‘วราวุธ’ดึงสวิตเซอร์แลนด์ ปักธงลงทุนไทย-หนุนเศรษฐกิจสีเขียว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ให้การต้อนรับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากองค์กรธุรกิจและสมาคมภาคอุตสาหกรรมชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงแนวทางสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ
นายวราวุธ กล่าวว่า ฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ได้แสดงความชื่นชมความสัมพันธ์อันแนบแน่นและยาวนานระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement) พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลและภาคเอกชนสวิสในการสนับสนุนและผลักดันให้ไทยเป็นคู่ค้าระดับต้นๆในภูมิภาค นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ในการหารือยังเปิดโอกาสให้ผู้แทนภาคธุรกิจสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยมีผู้แทนจากหลากหลายสาขาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสำคัญเข้าร่วม อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและวิศวกรรมไฟฟ้า เทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ หุ่นยนต์ เซนเซอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง วัสดุสมรรถนะสูง ตลอดจนระบบรางและโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม
นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา และหน่วยงานประกันความเสี่ยงด้านการส่งออก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนแหล่งเงินทุนและบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับโครงการลงทุนระหว่างประเทศ โดยภาคธุรกิจสวิตเซอร์แลนด์ได้แสดงความสนใจต่อโอกาสการลงทุนในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
“ทั้ง 2 ฝ่ายยังหารือถึงประเด็นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและความยั่งยืน โดยไทยได้นำเสนอนโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น E20 และ B20 การสนับสนุนพลังงานสะอาดผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อป และการปลดล็อกระบบซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองถึงโอกาสในการพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาค และการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง ซึ่งต้องอาศัยระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัยและพัฒนา การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ กระบวนการอนุมัติและการออกใบอนุญาตที่โปร่งใส รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมระดับโลก
“ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่าความร่วมมือระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก และพร้อมที่ผลักดันความร่วมมือร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความยั่งยืนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป” นายวราวุธ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

