คอลัมน์ : Change with คิด&ทำ

มองตัวเอง ย้อนอดีต 77 ปี มาถึงวันนี้ ได้อย่างไร โดย ชัยวัฒน์ สุรวิชัย 3
• 2. บวร : บ้านวัดโรงเรียน ที่ดี : สร้างพัฒนาคน
บ้าน : ที่ดีมีวัฒนธรรมของบ้านพ่อแม่ บรรพบุรุษ > สร้างพัฒนาคน
ผมได้พูดไปแล้ว ในตอนที่ 1.
2.1 โรงเรียน : ต่อไป ผมจะขอข้าม ไปยัง เรื่องของโรงเรียน
เช่นเดียวกัน โรงเรียนที่จะพัฒนาคนได้ดี ต้องเป็นโรงเรียนที่ดี มีอัตลักษณ์ของตนเอง
ผมโชคดี ที่ได้เข้าเรียนโรงเรียนที่ดี
ในขั้นพื้นฐานของการศึกษาสำหรับนักเรียน
ในที่นี้ ผม จะหมายถึง โรงเรียนชั้น อนุบาล ประถม มัธยมต้น
โรงเรียนอรุโณทัย อัสสัมชัญลำปาง เป็นโรงเรียนที่สร้างพัฒนาพื้นฐานการศึกษาให้ผม
ซึ่งปกติ ลูกหลาน จะไม่ได้เลือกเอง แต่เป็นพ่อแม่ เป็นคนเลือกให้
เช่นเดียวกัน ป๋าแม่ ซึ่งคงจะเป็น“แม่” ที่เป็นผู้เลือกให้
เพราะ “แม่” เป็นครู และช่วงเรียน ได้เรียนโรงเรียนที่ดีมีคุณภาพ
คือ โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่
ซึ่งก็มาจาก ก๋งเฮวอินปี ซึ่งเป็นผู้เห็นคุณค่าของการศึกษาที่ดีเป็นผู้เลือกให้
• โรงเรียนอรุโณทัย
ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2495
สมัยแรก เปิดสอนระดับชั้นปฐมวัย ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
คุณพ่อกรางค์ บาทหลวงเอเทียน กรางซ์ พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส
ได้รับมอบหมายจากมิสซังแห่งกรุงเทพฯ ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดลำปาง
ได้สร้างวัด พร้อมทั้งก่อตั้งโรงเรียนอรุโณทัย โดยใช้อาคารชั้นล่าง ได้รับทุนจากพระสังฆราชแห่งมิสซัง กรุงเทพฯ และความร่วมมือจากคณะศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล
และด้วยความอนุเคราะห์จากภคินีคณะพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ
ปรัชญาของโรงเรียน (School’s Philosophy)“คุณธรรม นำความรู้ คู่สันติสุข”
สีประจำโรงเรียน คือ สีเหลือง –สีขาว
สีเหลือง หมายถึง แสงสว่างของดวงอาทิตย์
สีขาว หมายถึง ศาสนาที่สะอาด บริสุทธิ์
คำขวัญของโรงเรียน
วินัยดี มีจรรยา ศึกษาเยี่ยม
ฯลฯ
พี่ชาย และผม เข้าเรียนพร้อมกัน พี่ชาย เรียนสูงกว่าผม 1 ชั้นเรียน
ไปโรงเรียนด้วยรถสี่ล้อ ที่รับจ้างส่งนักเรียน ประจำเดือน
@ ผมจำอะไรได้บ้างเกี่ยวกับโรงเรียน
คุณพ่อกรางค์ ชาวฝรั่งเศส ใส่ชุดสีขาว สง่างาม ตัวสูงใหญ่ ใจดี มีน้ำใจ
ครู SISTOR ใส่ชุดขาว
ครู : ครูบุญศรี ครูไกรวัลย์ ฯลฯ
เพื่อนนักเรียน : ชายและหญิง ( เป็นสหศึกษา )
ชั้นเรียน เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น
เรียนด้วยสุขสนุกสนาน มีพักกลางวัน กินอาหารฯ
ในแต่ละชั้น มี ห้อง ก. ข. ค.
พอเรียนชั้น ป. 3 ป. 4 นักเรียน เริ่มมีการจีบกัน (แบบเด็กๆ)
ได้เรียนถึงชั้น ป. 4 เด็กนักเรียนชาย แยกไปเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง
• โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง Assumption College Lampang
เป็นสถาบันการศึกษาอันดับที่ 7 ในจำนวน 14 สถาบัน
ในกำกับมูลนิธิคณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย
ก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2501 โดยรับแยกโอนนักเรียนชายจากโรงเรียนอรุโณทัยมาดำเนินการ บนเนื้อที่ 18 ไร่ มีนักเรียนทั้งสิ้นเพียง 210 คน ภราดา 4 คน ครูชาย 5 คน และ
ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้ชื่อว่า “โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง”
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2502
เปิดสอนตั้งแต่ชั้น ป.1 – ม.6 โดยมีภราดาเซราฟิน (ชาวสเปน) เป็นอธิการคนแรก
และภราดาฟิลิป (อำนวย ปิ่นรัตน์) เป็นครูใหญ่และผู้จัดการ
มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ได้จัดให้ภราดา มาดำรงตำแหน่ง อธิการ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการของโรงเรียน
ปีการศึกษา 2505 เปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนเป็นเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน
รองเท้าสีดำ ถุงเท้าขาว
พร้อมทั้งเปลี่ยนวันปิดเรียนประจำสัปดาห์
จากวันพฤหัสบดีกับวันอาทิตย์ มาเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์
คติพจน์ LABOR OMNIA VINCIT
วิริยะ อุตสาหะ นำมาซึ่งความสำเร็จ
สี น้ำเงิน และขาว
เพลง สดุดีอัสสัมชัญ
“อัสสัมชัญจงมาพร้อมใจกันเถิด มาชูเชิด AC ไว้ชั่วดินฟ้า”
@ ผมจำอะไรได้บ้างเกี่ยวกับโรงเรียน
1.หลักสูตรการเรียน การสอนของ บราเดอร์และมาสเซอร์ที่มีคุณค่ามาก
ได้รับความเมตตาจากบราเดอร์มาสเซอร์ที่โดดเด่นของโรงเรียนหลายคน
บราเดอร์และมาสเซอร์บางคน จะมีแนวการสอนฯ โดยเล่าเรื่องราวนอกวิชาเรียนให้นักเรียนฟัง ซึ่งทำให้นักเรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติมฯ
2.“การอยู่เย็น” ที่บราเดอร์ใช้ “ลงโทษ นักเรียนที่ทำผิด”
โดยในตอนเลิกเรียน จะต้องมาท่องภาษาอังกฤษจากหนังสือเป็นหน้า
ท่องเสร็จ จึงได้กลับบ้าน (ช่วยพัฒนาภาษาได้ระดับหนึ่ง)
3.ความโดดเด่นด้านการศึกษา (ในช่วงนั้น โรงเรียนอสช. ลำปาง โดดเด่นมากฯ)
เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนระดับเดียวกันในจังหวัด
ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 3 ทางโรงเรียน คัดนักเรียนเก่งคณิตศาสตร์ ไปสอบแข่งขันระดับประเทศ ที่กรุงเทพฯ 3 คน ผมถูกคัดเลือกด้วยคนหนึ่ง
4.ความโดดเด่นด้านกีฬา และ วงคอนเสิร์ตแบนด์ (Concert Band) หรือ
วงโยธวาทิตของโรงเรียน
ผมชอบไปชมไปเชียร์ การแข่งขันกีฬาประจำจังหวัด ที่จัดที่โรงเรียนบุญวาทย์ ในช่วงปลายปี
5.การออกกายบริหารประจำวัน ทั้งกลางแจ้ง และในห้องโถงของโรงเรียน
6.การนำอาหารกลางวันมากินที่โรงเรียน ในช่วงหนึ่ง
แต่ในช่วงหลัง ได้กินประจำเดือน โดยจ่ายค่าอาหารให้กับร้านอาหารบางเจ้าฯ
7.ผมมีโอกาสพิเศษ ได้เรียนศาสนาคริสต์ ในช่วงวิชาศีลธรรม
โดยจะแยกไปเรียนห้องพิเศษที่รวมนักเรียนที่ถือศาสนาศริสตัง
เรียกว่า “เรียนคำสอน”
ทั้งๆ ที่ ผมไม่ได้ถือคริสต์ (คงจะเป็นการคุยกันระหว่างคุณแม่และบราเดอร์ )
8.ผมมีความสุข สนุกกับการเรียน การมีเพื่อนมิตรที่ดีจำนวนหนึ่ง ในช่วงการเรียน
9.ผมมีโอกาสได้ช่วยเพื่อนในช่วงใกล้สอบ จะเป็นคนติวให้เพื่อนบางคนที่เรียนอ่อนฯ
10.ผมต้องขอขอบคุณบราเดอร์มาสเซอร์ และเพื่อนมิตรร่วมชั้นและรุ่นพี่รุ่นน้อง
ที่ให้ความรักความอบอุ่น และความเป็นเพื่อนมิตรสหายด้วยดีทั้งในช่วงเรียน
และหลังจากจบการศึกษาฯ
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

