ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ก.ย.69 เพิ่มขึ้น 6.8% ตามต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบที่สูงขึ้น

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 113.7 เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2568 สูงขึ้น 6.8% สูงขึ้นจากดัชนีราคาเกือบทุกหมวด เนื่องจากราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่สูงกว่าปีก่อนหน้า เป็นผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเนื่องจากการเจรจาของสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังไม่ได้ข้อยุติ อีกทั้งซาอุดีอาระเบียได้ปิดซ่อมแซมท่อส่งน้ำมัน East - West Pipeline ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันและพลังงานของโลก โดยมีรายละเอียดดังนี้
โดยดัชนีราคาหมวดที่สูงขึ้น ได้แก่ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้น 4.3% จากการสูงขึ้นของไม้แบบ บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน หมวดซีเมนต์ สูงขึ้น 0.3% จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนกาวซีเมนต์ จากต้นทุนราคาพลังงาน (ถ่านหิน) สูงขึ้น หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 9.2% จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) ปรับสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล
หมวดกระเบื้อง สูงขึ้น 4.0% จากการสูงขึ้นของแผ่นหลังคาโปร่งแสง กระเบื้องเคลือบปูพื้น บัวเชิงผนัง PVC และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) ซึ่งใช้ในกระบวนการผลิต หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้น 2.2% จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิคทาภายนอกและภายใน ตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซี่เรซิน ตัวทำละลาย) หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้น 4.8% จากการสูงขึ้นของอ่างล้างหน้าเซรามิก กระจกเงา ราวจับสเตนเลส จากต้นทุนสูงขึ้นทั้งวัตถุดิบและพลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตปรับสูงขึ้น
หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 13.3% จากการสูงขึ้นของสายไฟทุกชนิด อาทิ สายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และสายไฟฟ้า VAF ตามราคาทองแดงในตลาดโลกที่ระดับราคาทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปีจากอุปทานที่ตึงตัว เป็นผลจากการหยุดการผลิตของเหมืองทองแดงที่สำคัญๆ ในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่ความต้องการใช้ทองแดงและสายไฟยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ สูงขึ้น 19.8% จากราคายางมะตอย สูงขึ้นมากตามราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค และวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย) สูงขึ้นเนื่องจากเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ดัชนีราคาหมวดที่ลดลง ได้แก่ หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 0.8% จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี เนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาสูง
สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างไตรมาสที่ 4 ปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า จากหลายปัจจัย ดังนี้ 1. ต้นทุนราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค (ตะวันออกกลาง รัสเซีย - ยูเครน) ที่ยังคงยืดเยื้อและการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ
2.ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างภาครัฐของโครงการต่อเนื่องด้านสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐาน และการซ่อมแซม ถนน อาคาร ที่พักอาศัย หลังเกิดภัยพิบัติ
3.ราคาสินค้าโลหะพื้นฐานที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น อาทิ ทองแดง อลูมิเนียม เนื่องจากมี ความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

