ตะลอนเที่ยว : พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ - Musée du Louvre

เวลาใครก็ตามเมื่อได้ไปเที่ยวกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ถ้าหากไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ก็อาจจะกล่าวได้ว่ายังไม่ได้สัมผัสสาระสำคัญของกรุงปารีส หรืออาจจะบอกได้ว่ายังไปไม่ถึงกรุงปารีส
ถามว่าทำไมต้องไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ตอบสั้น ๆ ชัด ๆ ว่า เพราะเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะชั้นนำของโลกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดการเข้าชม อีกทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการยกย่องว่ามีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของโลก และมีอายุเก่าแก่มากที่สุดด้วย ส่วนความใหญ่โตมโหฬารนั้น ไม่ต้องพูดถึง เพราะได้รับการบันทึกว่าใหญ่โตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีสถิติผู้เข้าชมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกด้วย แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือเป็นสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงงานศิลปะล้ำค่า และโบราณวัตถุที่ไม่สามารถประเมินราคาได้กว่า 35,000 ชิ้น (แต่มีโบราณวัตถุรวมทั้งหมด 615,000 ชิ้น) เป็นศิลปะตั้งแค่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ไล่เรื่อยมาจนถึงศตวรรษที่ 19 แบ่งเป็นหมวดหมู่ทั้งหมด 8 ชนิด คือ กรีก-โรมัน-อีทรัสกัน อียิปต์ ศิลปะอิสลาม ประเทศในแถบตะวันตก ตะวันออกใกล้ (เมโสโปเตเมียและเปอร์เซีย) แล้วยังแบ่งย่อยเป็นภาพวาด ประติมากรรม ศิลปะการตกแต่ง ภาพพิมพ์และภาพลายเส้น รวมถึงเพชรพลอยอัญมณีล้ำเลอค่า เป็นต้น
เวลาเราพูดถึงงานศิลปะชื่อก้องโลกในลูฟวร์ ก็จะนึกถึง ภาพวาดโมนาลิซา (ของลีโอนาร์โด ดา วินซี) รูปสลักหินอ่อน วีนัส เดอ มิโล เทพีไนกีแห่งซาโมเทรซ และศิลปะวัตถุจากอียิปต์อีกมากมาย
พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1793 ในสมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เคยเป็นพระราชวังหลวงมาก่อน แต่ก่อนจะถูกใช้เป็นพระราชวังหลวงนั้น ที่แห่งนี้เคยเป็นป้อมปราการของปารีสมาก่อน โดยสร้างใน ค.ศ. 1190 รัชสมัยพระเจ้าฟิลิป ที่ 2 จนกระทั่งสุดท้ายได้แปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกมนุษย์ โดยมีกำเนิดในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส โดยหลังจากนั้นสภาแห่งชาติฝรั่งเศสมีมติให้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการเมือง 10 สิงหาคม ค.ศ. 1793
แต่เมื่อเวลาไปเที่ยวชมลูฟวร์ หลายคนจะให้ความสนใจกับปิรามิดแก้ว ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบโดย I.M. Pei (ชาวจีน-อเมริกัน) สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ ค.ศ. 1988 จนสุดท้ายกลายเป็น landmark ของลูฟวร์ไปโดยปริยาย ซึ่งอันที่จริงนับว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันอย่างสุด ๆ เพราะตัวอาคารพิพิธภัณฑ์คือวังหลวงที่มีอายุเก่าแก่มาก แต่เมื่อมีปิรามิดแก้วเข้าไปผสมผสานอยู่ ก็กลับมีความลงตัวอย่างมหัศจรรย์ เนื่องจากไม่ได้ขัดขวางมุมมอง หรือขวางสายตาของนักท่องเที่ยวที่มองไปยังตัวอาคารเดิม ทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต้องผ่านปิรามิดแก้ว แล้วผ่านล็อบบีใต้ดิน โดยเป็นฐานปิรามิดแก้ว แต่นักท่องเที่ยวก็ไปยังจุดตั้งปิรามิดกลับหัว (The Iverse Pyramid) เพราะต้องการเงยหน้าขึ้นไปชมปิรามิดใหญ่จากจุดใต้ดิน โดยปิรามิดกลับหัวนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1993
ลูฟวร์เป็นหน่วยงานในการดูแลและบริหารจัดการโดยรัฐบาลฝรั่งเศส แม้จะมีความพยายามแปรรูปเพื่อลดงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลก็ตาม แต่ก็ยังคงเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลให้การดูแลมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ต้องเสียค่าบัตร ดังนี้ พลเมืองหรือผู้มีถิ่นพำนักในเขตเศรษฐกิจยุโรป 22 ยูโร นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ที่อาศัยนอกเขตเศรษฐกิจยุโรป 32 ยูโร ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทุกสัญชาติเข้าชมฟรี พลเมืองของเขตเศรษฐกิจยุโรป อายุ 18-25 ปี เข้าชมฟรี ผู้พิการและผู้ติดตาม 1 คน เข้าชมฟรี และมีทริคจะกระซิบให้ทราบสำหรับผู้ต้องการเข้าชมฟรี คือทุกวันศุกร์แรกของเดือน โดยชมฟรีในช่วง 18.00-21.00 น. (ยกเว้นเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม) และอีกวันที่เข้าชมฟรีคือ 14 กรกฎาคม คือวันชาติฝรั่งเศส
ขอย้ำอีกนิดว่าหากสนใจเข้าชมลูฟวร์ ขอให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เพื่อไม่ต้องเสียเวลาไปรอคิวซื้อตั๋วเป็นเวลานานเป็นชั่วโมง ๆ และการจองตั๋วล่วงหน้าดีตรงที่เลือกรอบเข้าชมได้
หากสนใจจะไปเที่ยวกรุงปารีสกับ Mr. Flower ในช่วงหน้าหนาวนี้ โปรดติดต่อด่วนครับ รับจำนวนจำกัด 16 คนเท่านั้นครับผม โปรดติดต่อที่ 091 7233615
ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower
ข่าวที่เกี่ยวข้อง























