สตม.บุกทลายแก๊งไนจีเรีย! ล่อซื้อโคเคนขยายผลค้นห้องยึด 101 กรัม แฉมุกแสบเอาชอล์ก-เบคกิ้งโซดาผสมเพิ่มกำไร

สตม.บุกทลายเครือข่ายยาเสพติดแก๊งไนจีเรีย! ล่อซื้อโคเคนคารถก่อนขยายผลค้นห้องพักยึดของกลาง 101 กรัม แฉพฤติกรรมสุดแสบเอาชอล์ก-เบคกิ้งโซดาผสมเพิ่มกำไร เงินหมุนเวียนทะลุ 2 ล้านบาท
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล รอง ผบช.สทส. ช่วยราชการ สตม., พล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และ พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 สนธิกำลังร่วมกับ กก.ปอพ. บก.สส.สตม., นปส.นานา กก.1 บก.ปส.1 บช.ปส. และสำนักงาน ป.ป.ส. ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและค้ายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า MR.F อายุ 42 ปี สัญชาติไนจีเรีย มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายโคเคนให้แก่ชาวต่างชาติ จึงวางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อและนัดหมายส่งมอบยาเสพติด กระทั่งผู้ต้องหาขับรถยนต์มาส่งมอบโคเคนบรรจุในห่อพลาสติกสีดำ 4 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 2.4 กรัม เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามและแสดงตัวเข้าตรวจค้นบริเวณริมถนนประเสริฐมนูกิจ หลังผู้ต้องหาพยายามหลบหนีจากการตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อซุกซ่อนอยู่ จึงแจ้งข้อหา ‘จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน’
ระหว่างการขยายผล เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ ซึ่งเป็นจุดนัดพบของกลุ่มชาวต่างชาติผิวสี เมื่อกลุ่มเป้าหมายเห็นเจ้าหน้าที่จึงแตกตื่นวิ่งหนีอลหม่าน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวตรวจสอบเอกสารพบ MR.C อายุ 21 ปี สัญชาติไนจีเรีย อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จึงจับกุมในข้อหา ‘เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด’
จากการสอบสวนขยายผล MR.F ผู้ต้องหารายแรก ระบุว่า รับโคเคนมาจากชายชาวต่างชาติพักย่านอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์จนพบบุคคลเป้าหมายเดินลงมาจากชั้น 2 ทราบชื่อคือ MR.C อายุ 43 ปี สัญชาติไนจีเรีย ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ และตรวจสอบพบเป็นบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นภายในห้องพักพบของกลางโคเคนน้ำหนักประมาณ 101 กรัม (มูลค่าตลาดกว่า 400,000 บาท) ถุงพลาสติกแบ่งบรรจุ และเครื่องชั่งดิจิทัลจำนวนมาก
ที่น่าตกใจคือ เจ้าหน้าที่ยังพบชอล์กเขียนกระดานดำและเบคกิ้งโซดาจำนวนมาก พร้อมเครื่องปั่นและถ้วยตวง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่านำมาผสมกับโคเคนเพื่อเพิ่มปริมาณและทำกำไรให้ได้มากขึ้นโดยไม่สนผลกระทบต่อสุขภาพของผู้เสพ
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ‘มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต’ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฝากประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนและเจ้าของสถานประกอบการ ช่วยสอดส่องดูแล หากพบเห็นบุคคลต่างชาติมีพฤติการณ์น่าสงสัยหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ทันทีเพื่อความปลอดภัยของสังคม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง







