ลุยธงฟ้า90วัน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย โอนเยียวยา2แสนคน

ลุยธงฟ้า90วัน
ช่วยผู้ประสบอุทกภัย
โอนเยียวยา2แสนคน
รัฐบาลผนึกกำลังภาคเอกชน ลดค่าครองชีพ 90 วัน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ฟื้นฟูบ้าน-ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า-รถยนต์-บริการตรวจเช็คฟรีขณะที่ กทม.เร่งอนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม เผย ปภ.-ออมสิน โอนแล้วกว่า 2.2 แสนครัวเรือน ด้าน สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ชี้งบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมดแล้ว ซัดรัฐบาลประเมินตัวเลขพลาดกว่า 4 เท่า พร้อม จี้เร่งส่งเรื่องเข้า ครม. เพิ่มกรอบวงเงินโดยด่วน อย่าปล่อยให้ประชาชนได้รับเงินล่าช้า
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่หลังน้ำลด ทั้งการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น การทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเรือน การดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้า และการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ใช้ในการเดินทางและประกอบอาชีพ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อจัดกิจกรรมลดราคาสินค้าและบริการ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังอุทกภัย
เดินหน้าโครงการช่วยประชาชน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดดำเนินงานต่อเนื่อง 90 วัน เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาประหยัด ควบคู่กับการจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำท่วม” ระหว่างเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 ซึ่งกรมการค้าภายในได้ประสานผู้ประกอบการภาคเอกชนร่วมจัดส่วนลดสินค้าและบริการสำหรับการฟื้นฟูบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ เพื่อช่วยลดต้นทุนการกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพตามปกติของประชาชน
สำหรับการฟื้นฟูบ้านเรือน มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดรายการลดราคาวัสดุซ่อมแซมบ้าน อุปกรณ์ทำความสะอาด และเครื่องมือช่าง รวมถึงบริการสำรวจสภาพบ้านหลังน้ำท่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนลดบริการทำความสะอาดครั้งใหญ่ และบริการซ่อมแซมบ้าน ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และโทรทัศน์ มีรายการส่งเสริมการขาย รวมถึงบริการตรวจเช็กหรือซ่อมฟรีเฉพาะรายการที่ผู้ประกอบการกำหนด เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถประเมินความเสียหายและลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ที่จำเป็น
ให้ใช้ชีวิต-ประกอบอาชีพโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของรถยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเดินทางและการประกอบอาชีพ ภาคเอกชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้จัดรายการลดราคาน้ำมันเครื่อง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ และอะไหล่ พร้อมโปรโมชันตรวจเช็กสภาพรถฟรี ส่วนลดค่าแรงและอะไหล่ รวมถึงบริการช่วยเหลือรถยนต์เบื้องต้นในพื้นที่ประสบภัยตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยและลดค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู
“หลังน้ำลด ประชาชนยังมีภาระค่าใช้จ่ายอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้าน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือดูแลรถยนต์ที่จำเป็นต่อการทำมาหากิน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดต้นทุนการฟื้นตัวของครัวเรือน ไม่ใช่เพียงการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แต่รวมถึงการประสานภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด” นางสาวลลิดา กล่าว
แนะตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า โครงการจำหน่ายสินค้าธงฟ้ากับกิจกรรมส่วนลดและบริการฟื้นฟูบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ของภาคเอกชน เป็นการดำเนินงานคนละส่วน โดยบริการตรวจเช็กหรือซ่อมฟรีไม่ได้มีให้บริการในทุกจุดจำหน่ายสินค้าธงฟ้า และไม่ได้ครอบคลุมสินค้าหรือบริการทุกประเภท ประชาชนจึงควรตรวจสอบรายการส่งเสริมการขาย ระยะเวลา สาขาที่เข้าร่วม พื้นที่ให้บริการ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับผู้ประกอบการแต่ละรายก่อนใช้บริการ โดยเฉพาะบริการที่ระบุว่าไม่มีค่าใช้จ่าย ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าครอบคลุมการตรวจเช็ก ค่าแรง หรืออะไหล่ส่วนใดบ้าง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ประชาชนที่สนใจซื้อสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด สามารถติดตามวัน เวลา และสถานที่จัดจำหน่ายได้ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th และ LINE Official @thai.thongfah ส่วนผู้ที่ต้องการใช้บริการซ่อมแซมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือรถยนต์ สามารถตรวจสอบรายละเอียดกิจกรรมจากกระทรวงพาณิชย์ และสอบถามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโดยตรง เพื่อยืนยันสิทธิและเงื่อนไขก่อนเดินทางเข้ารับบริการ ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้ความช่วยเหลือหลังน้ำท่วมเข้าถึงความจำเป็นที่แท้จริงของประชาชน ทั้งการลดค่าครองชีพและการลดต้นทุนฟื้นฟูบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยขอให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละกิจกรรมให้ครบถ้วน เพื่อเลือกใช้สิทธิส่วนลดหรือบริการที่เหมาะสม และได้รับประโยชน์จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนอย่างเต็มที่
กทม.เร่งอนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครรายงานความคืบหน้าการลงทะเบียนและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th โดยข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. มีผู้ได้รับอนุมัติความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแล้ว 288,331 ครัวเรือน (ข้อมูลจาก 33 เขต) แบ่งเป็นผู้ได้รับอนุมัติเงินชดเชย 9,000 บาท จำนวน 156,750 ครัวเรือน และ 5,000 บาท จำนวน 131,581 ครัวเรือน รวมวงเงินอนุมัติทั้งสิ้น 2,063,959,000 บาท
ส่วนการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th มีผู้ยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือ 119,910 คำร้อง ข้อมูลวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 18.30 น.โดย 5 เขตที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง 18,301 คำร้อง, เขตบางกะปิ 12,434 คำร้อง, เขตสายไหม 10,191 คำร้อง, เขตคลองสามวา 7,589 คำร้อง และเขตมีนบุรี 6,523 คำร้อง ทั้งนี้ คำร้องทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อมูลและสิทธิการรับความช่วยเหลือ
สำหรับประเภทความช่วยเหลือที่มีผู้ยื่นคำร้องมากที่สุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ 84,249 คำร้อง ค่าซ่อมแซมบ้าน 64,203 คำร้อง ค่าเครื่องมือหรือทุนประกอบอาชีพ 33,384 คำร้อง ค่าที่พักชั่วคราว 18,515 คำร้อง และค่ารักษาพยาบาล 1,456 คำร้อง
ปภ.-ออมสินโอนแล้วกว่า2.2แสนหลัง
ขณะที่ความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และธนาคารออมสิน ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครสำเร็จแล้ว 229,038 ครัวเรือน ตามข้อมูลเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 16 ตุลาคม ทั้งนี้ การลงทะเบียนและการตรวจสอบสิทธิยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยกรุงเทพมหานครจะติดตามความคืบหน้าและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์โดยเร็วที่สุด
ส่วนการตรวจสอบสถานะเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 5,000 หรือ 9,000 บาท สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือเว็บไซต์ https://relief.disaster.go.th ส่วนผู้ที่ยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือผ่านกรุงเทพมหานคร สามารถตรวจสอบสถานะได้ที่ https://claim.bangkok.go.th/ โดยเลือกหัวข้อ เช็กสถานะคำร้อง
ซัดรบ.ประเมินพลาดกว่า4เท่า
ด้าน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ตามมติ ครม. ที่อนุมัติกรอบวงเงินเยียวยาน้ำท่วมที่ผ่านมา 2 รอบ รวมเป็นเงิน 5,290 ล้านบาท ล่าสุดมีการโอนจ่ายไปแล้วถึง 5,215 ล้านบาท ทำให้แทบไม่เหลือวงเงินสำหรับโอนจ่ายให้ผู้ประสบภัยรายอื่นต่อได้อีก และต้องรอความชัดเจนว่า ครม. จะมีมติเพิ่มกรอบวงเงินให้ใหม่เมื่อใด ซึ่งสะท้อนถึงความล่าช้าและการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดอย่างรุนแรงของรัฐบาล ซึ่งคงต้องตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ว่าเหตุใดตัวเลขงบประมาณที่คำนวณขึ้น หลังจากเกิดอุทกภัยแล้ว จึงยังประเมินความเสียหายต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 4 เท่า
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลล่าสุด รัฐบาลได้จ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัยไปแล้วราว 683,000 ราย แต่กลับยังมีผู้ประสบภัยอีกถึง 1.7 ล้านรายทั่วประเทศ (เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ 7 แสนราย) ที่ได้ยื่นคำขอเข้ามาแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้วงเงินงบประมาณเพิ่มเติมอีกราว 12,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุม
จี้ดันเรื่องเข้าครม.เพิ่มกรอบวงเงิน
“ความบกพร่องในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาลไม่เพียงสะท้อนผ่านการแก้ปัญหาและการช่วยเหลือที่ล้มเหลว แต่ยังสะท้อนให้เห็นผ่านการคำนวณงบประมาณเยียวยาที่ผิดพลาดนี้เช่นกัน เมื่อรัฐบาลอนุมัติวงเงินไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ส่งผลให้กระบวนการช่วยเหลือชะงักงัน ประชาชนจำนวนมากที่บ้านเรือนจมน้ำมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ผ่านมาหลายสัปดาห์แต่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา นายกฯ อนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทย ต้องเร่งดันเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขอมติเพิ่มกรอบวงเงินเยียวยาน้ำท่วมแบบเร่งด่วน อย่าให้พี่น้องประชาชนต้องทนลำบากไปมากกว่านี้ บ้านน้ำท่วมตั้งแต่เดือนที่แล้ว ผ่านมา 3 สัปดาห์ยังไม่ได้เงินเยียวยา” นายศุภณัฐ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

