลูกผักขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคตะวันตกมีสัดส่วนสูงถึง 55%-70% ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก ทำให้มีผลผลิตลดลง 2.ค่าขนส่งปรับสูงขึ้น 3.ต้นทุนของเสียเพิ่มขึ้น และ 4.ต้นทุนสารเคมีและยาเพิ่มขึ้น
ขณะที่ความต้องการบริโภคผักเพิ่มขึ้นในช่วงกินเจ วันที่ 10-18 ตุลาคม 2569 จะดันราคาผัก ในภาวะที่อุปสงค์ขยายตัวในช่วงที่อุปทานมีอยู่อย่างจำกัด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ราคาผักสดมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลงในช่วงปลายปีจากการฟื้นตัวของอุปทาน หลังจากผ่านพ้นช่วงน้ำท่วมและสิ้นสุดเทศกาลกินเจ โดยในช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคม ราคาผักสดจะทยอยปรับลดลง เนื่องจากเริ่มมีผลผลิตรอบใหม่บางรายการออกมา และราคาผักสดในกลุ่ม TOP 5 อาจปรับลดลงอย่างชัดเจนในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ให้มาเฉลี่ยที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จากเดิมที่เคยเฉลี่ยสูงถึง 135 บาทต่อกก.ในช่วงน้ำท่วมและกินเจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

