วิกฤตหนัก! อินโดนีเซียอ่วมหมอกควันไฟป่า “ปาลังการายา” ท้องฟ้าส้มแดง-PM2.5 ทะยานแตะ 2,512 ไมโครกรัม

“ปาลังกา รายา” อินโดนีเซีย จมฝุ่นพิษขั้นวิกฤต PM2.5 พุ่งทะลุ 2,500 ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มแดง
เกิดเหตุวิกฤตหมอกควันข้ามแดนและไฟป่าครั้งรุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้เมืองปาลังการายา จมอยู่ในมลพิษทางอากาศขั้นเลวร้าย ค่า PM2.5 พุ่งสูงทะลุ 2,500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มแดงราวกับฉากในภาพยนตร์วันสิ้นโลก ชาวบ้านป่วยระบบทางเดินหายใจถ้วนหน้า ขณะที่ประชาชนรวมตัวประท้วงเรียกร้องสิทธิในการหายใจ

สถานการณ์วิกฤตหมอกควันอินโดนีเซีย (13 - 15 ต.ค.)
สื่อรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ประเทศอินโดนีเซียเผชิญวิกฤตหมอกควันหนาทึบจากเหตุไฟป่าและการเผาพื้นที่ทางการเกษตร ภาพถ่ายจาก เมืองปาลังการายา (Palangka Raya) จังหวัดกาลิมันตันกลาง เผยให้เห็นปรากฏการณ์ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มผิดปกติ ปลูกสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

14 ตุลาคม 2569 วิกฤตมลพิษทางอากาศทวีความรุนแรงขึ้น ดัชนีคุณภาพอากาศและ ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2,512 µg/m³ (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) อ้างอิงตามรายงานของหน่วยงานรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นระดับอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพขั้นสูงสุด
ล่าสุด 15 ตุลาคม 2569 กลุ่มประชาชนในพื้นที่ได้รวมตัวกันเรียกร้อง "สิทธิในการหายใจอากาศสะอาด" ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงยืดเยื้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่และทางการอินโดนีเซียกำลังเร่งระดมกำลังเพื่อระงับเหตุไฟป่าอย่างเต็มกำลัง

วิกฤตฝุ่นพิษ PM2.5 ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านในเมืองปาลังการายาอย่างหนัก โดยพบว่ามีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยอาการทางระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการแสบตา ตาแดง และมองเห็นลำบากจากหมอกควันหนา มีอาการหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง และแน่นหน้าอก ค่าฝุ่นที่สูงเกินมาตรฐานหลายเท่าตัวส่งผลเสียต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวอย่างรุนแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

