รวบหนุ่ม 20 แก๊งบัญชีม้า! หลอกเด็ก ม.2 เปิดซิม-แอปธนาคาร ขยายผลเหยื่อเพียบ

พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 สั่งการให้ พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 นำทีมตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุม นายทิวากร อายุ 20 ปี หลังหลอกลวงเด็กนักเรียนวัย 15 ปี ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ให้เปิดบัญชีม้า เพื่อนำไปใช้รับเงินจากแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ ตรวจสอบยังพบมีเหยื่อที่เป็นเยาวชนอีกหลายสิบราย
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดให้เพิ่มความเข้มข้นในการกวดขันจับกุมความผิดที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ โดยเฉพาะเหยื่อกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังตกเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่จากมิจฉาชีพ ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชาย อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ว่าบุตรชายของตนเองถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สอท.4 ออกสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดร่วมกันตรวจสอบ ทราบรายละเอียดว่า มิจฉาชีพรายดังกล่าวทำทีขอยืมบัญชีธนาคารจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าใช้ในการรับฝากเงินของตนเองและเสนอให้เงินจำนวน 2,500 บาท เป็นค่าตอบแทน จากนั้นมิจฉาชีพได้นำโทรศัพท์ที่เตรียมไว้มาใส่ซิมการ์ดของผู้เสียหาย แล้วดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคาร ต่อมายังได้ขอยืมบัตรประชาชนของผู้เสียหายโดยอ้างว่าเอาไปลงทะเบียน ก่อนนำไปหลอกให้สมัครเปิดบัญชีธนาคารแบบออนไลน์เพิ่มอีก 2 บัญชี รวมทั้งสิ้น 3 บัญชี ซึ่งปัจจุบันทั้ง 3 บัญชี ได้ถูกผู้เสียหายที่เป็นเหยื่อสแกมเมอร์ในลักษณะหลอกลงทุนออนไลน์แจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด เบื้องต้นตรวจสอบพบความเชื่อมโยงแล้วจำนวน 5 เคสไอดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 675,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 จึงได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบตัวมิจฉาชีพรายดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลได้สำเร็จ
ต่อมา พ.ต.ท.เอนก ถิ่นนคร รอง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรสิริพร ดวงถาวร สว.กก.2 บก.สอท.4 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันเข้าจับกุม นายทิวากร อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ จ.173/2569 ลงวันที่ 12 ต.ค. 2569 ในข้อหา “เป็นธุระ จัดหา โฆษณา หรือไขข่าว โดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
จากการซักถามเบื้องต้น พบว่า นายทิวากร ได้รับว่าจ้างจากชายรายหนึ่งทางวิดีโอคอล โดยได้รับค่าจ้างประมาณ 10,000 บาทต่อบัญชี ก่อนจะส่งต่อโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนแอปพลิเคชันธนาคารแล้วให้ผู้ร่วมขบวนการ โดยมักใช้วิธีตีสนิทกลุ่มวัยรุ่นที่ออกมารวมตัวกันในเวลากลางคืน แล้วพยายามจูงใจให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มเยาวชนที่เป็นเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปหลงเชื่อเปิดบัญชีธนาคารให้มาแล้วนับหลายสิบคน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ขอฝากเตือนภัยไปยังผู้ปกครองและกลุ่มเยาวชนที่อยู่ในวัยเรียน ซึ่งปัจจุบันกำลังตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ ให้บุตรหลานระมัดระวังการถูกชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร หรือให้ผู้อื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร รวมทั้งบัตรประชาชน บัตรเอทีเอ็ม ซิมโทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่แอปพลิเคชันธนาคาร แม้อ้างว่าเป็นการทำงานพิเศษหรือเสนอค่าตอบแทนให้ก็ตาม เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าบัญชีธนาคารเหล่านั้นอาจถูกนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” เพื่อรับโอนเงินจากการกระทำความผิด และที่สำคัญควรหมั่นตรวจสอบพฤติกรรมและให้ความรู้แก่บุตรหลาน ไม่ควรส่งข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ให้ผู้อื่น รวมถึงไม่สแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมตามคำสั่งของบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

