สทนช.เตือนภาคใต้รับมือ ฝนถล่มหนัก ช่วงวันที่17-21ตุลาคมนี้

สทนช.เตือนภาคใต้รับมือ
ฝนถล่มหนัก
ช่วงวันที่17-21ตุลาคมนี้
อุตุฯเผย25จังหวัดยังมีฝน
กรุงเก่ายังจมแม้น้ำเริ่มลด
สทนช.สรุปสถานการณ์น้ำท่วมยังเกิดขึ้นหลายพื้นที่ เตือนภาคใต้รับมือฝนหนัก 17-21 ตุลาคมนี้ ด้านกรมอุตุฯ แจ้งมีฝนหนัก 25 จังหวัดลมกระโชกแรง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ชาวกรุงเก่ายังอ่วมน้ำท่วมหนัก แม้เขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำแล้ว ขณะที่กู้ภัยลุยน้ำช่วยลุงวัย 63 ป่วยติดค้างในบ้านเหตุห่วงสัตว์เลี้ยง ไม่ยอมอพยพ ต้องอดอาหารเพราะขาดการติดต่อหลายวัน ก่อนนำส่ง รพ.รักษาด่วน
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ดังนี้ 1.สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จ.ตาก 41 มิลลิเมตร (มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา 37 มม. ภาคกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา 35 มม. ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี 57 มม. ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี 96 มม.และ ภาคใต้ จ.สตูล 55 มม.
สทนช.เตือนภาใต้มีฝนหนัก
- สภาพอากาศ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง คาดการณ์ช่วงวันที่ 17-21 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นยังคงปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกและอ่าวไทย ขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้
ภาพรวมอ่างฯมีปริมาณน้ำ82%
3.สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำรวม 82% ของความจุเก็บกัก 66,462 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 75% (42,334 ล้าน ลบ.ม.) 4.สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค ดังนี้ ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,080 ล้าน ลบ.ม. (76%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,522 ล้าน ลบ.ม. (71%) ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,291 ล้าน ลบ.ม. (69%) ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,767 ล้าน ลบ.ม. (87%) ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 27,412 ล้าน ลบ.ม. (97%) และภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,389 ล้าน ลบ.ม. (69%) 5.สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 9,431 ล้าน ลบ.ม. (70%) เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 7,767 ล้าน ลบ.ม. (82%) เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำ 788 ล้าน ลบ.ม. (84%) เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 804 ล้าน ลบ.ม. (92%)
แนวโน้มระดับน้ำเจ้าพระยาลด
6.สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 34.86 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.39 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 24.31 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.90 ม.) มีแนวโน้มลดลง สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,651 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำ 21.75 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.95 ม.) ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,800 ลบ.ม. ต่อวินาที มีระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.47 ม.รทก. ระดับน้ำท้ายเขื่อน +14.05 ม.รทก.
กรมอุตุฯแจ้งภาคใต้ฝนหนัก
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจจะเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทย และอ่าวไทย
อันดามันคลื่นสูงกว่า2เมตร
สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
กทม.มีฝนร้อยละ60ของพื้นที่
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ดังนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณ จ.ตาก และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณ จ.เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมถึง กทม.และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ภาคใต้ทั้ง2ฝั่งฝนตกร้อยละ60
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และนราธิวาส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร และภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
กรุงเก่ายังจมแม้น้ำเริ่มลดลง
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา สถานการณ์น้ำท่วมหลายชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำน้อย และคลองสาขา ยังคงได้รับผลกระทบ แม้ว่าเขื่อนเจ้าพระยา จะปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 1,800 ลบ.ม.ต่อวินาที และเขื่อนพระราม 6 ลดลงเหลือ 439 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเริ่มลดลง โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,352 หมู่บ้าน 68 ชุมชน 70,635 ครัวเรือน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 6 ต.บ้านแพน อ.เสนา ซึ่งเป็นอีกชุมชนริมแม่น้ำน้อย ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำ ยังคงถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 2 เมตร แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง ถนนภายในชุมชนยังคงถูกน้ำท่วม ประชาชนยังต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกจากบ้าน
ชาวเสนาโอดน้ำมาตั้งตัวไม่ทัน
น.ส.เพ็ญศรี เกตุชูโชติ อายุ 71 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ระบุว่า ปลูกบ้านอยู่ริมแม่น้ำ โดยน้ำท่วมปีนี้มาช้าแต่มาเยอะมาก เตรียมตัวไม่ทัน ข้าวของเครื่องมือทำมาหากินที่เก็บไว้ใต้ถุนบ้านได้รับความเสียหาย ส่วนเงินช่วยเหลือเยียวยาได้รับแล้ว ปีนี้ไม่ยุ่งยาก เพราะคนที่ประสบเหตุ ก็คนเดิมๆ อยู่แล้ว ซึ่งเราก็เตรียมหลักฐานทุกอย่างครบ แต่ไม่ต้องเช็คหลายรอบเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องมาเช็คว่าปลอมหรือไม่
ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน พื้นที่ อ.เสนา ยังคงมีน้ำท่วมใน 17 ตำบล 131 หมู่บ้าน 7 ชุมชน รวม 10,702 ครัวเรือน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง
กู้ภัยฝ่าฝนช่วยลุงติดในบ้าน
ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยกู้ภัยต้องฝ่าฝนตกหนัก ล่องเรือ ลุยน้ำท่วมสูง ฝ่าร่องสวนไปช่วยเหลือชายวัย 63 ปี ที่ติดอยู่ในบ้านเลขที่ 34 หมู่ 11 ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลายวัน และขาดการติดต่อเพราะไม่มีโทรศัพท์ แถมไฟฟ้าที่บ้านก็ถูกตัด ต้องอดอาหารจนร่างกายอิดโรย แถมขาบวมและลูกอัณฑะบวม จนเพื่อนบ้านทนไม่ไหว ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เจ้าตัวยังห่วงไก่ที่เลี้ยงไว้ ยังไม่ยอมอพยพออกมา ขณะที่หมูป่า ราว 50 ตัว ได้ตายไปกับน้ำท่วมก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้นำชุมชนได้พยายามเกลี้ยกล่อม ที่สุดชายคนดังกล่าว ก็ยอมให้ทางกู้ภัยพาตัวออกจากบ้าน ก่อนส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลพุทธโสธร ทราบชื่อคือ นายมนตรี ศรีรัตนฆร อายุ 63 ปี
ห่วงสัตว์เลี้ยงไม่อพยพแต่แรก
นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช แอดมินเพจท็อปเรารักแปดริ้ว และกู้ภัยฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา รับแจ้งจากสาธารณสุข อบต.บางตีนเป็ด ว่ามีชายติดอยู่ในบ้านพัก และมีอาการป่วย รวมทั้งไม่ได้รับประทานอาหารเพราะขาดการติดต่อ ซึ่งเพื่อนบ้านเคยพยายามสอบถาม ก่อนจะทราบว่าเจ้าตัวไม่ยอมอพยพออกจากบ้านเพราะเป็นห่วงบ้านและสัตว์เลี้ยง จากนั้นจึงมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้นำชุมชน เข้าช่วยเหลือ โดยระหว่างทางต้องฝ่าร่องสวน และกระแสน้ำที่ท่วมสูง ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างหนัก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานอย่างมาก และกว่าจะฝ่าพื้นที่เข้าไปถึงบ้านของนายมนตรี ต้องใช้เวลาประมาณ 30 นาที และเมื่อไปถึงพบว่านายมนตรี อยู่ในสภาพอิดโรย เนื่องจากไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว อีกทั้งสภาพความเป็นอยู่ภายในบ้านค่อนข้างลำบาก
นอกจากนี้เจ้าตัวยังนำไก่ที่เลี้ยงไว้ขึ้นไปไว้บนชั้น 2 ของบ้านเพราะด้านล่างน้ำท่วมทั้งหมด ขณะที่หมูป่าซึ่งนายมนตรี เลี้ยงไว้ประมาณ 50 ตัว ตายจากสถานการณ์น้ำท่วมทั้งหมด
นำตัวส่งรพ.รักษาอาการป่วย
ทั้งนี้ ในช่วงแรกนายมนตรี ยังเป็นห่วงบ้านและห่วงไก่ที่เลี้ยงไว้ ยังไม่ยอมออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชนจึงช่วยกันพูดเกลี้ยกล่อม ว่าจะดูแลไก่ให้ ทำให้นายมนตรี ใจอ่อนยอมออกจากบ้าน ก่อนจะถูกพาขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาอาการป่วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

